
น.ส.เบญจวรรณ เครือมาตา หรือ “กระแต” อายุ 46 ปี ภรรยาของนายชรินทร์ ขุนารักษ์ วินจักรยานยนต์รับจ้างที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุยิงกันบริเวณปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้อาการของสามีน่าเป็นห่วงอย่างมาก หลังทางโรงพยาบาลโทรศัพท์แจ้งให้ครอบครัวเดินทางไปดูอาการอย่างใกล้ชิด
น.ส.เบญจวรรณ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุชายผู้ก่อเหตุเดินทางมาที่วินจักรยานยนต์และต้องการใช้บริการไปย่านมักกะสัน โดยมีการต่อรองค่าโดยสารจาก 120 บาท เหลือประมาณ 60-70 บาท เมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการก็เริ่มมีการบ่นและด่าทอคนขับวิน ตนจึงพยายามอธิบายว่าราคาค่าโดยสารเป็นไปตามที่กำหนดไว้ หากไม่พอใจก็สามารถใช้บริการรถแท็กซี่ได้
จากนั้นผู้ก่อเหตุยังคงมีท่าทีหาเรื่องและจ้องมองสามีของตนด้วยสายตาไม่เป็นมิตรตลอดเวลา ทำให้ตนต้องเตือนสามีว่าอย่าหันหลังให้ เพราะเกรงว่าจะถูกทำร้าย โดยผู้ก่อเหตุมีการโทรศัพท์พูดคุยกับใครบางคน ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้บริเวณที่สามีนั่งอยู่
ต่อมาสามีได้ถามผู้ก่อเหตุว่าทำไมยังไม่ไปสักที จะมาพูดหาเรื่องอะไรอีก ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายและชูนิ้วกลางใส่ สามีจึงใช้เท้าถีบไปหนึ่งครั้ง ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะหยิบอาวุธปืนขึ้นมา บรรจุกระสุนและยิงรัวหลายนัด จนสามีล้มลงได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่นายบอยซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ก็ถูกยิงเข้าที่ขาและถูกตามยิงซ้ำจนกระสุนหมดแม็กกาซีน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากลูกหลงอีก 1 ราย รวมมีผู้ถูกยิงทั้งหมด 3 คน
“ถ้าคนก่อเหตุไม่มาหาเรื่องก่อน จะมีเรื่องแบบนี้ไหม แฟนหนูเป็นคนไม่หาเรื่องใคร ทุกวันก็ขับวิน ส่วนหนูก็ขายขนมปังปิ้งอยู่ตรงนั้น หนูอยากได้ความเป็นธรรมให้ครอบครัว” น.ส.เบญจวรรณ กล่าว
ภรรยาผู้บาดเจ็บยังตั้งคำถามถึงประเด็นสภาพจิตของผู้ก่อเหตุ โดยระบุว่า หากเป็นผู้ป่วยจิตเวชจริง เหตุใดจึงยังได้รับการแต่งตั้งยศและสามารถพกพาอาวุธได้ พร้อมขอให้สังคมรับฟังข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าวินจักรยานยนต์เป็นฝ่ายรุมทำร้ายก่อน ทั้งที่ในมุมของตน เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นจากการต่อรองค่าโดยสารและการหาเรื่องของผู้ก่อเหตุ ก่อนจะบานปลายเป็นเหตุใช้อาวุธปืนยิงจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายดังกล่าว
Advertisement