
(13 มี.ค. 2569) "กัน จอมพลัง" พาครอบครัวลูกเรือผู้สูญหายจากเหตุการณ์เรือขนส่งสินค้า "มยุรี นารี" ของไทยที่ถูกยิงโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ น่านน้ำประเทศโอมาน ใกล้ประเทศอิหร่าน ซึ่งอยู่ในระหว่างการเกิดความขัดแย้งในภูมิภาค มายังกองบัญชาการกองทัพเรือ เขตบางกอกน้อย เพื่อเข้าพบและพูดคุยกับกองทัพเรือให้ดำเนินการช่วยเหลือผู้สูญหาย โดยมี พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชนพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เป็นตัวแทนกองทัพเรือมาพูดคุย
โดย กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า วันนี้พาตัวแทนครอบครัวผู้สูญหาย 2 รายมาพบกองทัพเรือ ส่วนอีก 1 รายเดินทางมาไม่ทัน ซึ่งจะพามาในภายหลัง เนื่องจากอยากรู้ว่าสถานะของผู้สูญหายบนเรืออีก 3 รายเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้ข้อมูลไม่ตรงกันสักแหล่ง บ้างก็อ้างว่าเสียชีวิตแล้ว บ้างก็อ้างว่าได้รับการช่วยเหลือแล้ว เชื่อว่าทางกองทัพเรือน่าจะสามารถให้ข้อมูลและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคลายข้อสงสัยของครอบครัวผู้สูญหายได้
นอกจากนี้ ยังเป็นการนำข้อมูลของญาติมามอบให้กับทางกองทัพเรือ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการติดต่อครั้งสุดท้าย เพื่อให้กองทัพเรือนำข้อมูลไปดำเนินการประสานงานและช่วยเหลือ โดยพวกเรายังไม่หมดความหวัง ยังมีโอกาสเสมอว่าทั้ง 3 คนจะรอดชีวิต
ด้านตัวแทนของครอบครัวผู้สูญหาย คือ นายบอม ลูกชายของ นายเกียรติศักดิ์ ปะวะภูชะแก ชาวหนองบัวลำภู ช่างไฟบนเรือ เปิดเผยว่า พ่อทำงานเป็นช่างไฟอยู่บนเรือ เปลี่ยนบริษัทอยู่บ่อยครั้ง โดยพ่อขึ้นเรือลำนี้เมื่อ 5-6 เดือนก่อน ซึ่งเป็นการเจอครั้งสุดท้าย ส่วนการติดต่อครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2-3 วัน โดยพ่อได้ส่งไลน์มาอวยพรเนื่องในวันเกิดของตน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้พ่อเคยเตือนตนแล้วว่าอาจจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ซึ่งพ่อได้เตรียมตัวเป็นอย่างดีและพ่อเลือกที่จะไปทางเรือ เพราะก่อนหน้านี้มีอีกทางเลือกหนึ่งคืออยู่โรงแรมแล้วรอขึ้นเครื่องบิน แต่อยู่ที่โรงแรมก็เสี่ยงอันตรายเช่นเดียวกัน เลยตัดสินใจที่จะลงเรือแทน ส่วนการเดินเรือนั้นคาดว่าคนตัดสินใจคือ กัปตันเรือ แต่เดาว่าลูกเรือทุกคนก็พร้อมที่จะไปด้วย ทั้งนี้ตนก็มีความหวังว่าจะได้เจอกับคุณพ่อและจะรอดปลอดภัยกลับมา
ด้านโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากองทัพเรือได้เฝ้าติดตามสถานการณ์และได้แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการเดินเรือที่จะผ่านพื้นที่เสี่ยงอันตราย ที่จะอาจเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวได้ทุกเมื่อ ยืนยันว่ากองทัพเรือไม่มีอำนาจในการสั่งห้ามการเดินเรือ เพราะเนื่องจากไม่อยู่เขตน่านน้ำของไทย ทำได้เพียงแค่แจ้งเตือนและประสานงานเท่านั้น
หลังเกิดเหตุ กองทัพเรือ ไม่นิ่งนอนใจและได้เร่งประสานงานความช่วยเหลือกับนายทหารประสานงานที่อยู่ประจำประเทศบาห์เรน ในการแจ้งสถานทูตไทยประจำโอมานซึ่งเป็นน่านน้ำที่เกิดเหตุให้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รวมทั้งทางผู้บัญชาการทหารเรือไทยได้ประสานงานตรงไปยังผู้บัญชาการทหารเรือโอมานจนสามารถช่วยเหลือลูกเรือ 20 คนแรกได้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายสูง การส่งกำลังเข้าไปช่วยนั้นค่อนข้างอันตราย จึงทำให้ทางโอมานทำได้เพียงแค่เฝ้าสังเกตการณ์ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเรือยังคงมีควันไฟลอยบางส่วนและยังไม่พบความเคลื่อนไหวเพิ่ม ขณะเดียวกันพบว่าเรือที่เกิดเหตุไม่ได้ทิ้งสมอ จึงยังมีการลอยตามกระแสน้ำอย่างช้าๆ
แต่อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพเรือขอเป็นกำลังใจให้ทางครอบครัว อย่าหมดหวัง และเน้นย้ำว่ากองทัพเรือไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงประสานงานการช่วยเหลือกับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะชาติพันธมิตรในพื้นที่ การที่จะให้กองทัพเรือส่งทหารไทยไปในพื้นที่นั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะประเทศไทยวางตัวเป็นกลางในสถานการณ์ดังกล่าว
Advertisement