
(13 มี.ค. 2569) พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดเผยถึงกรณีเรือสินค้าไทยถูกโจมตีหลังผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ว่า ขณะนี้ทางกองทัพเรือโอมานแจ้งว่าจะพยายามช่วยเหลือลูกเรือที่ติดค้างอย่างเต็มที่ แต่ด้วยกระแสน้ำทำให้เรือเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ แต่ได้เฝ้าติดตามว่าเรือเคลื่อนที่ไปทิศทางไหน เพื่อติดตามว่าลูกเรือที่ติดค้างเป็นอยู่อย่างไร แต่โดยปกติลูกเรือพาณิชย์จะได้รับการฝึกฝนด้านความปลอดภัยและการเอาชีวิตรอดในทะเลในระดับหนึ่ง จึงคาดหวังว่าลูกเรือจะสามารถดูแลตัวเองและเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม จุดที่เกิดเหตุอยู่นอกเขตอำนาจของประเทศไทย จึงต้องประสานกับประเทศที่เกี่ยวข้อง หากอยู่ในพื้นที่ของประเทศใด ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของประเทศนั้น พร้อมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกเรือเป็นหลัก
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตำแหน่งของเรือลำดังกล่าวอย่างต่อเนื่องว่าอยู่บริเวณใด ระหว่างน่านน้ำของประเทศโอมาน หรือใกล้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE และจะประสานประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้เข้าตรวจสอบหรือให้ความช่วยเหลือ โดยไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย และมีการประสานงานกันผ่านความร่วมมือด้านกองทัพเรือ เช่น การประชุมความร่วมมือกองทัพเรือในมหาสมุทรอินเดีย หรือ Indian Ocean Naval Symposium หรือ IONS ซึ่งไทยเคยดำรงตำแหน่งประธานเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้การติดต่อประสานงานกับประเทศต่างๆ เป็นไปได้สะดวกขึ้น
ส่วนกรณีที่มีอินฟลูเอนเซอร์เสนอจะนำเจ็ตสกีออกไปช่วยเหลือลูกเรือไทยกลางทะเล พล.ร.อ.ไพโรจน์ ระบุว่า การปฏิบัติการในทะเลลึกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคลื่นลมในทะเลอาจสูงถึง 2-3 เมตร ซึ่งอาจเกินขีดความสามารถของเจ็ตสกีในการฝ่าคลื่น จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ต้องขอบคุณในความตั้งใจช่วยเหลือของภาคประชาชน
Advertisement