
(6 ส.ค. 2569) ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.5 กอ.รมน.) จัดกิจกรรม สื่อมวลชนสัญจรนำพาสันติสุข โดยพลตรี ธรรมนูญ ไม้สนธิ เป็นโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมคณะ ได้รับฟังบรรยายสรุปภารกิจ และ สถานการณ์ของ กองบัญชาการกองกำลังทหารพราน จังหวัดชายแดนใต้
พ.อ.พงศกร แสงกุล รองผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบ. กกล.ทพ.จชต.) กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ว่า เจ้าหน้าที่รัฐพยายามควบคุมสถานการณ์ และเหตุการณ์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ แต่การก่อความไม่สงบในพื้นที่ต้องยอมรับว่า เกิดจากขบวนการ BRN ซึ่งเป็นองค์กรลับ มีความใกล้เคียงกับผู้ก่อการร้ายในต่างประเทศ แต่เรายังไม่เรียกขบวนการ BRN ว่า ผู้ก่อการร้าย แต่ใช้คำว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพราะเป้าหมายของกลุ่มดังกล่าวโดยส่วนใหญ่จะกระทบชีวิต และทรัพย์สิน และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดจะได้รับผลกระทบเป็นส่วนใหญ่ และไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตได้ ซึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัด ต่างได้งบประมาณจากคนอีก 74 จังหวัด นำมาให้ใช้ ทั้งการสร้างถนน สะพาน และอื่นๆ
สถานการณ์ในขณะนี้ไม่ได้แตกต่างอะไรจาก 2 ปีที่แล้ว ส่วนการติดตามด้านการข่าวของกองกำลัง ทางหน่วยได้ติดตามข่าวทั้งจากหน่วยเหนือ หน่วยยุทธการ และยุทธวิธี ซึ่งมีการวิเคราะห์งานข่าวอยู่ตลอด ตามหลักการ IPB หรือ กระบวนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและภัยคุกคามในพื้นที่ปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังมีการหาแหล่งข่าวทั้งแบบเปิด และแบบปิด ซึ่งกองกำลังทหารพรานมีจุดแข็งคือ เป็นกองกำลังประจำถิ่น มีประชาชนที่เป็นลูกหลานเข้ามาเป็นทหารพราน ดังนั้นจะทำให้เราได้ข่าวสารแจ้งเตือนตลอด แต่ต้องยอมรับว่างานข่าวในพื้นที่ 3 จังหวัด ทำงานค่อนข้างยาก เพราะขบวนการ BRN เป็นองค์กรลับ และมีการจัดตั้งใต้ดิน
ขณะที่เรื่องการผลิตแนวร่วม พบข้อมูลของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติว่า มีประมาณ 1,800 กว่าคน ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นกลุ่มบุคคลที่เราสามารถพิสูจน์ได้ ผ่านพยานวัตถุ, พยานหลักฐาน จากผลนิติวิทยาศาสตร์ หรือ DNA ที่ปรากฏในที่เกิดเหตุ และจากคำซัดทอดของพยานบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่ขณะนี้กลุ่มคนดังกล่าว อยู่ระหว่างหลบหนีทั้งในประเทศ และนอกประเทศ แต่ทั้งนี้เชื่อว่า น่าจะมีมากกว่า 1,800 คน ซึ่งขบวนการผลิตแนวร่วมเกิดมาตั้งแต่ต้นน้ำ คือ เรื่องการศึกษา ต้องยอมรับว่า คุณภาพการศึกษาของเด็กในพื้นที่ยังไม่สูงมาก หากจะเทียบกับสถิติเกรดเฉลี่ยกับเด็กในพื้นที่จังหวัดอื่น ดังนั้นเมื่อคุณภาพการศึกษาที่ไม่ดี อาจจะทำให้เด็กถูกยัดเยียดทำในสิ่งที่ผิด และยังพบว่า ยังมีโรงเรียนที่บ่มเพาะ และบิดเบือนการศึกษา ผ่านศาสนา เกิดขึ้นอยู่ ซึ่งการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่เหมือนที่เราดำเนินการกับกัมพูชา ที่กำจัดอริราชศัตรู แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนในประเทศ ที่ต้องใช้ศาสตร์ และศิลป์ในการแก้ไขปัญหา
