
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 7 ก.ค. 69 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นาย อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” พร้อมด้วยนาง สุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช มารดา ได้เดินทางมาศาล เพื่อฟังคำพิพากษาในชั้นฎีกา กรณีอดีตทนายเบี้ยวเงินประกัน 3 ล้าน ตอน "เบนซ์" เป็นจำเลยคดียาเสพติด คดีหมายเลขดำ อ.3452/2562 ที่นางสุพรเพ็ญ วรโรจน์เจริญเดช มารดา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนาย ศิวาวิทย์ สำเร็จผล อดีตทนายความ เป็นจำเลย ในข้อหา "ฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ"
กรณีสืบเนื่องจากคดีกล่าวหาทนายความเบี้ยวเงินค่าว่าจ้างประกันตัว นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” 3 ล้านบาท ต่อมาทนายความคนดังกล่าวยังได้ข่มขู่เบนซ์-แม่ให้ถอนฟ้องคดีนี้ด้วย โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ (7 ก.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 609 พร้อมเปิดใจต่อสื่อมวลชนก่อนขึ้นศาล
เบนซ์ เรซซิ่ง กล่าวว่า วันนี้ตนมากับมารดา เพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยมาในฐานะโจทก์ที่ยื่นฟ้องทนายความที่เคยว่าจ้างเรื่องประกันตัวไป และไม่คืนเงินจำนวน 3.1 ล้านบาท และศาลแพ่งได้มีคำสั่งไปก่อนหน้านี้ให้คืนเงินดังกล่าวแบบเต็มจำนวนไปแล้ว แต่ภายหลังก็ไม่มีเงินมาชดใช้คืน มีเพียงแค่คำสั่งล้มละลาย หลังจากนั้นพอมีคำสั่งให้คืนเงินทางนายศิวาวิทย์ก็ได้มาฟ้องกลับมารดาของตนว่า นำเอกสารไปฟ้องโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในวันที่ไต่สวนมูลฟ้องศาลก็ได้ยกฟ้องไปแล้ว เนื่องจากไม่มีมูล การกระทำแบบนี้มองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง เพราะเป็นทนายความมีความรู้ทางกฎหมาย แต่กลั่นแกล้งมารดาตนให้รับโทษทางอาญา ตนไม่ได้นิ่งนอนใจก็ได้ฟ้องกลับไปฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษามาแล้วในปี 2565 จำคุก 2 ปี ในข้อหาเบิกความเท็จ และ 1 ปีในข้อหาฟ้องเท็จ แต่ชั้นศาลอุทธรณ์พิพากษาลดเหลือ 8 เดือน ซึ่งคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายฎีกาสู้
"ตนมองว่าคดีนี้มีความสำคัญตรงที่เป็นคนมีความรู้ความสามารถและเป็นทนายความ เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ เคยได้รับรางวัลผู้นำองค์กรดีเด่น ไม่ควรที่จะนำตำแหน่งหรืออำนาจใดๆ มากลั่นแกล้งประชาชน เหมือนหากินกับความเดือดร้อนของผู้อื่นที่มีคดีความอยู่ และคนแบบนี้ไม่ควรมีที่ยืนในสังคม ที่ผ่านมานายศิวาวิทย์ไม่เคยเข้ามาไกล่เกลี่ย มีแต่เข้ามากลั่นแกล้ง ซึ่งตนก็ได้ไปลงบันทึกประจำวันเพื่อป้องกันไว้แล้ว ส่วนก่อนหน้านี้ที่เลือกเข้ามาเป็นทนายความเพราะเป็นคนรู้จักที่แนะนำมาอีกที ตนไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ก็มีการแอบอ้างว่ารู้จักคนใหญ่คนโต สามารถช่วยเหลือเรื่องคดีความได้ เพราะตอนนั้นตนก็ไม่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายเมื่อมีทนายเข้ามาทางเราก็ไว้ใจ แต่สุดท้ายถูกหลอกและเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ตนมองว่าความยุติธรรมยังมีอยู่แต่ใช้ระยะเวลานานเนื่องจากคดีนี้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2562 แล้ว" เบนซ์ เรซซิ่ง กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงเวลานัดปรากฏว่ามีเพียงทนายความโจทก์และตัวโจทก์มาศาลในขณะที่จำเลยได้รับหมายฟังคำพิพากษาแล้วไม่มาศาล ศาลจึงมีคำสั่งว่าเมื่อจำเลยได้รับหมายทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาตามนัดไม่สามารถติดต่อได้ ส่อถึงพฤติการณ์หลบหนี จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับและปรับนายประกันเต็มจำนวน โดยให้เลื่อนฟังคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 7 สิวหาคม 2569 เวลา 09.00 น. พร้อมฟังผลการจับกุมจำเลยมาฟังคำพิพากษา
ด้าน นายอัครกิตติ์ หรือ "เบนซ์ เรซซิ่ง" กล่าวภายหลังศาลเลื่อนว่า ในวันนี้จำเลยไม่มาตามนัดเพื่อฟังคำพิพากษาในวันนี้ศาลจึงออกหมายจับและริบเงินประกันก่อนเลื่อนนัดเป็นวันที่ 7 ส.ค. 2569 ตนมองว่าในวันนี้เจ้าตัวไม่มาก็คิดว่าน่าจะหลบหนีไปแล้ว อยากฝากว่าตอนที่ตั้งใจที่หลอกลวงยังกล้าทำ แต่สุดท้ายวันที่คดีสิ้นสุดกลับไม่กล้ามาฟังคำพิพากษา ก็อยากฝากไปถึงเจ้าตัวให้เข้ามาฟังคำพิพากษาในนัดหน้าด้วย
Advertisement