
พลตำรวจตรีศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่ง เปิดเผยรายละเอียดการจับกุมตัว นายนายชัยรัตน์ เรขะวัฒนะ แอดมินเพจ Godd dam ผู้ต้องหาฐานความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จและปลอมแปลงเอกสาร โดยยืนยันว่าเป็นการเข้าจับกุมตัวตามหมายจับของศาลอาญา ไม่ใช่การเดินทางเข้ามอบตัว ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ตำรวจไซเบอร์ ได้นำพยานหลักฐานไปยื่นคำร้องต่อศาล กระทั่งศาลอนุมัติออกหมายจับใน 3 ฐานความผิด ได้แก่ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) และ (2) การทำปลอมเอกสารสิทธิ และการใช้เอกสารสิทธิปลอม
สำหรับพฤติการณ์ของคดีนี้ พลตำรวจตรีศิริวัฒน์ระบุว่าคือเรื่องข่าวปลอม ที่นำภาพสลิปการโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาท ไปโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งจากการตรวจสอบไปยังธนาคารเจ้าของบัญชี ได้รับการยืนยันแล้วว่าสลิปดังกล่าวเป็นของปลอมที่ทำขึ้นมา ไม่ใช่สลิปที่ออกจากธนาคารจริง
นอกจากนี้การโพสต์ดังกล่าวยังเข้าข่ายการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก มีการกดรีโพสต์และแชร์ต่อหลายหมื่นครั้ง รวมถึงจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการเปิดรับเงินบริจาคด้วย ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ส่วนประเด็นที่สื่อมวลชนถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าเป็นเรื่องการกล่าวหาหรือขู่ฆ่านายกรัฐมนตรี พลตำรวจตรีศิริวัฒน์ระบุว่าขอเน้นย้ำที่พฤติการณ์ตามข้อเท็จจริงในโพสต์ ซึ่งมีภาพสลิปปลอมโอนเงิน 7 ล้านบาทเป็นหลัก และจากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองไม่ใช่แอดมินเพจและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโพสต์ดังกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การปฏิเสธของผู้ต้องหามีน้ำหนักพอหรือไม่ และตำรวจมีหลักฐานชัดเจนแค่ไหน พลตำรวจตรีศิริวัฒน์ระบุว่าการขออนุมัติหมายจับ ศาลจะอนุมัติได้ต้องมีความชัดเจนในเรื่องพยานหลักฐาน คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนมีความมั่นใจและทำคดีอย่างละเอียดรอบคอบ พยานหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอแน่นอน ส่วนการปฏิเสธไม่ยอมรับ เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่สามารถทำได้ตามกระบวนการยุติธรรม
สำหรับพยานหลักฐานที่ตรวจพบในโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ของผู้ต้องหา พลตำรวจตรีศิริวัฒน์ระบุว่ามีพยานหลักฐานจริง แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพราะอยู่ในสำนวนการสอบสวน ส่วนเจตนาของผู้ต้องหา รวมถึงข้อสงสัยเรื่องช่วงเวลาในการโพสต์ที่เป็นช่วงดึก ขณะนี้ยังไม่ทราบเจตนาแน่ชัดเพราะผู้ต้องหายังคงปฏิเสธ ส่วนเรื่องเวลาโพสต์ ย้ำว่าไม่สามารถยืนยันอะไรได้ เพราะพฤติกรรมของผู้โพสต์แต่ละคนแตกต่างกัน บางคนนอนดึกหรือเลือกโพสต์ช่วงที่มีคนดูเยอะ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่าคดีนี้มีใบสั่งทางการเมืองหรือไม่ พลตำรวจตรีศิริวัฒน์ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีใบสั่ง ตำรวจปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยวันนี้ผู้ต้องหาได้พาทนายความไปร่วมฟังการสอบสวนและให้คำปรึกษาตามสิทธิ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ หากไม่ผิดก็ว่าไปตามผิด
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้วหรือไม่ พลตำรวจตรีศิริวัฒน์ระบุว่าตอนนี้เท่าที่ทราบ นายกรัฐมนตรียังไม่ได้เข้าแจ้งความ แต่เนื่องจากความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ถือเป็นความผิดต่อรัฐ ตำรวจสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษเองได้ โดยเมื่อวานนี้ตำรวจ บก.สส.สอท.4 ได้เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการประกันตัวเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะยื่นขอประกันตัวในชั้นสอบสวน ส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน
ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่กดแชร์โพสต์ดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมือง พลตำรวจตรีศิริวัฒน์ระบุว่าณะนี้ตำรวจเน้นดำเนินคดีกับตัวผู้โพสต์ตั้งต้นก่อน ซึ่งจากการสืบสวนพบว่านายชัยรัตน์เป็นผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว ส่วนคนแชร์จะต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลและเป็นรายกรณี ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (5) เรื่องการส่งต่อข้อมูล หากพบว่ารู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จ เป็นความผิดแต่ยังส่งต่อ ก็จะเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย และคณะพนักงานสอบสวนจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะต้องเชิญตัวหรือออกหมายเรียก
Advertisement