
(16 มี.ค. 2569) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับลูกเรือชาวไทยจากเรือ "มยุรี นารี" จำนวน 20 คน ที่เดินทางผ่านโอมานกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย หลังจากเรือถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุช ประเทศอิหร่าน
นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล เปิดเผยว่า ลูกเรือทั้ง 20 คนเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยมีสภาพร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศโอมาน และกองทัพเรือโอมาน เพื่อช่วยนำคนไทยออกจากพื้นที่เกิดเหตุบริเวณช่องแคบฮอร์มุช
จากนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ประสานกับบริษัทเจ้าของเรือ คือ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) และแต่งตั้งบริษัทชิปปิ้งเอเจนท์ เพื่ออำนวยความสะดวกนำแรงงานไทยทั้งหมดออกจากพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งต้องเดินทางทางบกผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยในยูเออีได้ทำหนังสือขออำนวยความสะดวกต่อทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการออกวีซ่า เพื่อให้ลูกเรือไทยทั้ง 20 คนสามารถข้ามแดนได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งระหว่างการเดินทาง สถานกงสุลใหญ่ ณ นครดูไบ ได้ส่งเจ้าหน้าที่กงสุลไปอำนวยความสะดวกในการเดินทางมาโอมานเป็นไปด้วยความราบรื่น ก่อนรอขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทย โดยบริษัทเจ้าของเรือได้จัดเตรียมตั๋วเครื่องบินไว้เรียบร้อยแล้ว
นายบัญชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลางที่ผ่านมา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือประเทศอิหร่าน ซึ่งมีการอพยพโดยสมัครใจไปแล้ว 2 ชุดตามที่มีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ ส่วนที่เหลือมีจำนวนไม่มากและอาจทยอยเดินทางออกมา ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเตหะราน ได้ตั้งสำนักงานชั่วคราวที่เมืองวาน บริเวณชายแดนตุรกีไว้อำนวยความสะดวก
สำหรับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ส่วนใหญ่ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และมีเที่ยวบินพาณิชย์เปิดให้บริการแล้ว เช่น โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่บางประเทศแม้จะปิดน่านฟ้า แต่ยังสามารถเดินทางออกผ่านประเทศซาอุดีอาระเบีย หรือประเทศตุรกีได้
ส่วนสถานการณ์ในอิสราเอล ซึ่งมีคนไทยอยู่ประมาณ 65,000 คน ทราบว่าทางการอิสราเอลยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และขณะนี้มีผู้ต้องการเดินทางออกจากพื้นที่ลดลง เนื่องจากสามารถเข้าพักในสถานที่หลบภัยที่ปลอดภัยได้
ขณะที่ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ยังมีลูกเรือไทยอีก 3 คนที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศยังคงให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และได้ประสานกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือช่วยเหลือคนไทยที่ยังอยู่บนเรือ โดยรายละเอียดบางส่วนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของลูกเรือ
ทั้งนี้ เมื่อวานที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้โทรศัพท์หารือโดยตรงกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน โดยได้หยิบยกประเด็นลูกเรือไทย 3 คนที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ และขอความร่วมมือจากฝ่ายอิหร่านในการให้ความช่วยเหลือ หากสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้
นอกจากนี้ ไทยยังได้สื่อสารถึงท่าทีของประเทศไทยและจุดยืนของอาเซียน ซึ่งได้หารือกันในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายใช้แนวทางการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์
ด้าน นายพงศ์เทพ เพชรโสม รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้ประสานกับบริษัทเจ้าของเรือเพื่อให้ความช่วยเหลือแรงงานไทย โดยจะตรวจสอบเรื่องสัญญาจ้างและสิทธิประโยชน์ซึ่งบริษัทเจ้าของเรือให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ จากการประเมินสภาพจิตใจของลูกเรือทั้ง 20 คน พบว่าส่วนใหญ่ยังมีสภาพจิตใจเข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานจะติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด และประสานกับบริษัทเจ้าของเรือให้ดำเนินการตามกฎหมายแรงงานและอนุสัญญาแรงงานทางทะเล (MLC)
Advertisement