
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกาจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรใหม่กับคู่ค้า 60 ราย โดยอ้างความกังวลเรื่องการใช้แรงงานบังคับ เพื่อทดแทนมาตรการภาษีระดับโลกเดิมที่กำลังจะหมดอายุลง ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศใช้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
มาตรการภาษีใหม่ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์นี้ มีอัตราตั้งแต่ 10% ถึง 12.5% และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จีน อินเดีย และสหภาพยุโรป
การบริหารของทรัมป์ได้เร่งดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อสร้าง "กำแพงภาษี" ของประธานาธิบดีขึ้นมาใหม่ หลังจากศาลฎีกาได้มีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีหลายรายการของเขาในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นระเบิดลูกใหญ่ที่สั่นคลอนความสามารถของเขาในการลงดาบเก็บภาษีโหดตามใจชอบ
หลังพ่ายแพ้ทางกฎหมาย ทรัมป์ได้ดึงอำนาจทางกฎหมายช่องทางอื่นมาใช้เพื่อตั้งภาษี 10% สำหรับสินค้านำเข้า แต่มาตรการนี้มีอายุเพียง 150 วัน และกำลังจะหมดอายุในวันศุกร์นี้
การประกาศภาษีระลอกใหม่ซึ่งถูกเสนอครั้งแรกในเดือนมิถุนายน จะเข้ามาแทนที่มาตรการเดิม โดยมาตรการนี้จัดทำขึ้นหลังจากการสืบสวนยาวนานหลายเดือน และถือว่ามีความรัดกุมต่อการถูกฟ้องร้องทางกฎหมายมากกว่าการดำเนินการในครั้งก่อนๆ
อัตรา 10% (อัตราต่ำ) ใช้กับประเทศที่มีกฎหมายห้ามใช้แรงงานบังคับอยู่แล้ว เช่น แคนาดา สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร
อัตรา 12.5% (อัตราสูง) ใช้กับประเทศที่ถูกพิจารณาว่าสมควรได้รับอัตราที่เข้มงวดกว่า โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยกับผู้สื่อข่าวว่าครอบคลุมคู่ค้าอย่าง จีน และญี่ปุ่น จากประกาศของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอัตราภาษีสูง 12.5% เนื่องจากสหรัฐฯ ประเมินว่า ประเทศไทยยังคงมีกฎหมายหรือมาตรการการควบคุม และบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานที่ยังไม่เพียงพอ
กลุ่มที่ได้รับการยกเว้น สินค้าที่เผชิญภาษีเฉพาะรายอุตสาหกรรมของทรัมป์อยู่แล้ว (เช่น เหล็กและอะลูมิเนียม) รวมถึงสินค้าที่นำเข้าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) จะไม่ได้รับผลกระทบ
ขณะเดียวกัน วอชิงตันกำลังแยกสอบสวน 16 ประเทศเกี่ยวกับปัญหาผลผลิตภาคอุตสาหกรรมล้นตลาด (Excess Industrial Capacity) ซึ่งการสอบสวนนี้อาจนำไปสู่การเก็บภาษีเพิ่มเติมในอนาคต และอาจส่งผลให้อัตราภาษีของแต่ละประเทศแตกต่างกันไป เหมือนที่ทรัมป์เคยทำก่อนที่จะติดขัดปัญหาทางกฎหมาย
การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากภาษี 25% มีผลบังคับใช้กับสินค้าหลายรายการของบราซิล ซึ่งวอชิงตันกล่าวหาบราซิลว่าใช้การค้าที่ไม่เป็นธรรมหลังจากการสืบสวนนานหนึ่งปี
นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้ ทรัมป์ยังได้สั่งเก็บภาษีใหม่ 50% กับสินค้าแคนาดาหลายรายการ โดยอ้างว่าออตตาวามี "การเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม" ต่อสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยานยนต์ และผลิตภัณฑ์นมของอเมริกา
Advertisement