
วันที่ 7 ก.ค. 69 นาย กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” พานาย แฟร์ อายุ 41 ปี ช่างภาพข่าว และนายป๊อก อายุ 35 ปี อนุกรรมการคอนโดฯ ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดี เข้ายื่นหนังสือที่กระทรวงมหาดไทย ขอให้ตรวจสอบอดีตนักการเมืองรายหนึ่ง กรณีติดเข็มเครื่องหมาย “รักษาดินแดนยิ่งชีพ” รวมถึงการสวมเครื่องแบบสีกากี ชุดปกติขาว และเครื่องหมายราชการต่างๆ ว่าได้รับอนุญาตและมีสิทธิใช้หรือไม่
นายกัณฐัศว์ ระบุว่า ผู้เสียหายตัดสินใจออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม หลังอ้างว่าก่อนหน้านี้อดีตนักการเมืองคนดังกล่าว ได้เดินทางไปพบหัวหน้าของช่างภาพข่าวถึงที่ทำงาน ในวันนี้ก็ถึงคราวที่ช่างภาพจะมาตรวจสอบด้วยเช่นกัน โดยต้องการให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบสิทธิการติดเครื่องหมายรักษาดินแดนยิ่งชีพ ซึ่งเป็นเครื่องหมายอันทรงเกียรติที่มีหลักเกณฑ์การมอบอย่างชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้เจ้าตัวแสดงเอกสารยืนยัน หากได้รับอนุญาตจริงก็จะเป็นผลดีต่อสังคมและต่อตัวเจ้าของเครื่องหมายเอง
นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบเครื่องหมายราชการอื่นที่ปรากฏบนเครื่องแบบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายของหน่วยงานในสังกัดกองทัพ รวมถึงปีกร่มของกองทัพบก โดยเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอตรวจสอบสิทธิการประดับเครื่องหมายทั้งหมด พร้อมย้ำว่า หากได้รับพระราชทานหรือได้รับอนุญาตจริง ย่อมต้องมีเอกสารอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
นายกัณฐัศว์ ยังกล่าวถึงพฤติกรรมของนักการเมืองรายดังกล่าวว่า เคยพบตัวในงานวันเกิดของผู้หลักผู้ใหญ่ แต่เมื่อสอบถามทั้งเจ้าของงานและนักการเมืองหลายคน ต่างยืนยันว่าไม่รู้จักหรือไม่ได้พามาร่วมงาน แม้ภายหลังจะมีภาพถ่ายคู่กับบุคคลสำคัญหลายคนเผยแพร่ก็ตาม จึงเห็นว่าควรปล่อยให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการ
ส่วนกรณีที่มีบุคคลจำนวนมากโทรศัพท์เข้ามาหลังรับเรื่องนี้ นายกัณฐัศว์ ยอมรับว่าเป็นคดีที่มีผู้ติดต่อมากที่สุดคดีหนึ่ง ทั้งจากในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แต่ยืนยันว่าจะไม่ยุติการช่วยเหลือ เพราะแรงกดดัน พร้อมระบุว่าหลายคนที่โทรมาหลังได้รับฟังข้อมูล ต่างเห็นตรงกันว่าไม่ควรแอบอ้างชื่อผู้หลักผู้ใหญ่ และผู้กระทำควรรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
ด้านนายแฟร์ ช่างภาพข่าว เปิดเผยว่า หัวหน้างานเล่าให้ฟังว่า คู่กรณีพร้อมพวกประมาณ 4-5 คน เคยเดินทางไปที่สถานีโทรทัศน์ พร้อมนำแชตไลน์และคลิปเสียงไปเปิดให้หัวหน้าฟัง เพื่อร้องเรียนให้ลงโทษทางวินัยตนเอง โดยคลิปเสียงดังกล่าวเป็นเพียงบทสนทนาพูดคุยเล่นระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีปัญหากัน ซึ่งหัวหน้างานก็เห็นว่าไม่ได้เป็นการวางแผน หรือกระทำความผิดแต่อย่างใด
