
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 13 มีนาคม 2569 ในพื้นที่หมู่ 7 บ้านสันติธรรม ตำบลนาชุมแสง อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี นายอำเภอทุ่งฝนพร้อมด้วยคณะ “5 เสือแรงงานจังหวัดอุดรธานี” ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของนายกิตติโรจน์ พงษ์พัฒน์ขาง หรือ ดอส ลูกเรือชาวไทยของเรือสินค้ามยุรีนารี ซึ่งประสบเหตุฉุกเฉินกลางทะเล จนกลายเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเป็นห่วงให้กับครอบครัวและญาติพี่น้องในพื้นที่
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้พบปะพูดคุยกับนายพัน พงษ์พันธ์ขาง พ่อของนายกิตติโรจน์ เพื่อสอบถามความเป็นอยู่พร้อมให้กำลังใจและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่แรงงานได้ชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือจากภาครัฐรวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามความคืบหน้าของเหตุการณ์และการช่วยเหลือลูกเรือไทย
นายพลกฤษ เรืองสุกใส นายอำเภอทุ่งฝน กล่าวว่าทางอำเภอและหน่วยงานด้านแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งขอให้ครอบครัวมั่นใจว่าทุกหน่วยงานจะร่วมกันดูแลและให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
ด้านนายพัน พงพันธ์ขาง ผู้เป็นพ่อเปิดเผยว่าทราบเรื่องจากทางบริษัทโทรศัพท์มาแจ้งในช่วงเย็นประมาณ 17.00 น. ซึ่งตอนแรกยังงงว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะตนไม่ค่อยเล่นโซเชียล จึงไม่ทราบข่าวว่าเรือถูกโจมตี แต่พอเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าลูกชายปลอดภัยดีก็รู้สึกโล่งอก เหมือนยกภูเขาออกจากอก “ดอสเขาโชคดีมากถือว่าดวงยังไม่ถึงฆาต เพราะจังหวะที่ระเบิดลงนั้นเขาเพิ่งจะออกกะ(สลับเวร)จากห้องเครื่องขึ้นมากินข้าวเสร็จพอดี แต่ก็น่าเสียใจกับลูกเรืออีกชุดที่เข้าไปเปลี่ยนเวรแทนที่ต้องมาประสบเหตุแทน มันเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่มีใครอยากให้เกิด” คุณพ่อกล่าวด้วยความสลดใจ
สำหรับ “น้องดอส” ถือเป็นกำลังหลักในการดูแลครอบครัว โดยไปทำงานเดินเรือต่างประเทศมานานกว่า 10-12 ปีแล้ว ในตำแหน่ง AB(AbleSeaman) ประจำห้องเครื่อง โดยปกติจะทำงานรอบละ 8-9 เดือน และมีกำหนดจะกลับมาพักผ่อนหลังช่วงสงกรานต์นี้ แต่ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน
ขณะนี้นายกิตติโรจน์ อยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพโอมาน ซึ่งจัดที่พักและอาหารให้อย่างเต็มที่ และกำลังประสานสถานทูตเพื่อหาเที่ยวบินกลับประเทศไทยโดยด่วนที่สุด ซึ่งลูกชายได้แจ้งข่าวกลับมาว่าคาดว่าจะถึงไทยในวันที่ 17 มีนาคมนี้
คุณพ่อยังกล่าวทิ้งท้ายว่าทันทีที่ลูกชายถึงบ้านจะมีการทำพิธีตามประเพณีอีสานบ้านเรา คือการ “บายศรีสู่ขวัญ” ผูกข้อไม้ข้อมือเพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าลูกชายได้เกิดใหม่จริงๆ พร้อมขอบคุณนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ลงพื้นที่มาให้กำลังใจครอบครัวถึงบ้าน ทำให้มีกำลังใจขึ้นมากหลังจากที่ต้องนั่งกังวลมาตลอด
ในโอกาสนี้นายอำเภอและคณะเจ้าหน้าที่ได้วิดีโอคอลพูดคุยกับ “ดอส กิตติโรจน์” ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ประเทศโอมาน โดยเจ้าตัวได้เล่าเหตุการณ์นาทีระทึกบนเรือให้ฟังว่าก่อนเกิดเหตุเพิ่งลงจากเวรได้ไม่นาน และกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในห้องอาหารของเรือหลังจากกินข้าวเสร็จไม่นานก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นมาทำให้ตกใจอย่างมาก และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
ดอส เล่าว่าในช่วงเวลานั้นเรือกำลังจะหันหัวเรือออกจากช่องแคบพอดี หลังเกิดเหตุลูกเรือทั้งหมดจึงรีบวิ่งไปยังจุดรวมพล โดยในตอนแรกพยายามรวมตัวกันบริเวณห้องรับประทานอาหารแต่ไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากมีควันจำนวนมาก จึงพากันวิ่งขึ้นไปยังบริเวณดาดฟ้าของเรือ โดยใช้บันไดหนีขึ้นไป
“ตอนนั้นบนเรือมีแต่ควันมองอะไรแทบไม่เห็นเลย” ดอส เล่าพร้อมระบุว่าหลังจากส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไม่นานก็มีเรือจากประเทศโอมานเข้ามาช่วยเหลือลูกเรือโดยเท่าที่จำได้ลูกเรือที่ขึ้นมาบนดาดฟ้ามีประมาณ20คนก่อนจะได้รับการช่วยเหลือลงจากเรืออย่างปลอดภัยส่วนลูกเรืออีก3คนที่ยังสูญหายนั้นทราบว่าอยู่บริเวณห้องเครื่องของเรือในช่วงเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม ดอส เปิดเผยว่าขณะนี้ตนเองและลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือได้รับการดูแลเป็นอย่างดี โดยพักอยู่ในโรงแรมที่ประเทศโอมาน และยังมีนักจิตวิทยาเข้ามาพูดคุยให้คำปรึกษาเพื่อลดความเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในช่วงท้ายของการพูดคุย ดอส ยังได้พูดกับพ่อเพื่อให้คลายความกังวลว่าไม่ต้องเป็นห่วงเพราะตนเองปลอดภัยดีและในวันที่ 17 มีนาคมนี้ ก็จะได้เดินทางกลับบ้านอีกทั้งหลานก็ปิดเทอมแล้วทำให้ครอบครัวมีโอกาสได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง สร้างความโล่งใจและกำลังใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก
Advertisement