
จากกรณีเพจดังออกมาร้องเรียนกรณีที่ดินกว่า 100 ไร่ ในพื้นที่ อ.บ้านนา จ.นครนายก ซึ่งถูกนำไปทำรีสอร์ตและสนามวิ่งเทรลว่าเข้าข่ายส่อบุกรุกพื้นที่ป่า โดยเรื่องดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ "ก๊อต อธิป" สามีของพิธีกรชื่อดัง "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ซึ่งฝั่งสามีอ้างว่าเป็นการเช่าสิทธิ์ทำประโยชน์อย่างถูกต้อง ขณะที่ "บุ๋ม ปนัดดา" ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยรู้เห็นเรื่องเอกสารสิทธิ์ และย้ำชัดว่าหากใครทำผิดก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย จะไม่ใช้ชื่อเสียงไปคุ้มครองใครอย่างแน่นอน
ล่าสุด “บุ๋ม ปนัดดา” ได้หอบหลักฐานมาพร้อมกับ "ทนายตุ๋ย" ออกมาแถลงชี้แจงทั้งเรื่องกระแสข่าวสามีพิธีกรดังรุกป่า 100 ไร่ ที่จังหวัดนครนายก และปมโพสต์ข้อความ “คนที่ไว้ใจร้ายที่สุด” หมายถึงใคร รวมไปถึงกรณีที่ “น้องอันดา” ลูกสาวโดนคู่กรณีบุกโวยวายหน้าบ้าน
โดยเรื่องที่ "ก๊อต อธิป" สามีบุกรุกที่ป่า 100 ไร่นั้น “บุ๋ม ปนัดดา” ชี้แจงว่า ยอมรับไม่รู้เรื่องนี้จริง ๆ ไม่เคยแม้จะได้ไปสถานที่นั้น แล้วเขาก็ไม่ได้ไป แต่คนอื่นได้ไป เรื่องส่วนตัวบางเรื่อง บุ๋มว่ามันไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่มันเกี่ยวเนื่อง บุ๋ม ก็ต้องพูด
เช่าหรือไปทำ?
บุ๋มก็พึ่งมาทราบว่ามีที่ดินตรงนั้น รู้แค่ว่าเขาไปทำเทรล เพราะว่าเราเคยเห็นเหรียญ แต่ส่วนอื่น ๆ เขาไม่เคยเล่า จนเป็นประเด็นเกิดขึ้น ต้องท้าวความ เพราะเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว เขาไปซื้อถ้าอ้างอิงจากเอกสาร บุ๋มเพิ่งไปเอกสารนี้ในตู้เซฟของเขา ทำการซื้อ 5 ตุลาคม 2567 ก็ไม่ทราบว่าเขาไปทำสัญญาอะไรยังไง เงิน 2.5 ล้าน
ขอย้อนเหตุการณ์นะคะ ปี 2567 บุ๋มท้อง แล้วมูลนิธิ บุ๋มก็เล่าให้ฟังว่า บางทีบุ๋มก็ใช้เงินส่วนตัว เพิ่งมีเงินเข้ามาคือช่วงปลายปี 67 จากโคลนถล่มแม่สาย แล้วบุ๋มก็ไปชี้แจงรายการแฉ แต่ก่อนหน้านั้น มิถุนายน 67 บุ๋มทำการกู้เงินจากธนาคาร เพื่อเอาใช้ทั้งมูลนิธฺ ทั้งส่วนตัว 4 ล้านกว่าเกือบ 5 ล้าน แต่พอปลายปี เขาบอกว่าเขาขอไป 2 ล้าน เกือบ 3 ล้าน ขอไปทำธุรกิจ แต่ทำไมถึงไม่ทราบหลังจากนั้น มันมีเรื่องเกิดขึ้น ช่วงใกล้คลอด มันมีช่วงหนึ่งที่น้องอาเล็ก มีพี่เลี้ยงคนหนึ่งแล้วคางแตก พี่เลี้ยงคนนั้นมีลูกสาวอยู่ 1 คน อายุ 17-18 แล้วเขามาเล่าให้ฟังว่าสามีของบุ๋มพาน้องไปเลี้ยงเบียร์หนึ่งขวด แล้วเอาไปเลี้ยงดู นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราต่างคนต่างอยู่ ตั้งแต่ปี 67