นายแฟร์ ยังระบุว่า คู่กรณีนำข้อความจากกลุ่มไลน์กรรมการคอนโดฯ และภาพที่ตนถ่ายขณะลงพื้นที่ทำข่าวชายแดนกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ซึ่งมีอาวุธประจำกาย โดยตอนนั้นตนแค่ส่งคลิปไปเพื่อบอกคนในกลุ่มว่ากำลังทำงานอยู่ แต่อดีตนักการเมืองกลับไปอ้างว่าเป็นการข่มขู่ ก่อนนำไปแจ้งความและร้องเรียนถึงต้นสังกัด ทั้งที่ภาพดังกล่าวถูกส่งเฉพาะในกลุ่มกรรมการ ไม่ได้ส่งถึงคู่กรณีโดยตรง
นานแฟร์ ยังเปิดเผยว่า ก่อนที่ กัน จอมพลัง จะเข้ามาช่วยเหลือ คู่กรณีได้โทรศัพท์มาขอไกล่เกลี่ย ขอให้เปิดโอกาสมีอนาคต พร้อมเสนอจะชดใช้เป็นเงินเพื่อยุติเรื่อง แต่ไม่ได้ระบุจำนวนเงิน โดยตนยืนยันปฏิเสธ แม้จะเสนอเป็นเงินจำนวนร้อยล้านก็ไม่รับ เพราะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้จนต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงมาตลอด พร้อมอ้างว่าคู่กรณีมักกล่าวอ้างว่ารู้จักผู้หลักผู้ใหญ่และบุคคลสำคัญในหลายวงการ
ขณะที่นายกัณฐัศว์ มองว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะแม้ยังไม่มีตำแหน่งทางการเมืองสำคัญ แต่กลับมีการใช้อิทธิพลและการแอบอ้างบุคคลมีชื่อเสียง รวมถึงกรณีเหตุการณ์ในคอนโดที่มีกลุ่มบุคคลบุกเข้าไปในห้องควบคุมกล้องวงจรปิด ก่อนอุปกรณ์บันทึกภาพจะสูญหายหลังคนกลุ่มดังกล่าวออกจากพื้นที่ จึงเห็นว่าพฤติกรรมทั้งหมดควรถูกตรวจสอบอย่างรอบด้าน พร้อมย้ำว่า ได้ประสานกระทรวงมหาดไทย ศูนย์ดำรงธรรม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
เมื่อถามว่า การมาร้องวันนี้ถือ เป็นการปิดประตูทางการเมืองคู่กรณีหรือไม่ กัน จอมพลัง ระบุว่า หากนักการเมืองมีคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน อาจส่งผลต่อคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พร้อมระบุว่า ตนเข้าใจว่าผู้ที่มีคดีลักษณะดังกล่าวอาจไม่สามารถเป็น สส. ได้ แม้จะยังไม่แน่ใจในข้อกฎหมายทั้งหมด “ทำอะไรก็ต้องรับสิ่งนั้นไป” พร้อมย้ำว่าผู้กระทำต้องรับผิดชอบต่อผลของการกระทำของตนเอง
กัน จอมพลัง เปิดเผยภายหลังการเข้ายื่นหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรม ระบุว่า ทางศูนย์ดำรงธรรม ให้ความมั่นใจให้ความเชื่อมั่นว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ทางศูนย์ดำรงธรรมจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา หลังจากนี้จะรอคำตอบว่าจะมีผลเป็นอย่างไร
ขณะที่ นายวิวัฒน์ เเพ่งโยธา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีหนังสือไปยังอธิบดีกรมการปกครอง เท่าที่ตรวจสอบเข็มที่ได้มาจะต้องได้รับจาก รมว.มหาดไทย เเละไม่ใช่ว่าได้เข็มมาได้ง่ายง่ายๆ จะต้องเป็นข้าราชการ บริหารระดับสูงขึ้นไป ซึ่งจากภาพที่เห็น ที่ตรวจสอบในการสายงานตำแหน่ง ไม่มีโอกาสที่จะได้ใช้เข็มที่นำมาติดได้เลย ซึ่งโทษตามกระบวนการก็จะมีการดำเนินการไป
Advertisement