
วันที่ 12 มีนาคม 2569 จากกรณีเรือบรรทุกสินค้า "มยุรีนารี" สัญชาติไทยถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมาและมีรายงานข่าวระบุว่าลูกเรือทั้งหมด 20 คน ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย และมีลูกเรือสูญหายจำนวน 3 คน ซึ่งทางการไทยกำลังเร่งติดตามหาตัว โดยยังไม่มีรายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บชัดเจนในขณะนี้
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ต.ยกกระบัตร อ.สามเงา จังหวัดตาก ได้พบกับนายทรงกลด ไชยวงศ์ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 และเป็นพ่อของนายชวลิต ไชยวงศ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ลูกเรือที่อยู่ท้ายเรือที่สูญหาย
นายทรงกลด เปิดเผยทั้งน้ำตาว่าลูกชายแต่งงานมีครอบครัวแล้วไปทำงานกับบริษัทเดินเรือตั้งแต่หลังโควิดระบาดเป็นเวลา 5 ปี ในตำแหน่งผู้ช่วยช่างเครื่องยนต์ได้เงินเดือน 30,000 กว่าบาท หลังจากได้เงินเดือนก็ส่งมาทางประเทศไทยให้กับพ่อแม่และภรรยาได้ใช้ ซึ่งก่อนเกิดเหตุ 1-2 วันยังได้โทรศัพท์พูดคุยกับแม่ว่าไปส่งสินค้าที่ประเทศอินเดีย จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันเลย จนมาทราบข่าวว่าเรือส่งสินค้าไทยถูกอิหร่านยิงแล้วลูกชายหายสาบสูญยังไม่ทราบชะตากรรมว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ทางญาติพี่น้องไปไหว้บนบานศาลกล่าวที่วัดพระบรมธาตุบ้านตากที่ศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเหลือลูกชายได้คลาดแคล้วจากภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ที่บริเวณบ้านมีเพื่อนบ้านญาติมิตรมาให้กำลังใจทั้งพ่อแม่ของนายชวลิต ญาติทั้งหลายต่างก็มาฟังข่าวกันทั้งหมู่บ้าน
ทั้งนี้เมื่อเช้าที่ผ่านมานายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าการจังหวัดตาก ได้มอบหมายให้นายบุญเหลี่ยม ตาคำ นายอำเภอสามเงา พร้อมด้วยนางสาวอุทัยวรรณ ศรีสุภรณ์รจนา แรงงานจังหวัดตาก และนายวรเศรษฐ์ ทิอุด กำนันตำบลยกกระบัตร มาให้กำลังใจถึงบ้าน ขณะนี้รอฟังข่าวจากสถานทูตไทยในประเทศโอมาน ซึ่งทางภรรยาของนายชวลิต กำลังติดต่อกับสถานทูตให้ช่วยเช็กรายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งประเทศโอมานให้การช่วยเหลืออยู่ในขณะนี้
ด้านนายแดง มะลิแก้ว อดีตผู้ใหญ่บ้านสองแควพัฒนา ซึ่งเป็นพ่อตาของนายชวลิต หรือ น้องโน๊ต บอกว่าเมื่อก่อน 20 ปีที่แล้วตนเองได้เข้าทำงานบริษัทเดินเรือแห่งนี้ ในตำแหน่งหัวหน้าพ่อครัว ทำงานนานอยู่หลายสิบปีจนเกษียณ ตัวเองกลับมาอยู่บ้านแล้วดำรงตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านจนหมดสมัย ต่อมาเมื่อลูกสาวได้แต่งงานกับน้องโน๊ต ลูกทั้งสองคนก็อยากทำงานหาเงินเก็บไว้เพื่อสร้างอนาคต น้องโน๊ต ซึ่งเป็นลูกเขยก็ไปฝึกอบรมอยู่ 2 ปี เมื่อจบก็ได้ไปทำงานบริษัทนี้ตามคำแนะนำของตน
รวมถึงก่อนหน้านี้ก็มีเพื่อนบ้านในชุมชนหลายคนก็ทำงานอยู่ในบริษัทเดินเรือนี้เช่นกัน บางคนก็เป็นหัวหน้าแผนก มีเงินเดือนเฉลี่ยสูงหลักแสนบาท ซึ่งในสมัยที่ตนเองยังทำงานอยู่บริษัทเดินเรือมีเรืออยู่ 8 ลำ จนปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 70 กว่าลำ ล่องทะเลขนส่งสินค้าไปทั่วโลก
Advertisement