
จากกรณี เรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง สัญชาติไทย ชื่อ “มยุรีนารี” (Mayuree Naree) ขนาดระวางขับน้ำประมาณ 30,000 ตัน ที่มีบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าของ ถูกโจมตี ขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ภายหลังได้ออกเดินทางจากท่าเรือในเมืองคาลิฟา (Khalifa) ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ วันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยสามารถช่วยลูกเรือได้ 20 คน ส่วนอีก 3 คนยังติดอยู่ในเรือ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
วันที่ 12 มี.ค. 69 นาย กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพจ “กันจอมพลัง ช่วยสู้” ระบุว่า น้องภาณุพงศ์ 1 ใน 3 ผู้สูญหายในเหตุการณ์โจมตีเรือไทยที่วิ่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ทางญาติทักมาขอให้ผมช่วย ผมได้คุยกับคุณพ่อคุณแม่น้องแล้วครับ เพื่อนน้องที่พึ่งได้รับการช่วยเหลือบอกว่า เห็นน้องครั้งสุดท้ายบริเวณห้องเครื่อง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเรือถูกโจมตีที่บริเวณห้องเครื่อง ขอให้น้องปลอดภัยครับ ตอนนี้มีญาติของผู้สูญหายทักมาหาผม 2 คนครับ
ตอนนี้ยังติดต่อน้องไม่ได้ครับ แต่เชื่อว่ายังมีหวังขอให้น้องปลอดภัยครับ
จากนั้น กัน จอมพลัง ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว “อมรินทร์” ว่า หลังจากที่ตนลงมาจากภูมะเขือ และมีสัญญาณก็ได้รับรายงานด่วนว่า เรือสินค้าสัญชาติไทย ซึ่งมีธงไทยและระบุชื่อภาษาไทยชัดเจน ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ความคืบหน้าล่าสุดสามารถช่วยเหลือลูกเรือออกมาได้แล้วจำนวน 20 คน แต่ยังมีผู้ที่หาตัวไม่พบอีก 3 คน ซึ่งมีความกังวลว่าอาจจะยังติดค้างอยู่ภายในลำเรือ และตนได้รับการติดต่อจากเพื่อนของหนึ่งในลูกเรือที่ประสบเหตุ เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ามีการพยายามติดต่อสื่อสารกับผู้ที่ติดอยู่บนเรือผ่านทางแอปพลิเคชัน What’s App แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเกิดจากปัญหาจุดอับสัญญาณ หรือระบบสื่อสารบนเรือถูกทำลาย
ตนกำลังดำเนินการส่งข้อมูลชื่อและนามสกุลของลูกเรือให้กับทางกองทัพเรือไทย ขณะเดียวกันทางกองทัพเรือไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ เเละได้ประสานงานไปยังกองทัพเรือโอมาน ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเรือรบออกเดินทางไปยังพิกัดเกิดเหตุเพื่อเร่งค้นหาและให้การช่วยเหลือผู้ที่ยังสูญหายอย่างเต็มกำลัง
ส่วนสถานะของลูกเรือ 3 คนที่ยังหาตัวไม่พบนั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือยังปลอดภัยดีอยู่หรือไม่ โดยจะมีการอัปเดตข้อมูลทันทีที่ได้รับรายงานความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ต่อไป
Advertisement