บุ๋มอยากให้ภาพความเป็นครอบครัวเดินต่อไปได้ เราก็ใกล้คลอดอีก แล้วบุ๋มก็โดนคอมเมนต์อยู่เรื่อย ๆ เรื่องไม่สมหวังเรื่องความรัก บุ๋มเลยพยายามประคองให้เดินต่อไปได้ ด้วยคำว่าพ่อและแม่ บุ๋มทำตรงนั้นได้ดี เพราะว่าลูกเราเล็กมาก แล้วบุ๋มก็ลงพื้นที่ได้เต้ฒที่ เพราะเราต่างคนต่างอยู่ หมายถึงว่าก็แยกห้องกัน
ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่า 2 ล้าน เขาเอาไปทำอะไร แต่วันนี้ทราบแล้วว่าเอาไปซื้อที่ดิน หลังจากนั้นมันมีเรื่องเงินก้อนอื่นเข้ามาอีก มาสักปี 68 หรือ 69 บุ๋มมารู้ที่หลังว่าเงิน 7 ล้านบาทในตู้เซฟหายไป มันเป็นเงินที่แบรนด์สบู่ให้ ให้ตอนที่บุ๋มคลอด บุ๋มเองก็ช็อก เพราะมันเป็นเงินของลูก แต่เขาคงมองในมุมที่เขาเป็นพ่อเด็กมั้ง เขาเลยคิดว่าเอาไปได้
รู้ได้ยังไงว่าเขาเอาเงินไป?
เราคุยกันเรื่องบ้านใหม่ เพราะบุ๋มอยากจะเอาอันดามาอยู่ด้วย บุ๋มดูแลลูกเขามานานแล้ว บุ๋มอยากดูแลลูกตัวเองบ้าง แล้วบุ๋มก็เห็นว่าเด็กก็เริ่มโตขึ้น บุ๋มอยากอยู่กับลูก ๆ ก็ตามว่าเงินยังมีใช่ไหมในตู้เซฟ เขาบอกใช้หมดแล้ว เขาก็ไม่ได้บอกว่าเอาไปทำอะไร ตอนนั้นแทบล้มทั้งยืน
ตั้งแต่ปี 67-69 จับได้กี่คน?
เราเคยเจอถุงยางในกระเป๋าเดินทางเขา เขาบอกเรามีไเป็นวิทนากรที่ภูเก็ต เราเป็นคนจองตั๋วให้ด้วย แต่เขาคงไม่ได้แคร์เท่าไหร่ถ้าเราเจอ
สถานะความสัมพันธ์เป็นยังไง?
ถ้าปัจจุบันจริง ๆ เป็นพ่อและแม่ มีจดทะเบียนสมรสกัน
แล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาจู่ ๆ เขาเข้าบ้านมา น่าจะรู้เรื่องเอกสารเรื่องที่ดิน เขาเข้าตู้เซฟก่อนเลย แต่บังเอิญบุ๋มเปลี่ยน บุ๋มรื้อตู้ก่อน แล้วเจอเอกสารเรื่องที่ดิน แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง บุ๋มก็เลยตัดสินใจอุ้มลูกออกมา มันจำเป็นต้องเอาลูกออกมาได้เร็วที่สุด จนถึงวันนี้เขาก็ไม่ได้ติดต่ออะไรอีกเลย ตอนนี้ลูกอยู่กับบุ๋ม
นอกจากนี้ "บุ๋ม ปนัดา" วอนให้ สามีมาทำเรื่องหย่า โดยฝากข้อความไปถึง "ก๊อต อธิป" ว่า "พี่ก๊อตหย่ากันเถอะนะคะ บุ๋มไม่สามารถให้ลูกอยู่ท่ามกลางเจ้าหนี้แบบนี้ได้ สำหรับลูกสองคน "อเล็กซ์" และ "อาเธอร์" บุ๋มขอเลี้ยงเอง ส่วน 10 ล้านที่พี่ขอบุ๋มคงให้ไม่ได้ และเขาขอบ้านหลังใหม่ที่บุ๋มกู้... ได้ค่ะ แต่พี่ต้องผ่อนเองนะคะ พรุ่งนี้ช่วง 9 โมงที่บางพลัด"
Advertisement