Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ศาลฎีกายืนจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา คนขับรถบัสมข. ชน นศ.แพทย์เสียชีวิต

ศาลฎีกายืนจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา คนขับรถบัสมข. ชน นศ.แพทย์เสียชีวิต

6 ส.ค. 69
15:03 น.
แชร์

ศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา คนขับรถบัส มข. ชนน้องอาย นักศึกษาแพทย์เสียชีวิต ขณะที่แม่น้อมรับคำตัดสิน ขอให้เป็นบทเรียนสังคม

ความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุรถบัสคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์จนเป็นเหตุให้ น.ส.อรุณนภา วัฒนพานิช หรือ “น้องอาย” เสียชีวิต ภายหลังเกิดเหตุผ่านมาเป็นเวลากว่า 4 ปี ล่าสุดศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ ศาลจังหวัดขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกานัดอ่านคำพิพากษาคดีอาญา ที่บัลลังก์ 9 ในคดีน้องอาย นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ หรือ น.ส.อรุณนภา วัฒนพานิช ที่ถูกรถบัสคณะพยาบาลศาสตร์ชนบริเวณสี่แยกหน้าคณะเภสัชศาสตร์ ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น จนเสียชีวิตเมื่อ 4 ปีก่อน

ในการรับฟังคำพิพากษา มี นางนิตยา รุ่งสถิต อายุ 59 ปี มารดาของน้องอาย อยู่บ้านเลขที่ 292 หมู่ 9 ตำบลในเมือง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นายรุจิวัฒน์ ศิรวงษ์วิชาญ ทนายความฝ่ายโจทก์ เดินทางมารับฟังคำพิพากษาพร้อมทุกฝ่าย โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษานานกว่า 1 ชั่วโมง

ภายหลังศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จ นางนิตยา พร้อมนายรุจิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าว โดยนางนิตยาระบุว่า ตนเองและครอบครัวน้อมรับและเคารพคำพิพากษาของศาล ในส่วนของคดีอาญา ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ คือกำหนดโทษจำคุก 4 ปี และลดโทษกึ่งหนึ่งจากการรับสารภาพ เหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ

นางนิตยากล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ความรู้สึกที่ยังคงอยู่คือความเสียใจต่อการสูญเสียลูกสาว แต่สิ่งที่ตั้งใจมาตลอดคืออยากให้คดีนี้เป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อให้สังคมตระหนักถึงผลกระทบของอุบัติเหตุและความประมาท ซึ่งไม่ได้สร้างความสูญเสียเฉพาะผู้เสียหาย แต่ยังส่งผลต่อผู้กระทำด้วย หากทุกคนเกิดความกลัวที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ก็จะช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุได้ แม้น้องอายจะไม่มีโอกาสได้เป็นแพทย์รักษาผู้ป่วยตามความตั้งใจ แต่หากการสูญเสียครั้งนี้ช่วยลดการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุได้ ก็ถือว่าเกิดประโยชน์ต่อสังคม พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ครอบครัวต้องการไม่ใช่เพียงความเป็นธรรม แต่ต้องการให้คดีนี้เป็นคดีตัวอย่าง เพราะที่ผ่านมาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้คนมักมุ่งคิดว่าจะทำอย่างไรให้รับโทษน้อยที่สุด แทนที่จะกลัวไม่ให้เหตุเกิดขึ้น ซึ่งมองว่าเป็นความกลัวที่ถูกต้องและจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า

นางนิตยายังเปิดเผยอีกว่า หลังศาลมีคำพิพากษา ตนเองได้เดินเข้าไปหาคู่กรณีที่เป็นผู้ขับรถ พร้อมกล่าวขออโหสิกรรมต่อกัน เพราะเชื่อว่าทุกครอบครัวต่างมีบุคคลอันเป็นที่รัก แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้น แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามเหตุและผล และเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และสำหรับคดีแพ่ง ซึ่งมี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นจำเลยที่ 3 ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการขออนุญาตยื่นฎีกา โดยตามขั้นตอน หากมีการยื่นฎีกา จะต้องแจ้งฝ่ายโจทก์เพื่อให้แสดงความเห็นว่าจะคัดค้านหรือไม่ หากไม่มีการคัดค้าน ศาลจะพิจารณาว่าจะรับฎีกาหรือไม่รับฎีกา หากไม่รับฎีกา คดีก็จะสิ้นสุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่หากรับฎีกา ทั้งสองฝ่ายจะต้องดำเนินคดีต่อในชั้นศาลฎีกา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฝ่ายโจทก์ยังไม่ได้รับเอกสารหรือหนังสือแจ้งเกี่ยวกับการคัดค้านแต่อย่างใด

ด้าน นายรุจิวัฒน์ ศิรวงษ์วิชาญ ทนายความฝ่ายโจทก์ กล่าวว่า ในคดีแพ่ง บิดาและมารดาของผู้เสียชีวิตได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 3 คือมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นเงิน 50 ล้านบาท โดยศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นชดใช้ค่าเสียหายแก่บิดาและมารดาของผู้เสียชีวิต คนละประมาณ 9 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างที่จำเลยที่ 3 ขออนุญาตยื่นฎีกา หากศาลรับฎีกา คดีจะเข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาลฎีกา แต่หากไม่รับฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จะถือเป็นที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565 เวลา 08.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถบัสของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ที่มีนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ 2 คน โดยสารมา บริเวณสามแยกหน้าคณะเภสัชศาสตร์ ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วน น.ส.อรุณนภา วัฒนพานิช หรือ “น้องอาย” นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ซึ่งนั่งซ้อนท้าย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บพยานหลักฐาน และดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะที่เพื่อนนักศึกษาและมหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปของน้องอาย ส่วนครอบครัวเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยของจุดเกิดเหตุ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเคยเกิดอุบัติเหตุมาแล้วหลายครั้ง

ต่อมาในช่วงปลายปี 2565 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นยื่นฟ้องคนขับรถบัสต่อศาลจังหวัดขอนแก่น ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตยื่นฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายจากคนขับรถ อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยขอนแก่น

วันที่ 24 มกราคม 2566 เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดจริง พิพากษาจำคุก 4 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งจากการรับสารภาพ เหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ พร้อมให้เหตุผลว่า มหาวิทยาลัยควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักศึกษา ไม่ใช่สถานที่ที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเช่นนี้ ก่อนที่จำเลยจะใช้สิทธิอุทธรณ์

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลย 4 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ เนื่องจากเห็นว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความร้ายแรง แม้จำเลยจะแสดงความสำนึกผิดและบวชอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตแล้วก็ตาม

Advertisement

แชร์
ศาลฎีกายืนจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา คนขับรถบัสมข. ชน นศ.แพทย์เสียชีวิต