พ.อ.พงศกร ยอมรับว่า การทำงานของกำลังพลมีความเสี่ยง มีโอกาสเสียชีวิตถึง 100% โดยเราได้บอกกับกำลังพลทุกนายว่า ให้ระลึกเสมอว่า เราคือ เป้าหมาย แต่อย่างไรก็ตามเรามีมาตรการป้องกันความเสี่ยง และมีการฝึกฝนกำลังพลให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ด้านแหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงยุทธวิธีของผู้ก่อความรุนแรงในรอบ 20 ปีว่า ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิม รวมถึงการฝึกก็ยังคงเหมือนเดิม แต่ให้ความสำคัญต่อเป้าหมายในแต่ละปีแตกต่างกัน โดยปีนี้พุ่งเป้าไปที่การดิสเครดิตกองกำลังของรัฐ แบ่งการปฏิบัติตามแผนเป็นช่วงห้วงเดือน ส่วนการทดแทน หรือการเปลี่ยนกำลังพลของบีอาร์เอ็นเกิดขึ้นตลอดเวลา โดยใช้วิธีการบ่มเพาะ สร้างความแตกแยกในสังคม มีการสร้างข้อมูลในโซเชียลมีเดียมากขึ้น หวังสร้างกระแสให้พื้นที่เห็นด้วยกับการกระทำของขบวนการ และต้องถือว่า "ไอโอ" ของบีอาร์เอ็นทำได้ดีมาก มุ่งไปที่การชี้นำสื่อของรัฐด้วย
ทั้งนี้การใช้คำว่า ผู้เห็นต่างมีผลดีกับ "บีอาร์เอ็น" เพราะยุทธศาสตร์คือ ต้องการสร้างความรู้สึกร่วม กับคน 3 กลุ่ม คือในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้, คนใน 74 จังหวัด และต่างประเทศ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการแบ่งแยกดินแดน
ในส่วนโครงสร้างการบริหารงานของ บีอาร์เอ็นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพราะแกนนำเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนนี้อายุ 70 ถึง 80 ปี ร่วงโรยไปตามกาลเวลา จึงมีการส่งผ่านให้คนใหม่ ซึ่งในอดีตใช้ศาสนาชี้นำเป็นหลัก แต่ปัจจุบันพุ่งเป้าไปที่คุณลักษณะของวัยรุ่น นั่นก็คือฮอร์โมนของเยาวชนจะเป็นตัวเร่งในการต่อสู้ แต่ก็มีลักษณะหวือหวา อยู่ไม่นาน เรียนจบก็เลิกไป ยกเว้นคนที่ก่อเหตุ และมีหมายจับ จะกลับเข้าสู่สังคมไม่ได้ เลยต้องเข้าสู่ขบวนการโดยปริยาย
สำหรับกรณีการก่อเหตุที่ด่านตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นั้น กลุ่มผู้ก่อเหตุแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ทหารหลัก และทหารบ้าน โดยทหารหลักจะอยู่บนภูเขา ส่วนทหารบ้าน ทำหน้าที่วางแผนดูต้นทาง ปัจจุบันจัดตั้งหมู่บ้านละ 2 คน ส่วนภาพรวมท่อน้ำเลี้ยงขบวนการนั้น เราได้ติดตามตรวจสอบว่า ปลายทางไปที่ใดบ้าง แต่ต้นทางพบว่า ได้จากการเรี่ยไรเงินของสมาชิก และการบริจาค ตกปีละ 2 พันบาทต่อคน หากรวมเงินจากเงินสมาชิกทั้งหมดคาดว่า ได้เงินจากการเรี่ยไร และบริจาค ประมาณปีละ 2 พันล้านบาท
เมื่อถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยทหารพราน แหล่งข่าวความมั่นคงฯ กล่าวว่า ต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยปัจจุบัน บีอาร์เอ็น พยายาม ทำให้เห็นถึงศักยภาพในการก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งกระจายอยู่ทุกพื้นที่ย่อมตกเป็นเป้า ส่วนจำนวนเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ ยังถือว่า เราทำอย่างเต็มที่ตามกำลังพลที่มีอยู่ ในส่วนของ อส.ทพ. ยังบรรจุไม่ครบ 80% ซึ่งกำลังพลเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการปฏิบัติในการรักษาพื้นที่ความปลอดภัยด้วย
Advertisement