
(6 ก.ค. 2569) จากกรณี นายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์ หรือ ครูพี่หนึ่ง พนักงานราชการ สังกัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เสียชีวิตจากเหตุถูกสัตว์ป่าทำร้าย ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ บริเวณลำห้วยทับเสลา อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี โดยพบรอยเท้าเสือโคร่งอยู่บริเวณใกล้เคียง ก่อนที่ต่อมา ล่าสุด มีรายงานยืนยันระบุตัวตนเสือโคร่งผ่านข้อมูลกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (CAMERA TRAP) ในพื้นที่จุดที่พบร่างของนายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์ โดยพฤติกรรมของเสือโคร่งเมื่อล่าเหยื่อได้แล้วจะกลับมายังบริเวณจุดเดิมที่ล่าได้
ซึ่งจากฐานข้อมูลของทีมวิจัยเสือโคร่ง รายงานว่า ในพื้นที่ดังกล่าว จะมีเสือโคร่งซึ่งเป็นเสือเพศเมียเต็มวัย ชื่อ อภิญญา อายุ 8 ปี และ ลูก 3 ตัว เป็นคอกที่ 2 อายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน โดยครอบครัวเสือนี้ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ ซึ่งในเคสนี้จากการตรวจสอบจากกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติแล้ว เป็นตัวลูกเสือโคร่ง 1 ใน 3 ตัว ของแม่เสือโคร่งอภิญญา กลับมายังบริเวณที่ล่าเหยื่อเพียงตัวเดียว
ในวันเกิดเหตุเสือโคร่งตัวดังกล่าวเดินผ่านเข้ามาในบริเวณที่เจ้าหน้าที่นอนพักอยู่ ซึ่งอยู่ในท่านอนราบขนานกับพื้น เป็นเหตุให้เสือโคร่งคิดว่าเป็นเหยื่อ เพราะมีลักษณะคล้ายกับเหยื่อปกติที่มีลักษณะเป็นแนวยาว จึงเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น โดยการประเมินพฤติกรรมลูกเสือโคร่งในสภาพธรรมชาติ อายุลูกเสือ 1 ปี 6 เดือน อยู่ในช่วงเรียนรู้วิธีการล่าเหยื่อ แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวลูกเสือโคร่งดังกล่าวเป็นเสือซึ่งอยู่ในวัยที่อยากรู้อยากเห็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความบังเอิญ เนื่องจากโดยปกติของเสือจะไม่เข้าภายใต้ร่มเงาอาคาร หากมีการเคลื่อนไหวของคนจะหนีทันที
ขณะนี้ ชุดนักวิจัยเสือโคร่ง ได้ลงพื้นที่เพื่อประชุมและวางแผนครบถ้วนแล้ว และพอจะทราบเสือตัวที่เข้ามาก่อเหตุกัดนายศักรินทร์ แล้ว เบื้องต้นคาดว่า เป็นเสือเด็ก อายุประมาณ 1 ปีกว่า
ขณะที่ทางเพจ Thailand Tiger Project DNP ได้ให้ข้อมูลข้อเท็จจริง กรณีเสือโคร่งกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง โดยสถานที่เกิดเหตุ (ครัวมะขาม) เป็นอาคารเปิดโล่งที่มีราวรั้วต่ำๆ ล้อมมีฝั่งด้านในเป็นที่นั่งโดยรอบและเว้นช่วงเป็นช่องทางสำหรับเดินเข้าออก ข้างๆ อาคารมีเส้นทางที่ปรากฏรอยตีนเสือโคร่งสม่ำเสมอเป็นปกติ ในอดีตเคยมีเจ้าหน้าที่ใช้เป็นที่พักนอนมาก่อน ซึ่งครั้งนี้เจ้าหน้าที่กางมุ้ง นอนที่พื้นอาคาร พร้อมพัดลม
สภาพพื้นที่หลังเกิดเหตุ พบขนเสือหลุดร่วงที่พื้นที่นั่งและมีร่องรอยที่บ่งชี้ว่า เสือหิ้วมนุษย์ออกไปโดยการข้ามราวรั้วอย่างง่ายดาย ไม่ได้เดินไปตามช่องว่างที่ราวเว้นไว้ และไม่มีรอยเลือด หรือหยดเลือดในบริเวณที่นอน ห่างจากตัวอาคารราว 15 เมตร พบมุ้งเขียวที่เปื้อนเลือดห่างกองอยู่ ระหว่างทางที่พบรอยเสือโคร่งเดิน ไม่พบหยดเลือดหรือ รอยเลือด กระทั่งปลายทางพบผู้เสียชีวิตที่มีร่องรอยโดนกัดกิน แต่รอยเลือดแห้งแล้ว
พฤติกรรมที่เสือโคร่งตอบสนองต่อมนุษย์ : จากการเฝ้าติดตามพฤติกรรมเสือโคร่ง พบว่าเสือโคร่งหลบเลี่ยงมนุษย์ที่มีการเคลื่อนไหว เช่น หากเสือพบมนุษย์นั่งอยู่ จะขยับหลบหนีทันทีที่ มนุษย์ลุกขึ้นยืนหรือขยับตัว
ดังนั้นการที่เสือโคร่งคาบมนุษย์ออกจากที่นอนอย่างง่ายดาย และไม่ปรากฏร่องรอยดิ้นรน ต่อสู้ จึงเป็นเหตุการณ์ที่ชวนสงสัยยิ่ง หรือว่า หลับลึกเกินกว่าจะรู้สึกถึงความเจ็บจากกรงเล็บ และคมเขี้ยว ท้ายที่สุดคงต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์ ก่อนที่จะสรุปและวางแผนป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่พฤติกรรมปกติของเสือโคร่ง ที่จ้องล่ามนุษย์ เป็นอาหารแน่นอน
Advertisement