
(1 ก.ค. 2569) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วันที่ 3 ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงเกี่ยวกับงบประมาณกระทรวงกลาโหม โดยยืนยันว่า ตนเป็นบุคคลที่เติบโตมาจากพื้นฐานที่สุด การที่ได้ยินผู้อภิปรายออกมาพูดว่าเป็นรัฐมนตรีปีศาจ ตนก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ซึ่งตนเติบโตมาจากชั้นประทวนผ่านผู้บังคับหน่วยมาทุกตำแหน่งที่เขาอยากเป็นกัน ไม่เคยมีพฤติกรรมชั่วๆ อย่างที่พูดมาเมื่อสักครู่นี้
สำหรับงบประมาณกระทรวงกลาโหม ในปี 2570 เราได้รับการจัดสรรกว่า 200,000 ล้านบาทเศษ ลดลงจากปีที่แล้วกว่า 957 ล้าน คิดเป็นร้อยละ 5.4% ของงบประมาณประเทศ และคิดเป็นร้อยละ 0.99 ของจีดีพี เป็นงบประจำ 152,869 ล้านบาทเศษ งบลงทุน 50,415 ล้านบาทเศษ ซึ่งในความท้าทายด้านความมั่นคงของประเทศปัจจุบันนี้ เรามีภัยคุกคามทุกด้าน เราจะจัดสรรงบประมาณไปเพื่อขจัดภัยคุกคามเหล่านี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ การป้องกันประเทศและเสริมความมั่นคง การพัฒนาศักยภาพและความพร้อมของกำลังคนยุทโธปกรณ์และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาสาธารณภัย
ในเรื่องการป้องกันประเทศและเสริมความมั่นคง พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เราใช้งบประมาณในการรักษาอธิปไตยของชาติเป็นหลัก ทั้งเรื่องของการเตรียมกำลังทางอากาศ พื้นดิน ทางทะเล ใต้ทะเล รวมถึงระบบสั่งการบังคับบัญชาอำนวยการรบ ให้พร้อมในพื้นที่ปฏิบัติการบริเวณชายแดนทุกด้าน และจัดกองกำลังป้องกันชายแดนจำนวน 8 กองกำลัง ในการเฝ้าตรวจ ลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจสกัดกั้นแรงงานผิดกฎหมาย ยาเสพติด และภัยคุกคามอาชญากรรมข้ามชาติ
ส่วนในงานพันธกิจเสริมความมั่นคง 5 ประการ คือการเฝ้าตรวจและป้องกันพื้นที่ชายแดน การเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในในพื้นที่ชายแดน การประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ล่อแหลมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคง ซึ่งงบประมาณที่เราได้รับมานำมาพัฒนาศักยภาพของกำลังคน การฝึกทหารใหม่ ให้มีสุขภาพ สภาพจิตที่สมบูรณ์แข็งแรง ใช้อาวุธเป็น เพราะเราดูแลเขาเหมือนน้องคนสุดท้องที่เพิ่งเข้ามา รวมถึงการฝึกร่วมกับมิตรประเทศเพื่อความพร้อมรบ
พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่านโยบายการพัฒนาระบบทหารอาสา ซึ่งในแต่ละปีจะมีทหารเข้ามา 100,000 คน แต่ในแต่ละปีจะเรียกเข้ามาประมาณ 25,000 คนใน 4 ปี โดยยอดความต้องการทหารกองประจำการแต่ละปีอยู่ที่ 91,875 คน ในอนาคตหากเรามีกันประชาสัมพันธ์ที่ดีเราก็จะมีทหารออนไลน์เพิ่มขึ้น และอาจจะไม่ต้องตรวจเลือกเลยก็ได้ เพราะเรามั่นใจว่าการสมัครและมาอยู่กับเราสี่ปีจะช่วยสร้างคนให้มีศักยภาพออกไปสู่ชุมชน
ส่วนการพัฒนาศักยภาพยุทโธปกรณ์ เรามีการจัดหายุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยและเสริมสร้างผู้ประกอบการในเรื่องการซ่อมบำรุง และส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ ซึ่งเรามีคณะกรรมการกำหนดความต้องการและความเร่งด่วนในการจัดหาโดยมีปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธานฯ ซึ่งการจัดหา เราจัดหายุทโธปกรณ์ทดแทนที่ใช้ไปในการสู้รบ รวมถึงการจัดหายุทธโธปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อใช้ในครังถัดไป และจัดระเบียบในพื้นที่ชายแดนเพื่อให้กำลังคนมีสิ่งอำนวยความสะดวก
พลโทอดุลย์ ยังพูดถึงการสรุปผลการสนับสนุนการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่า และปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งยังพูดถึงการจัดหา เรือดำน้ำที่มีกำหนดส่งมอบตามสัญญาในเดือนมกราคม 2572 โดยยืนยันว่า ตอนนี้ยังคงดำเนินการเป็นไปตามไทม์ไลน์ทั้งหมด ซึ่งเรือดำน้ำจะเข้ามาพร้อมเครื่องยนต์ และใช้งานได้ ขออย่ากังวลใจเพราะตนกำกับดูแลในเรื่องนี้อยู่แล้ว
ขณะที่เรื่องเรือฟริเกต ที่ท่านกล่าวหาว่าตนเป็นรัฐมนตรีปีศาจ ซึ่งหากเป็นสมัยก่อน ตนคงเดินลงไปหา แต่ในวันนี้ต้องขออภัยเราเป็นพี่น้องกัน ซึ่งตนต้องขออภัยที่พูดแบบนี้ เพราะการพูดของผู้อภิปรายทำลายศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์อย่างมาก โดยตนยืนยันว่า ถ้าตนชั่วคงไม่ไม่มีทางมาถึงขั้นนี้ หากตนชั่วตรงไหนให้บอกมาเลย ซึ่งเรื่องเรือฟริเกต ตนได้พูดคุยกับ ผบ.ทร. ถึง 2 ครั้ง ซึ่งก็บอกว่าขอให้กองทัพเรือและประเทศชาติได้ประโยชน์ และขอให้ ผบ.ทร. ซื้อบริษัทที่เขาซื้อสินค้าเราด้วย
ทั้งนี้ หากดูภาระงบประมาณของกองทัพเรือ ในปี 2570 ที่ได้รับงบประมาณกว่า 40,000 ล้าน หากซื้อเรือฟริเกตไปจะเหลือเงินประมาณ 1,383 ล้าน เป็นภาระงบประมาณ และหากซื้อลำที่สองในปีเดียวกัน จะทำให้ติดลบในงบประมาณ จึงเกิดคำถามว่า หากเป็นท่านจะซื้อหรือไม่ แต่ยืนยันว่าศักยภาพในการพร้อมรบอยู่ระดับหนึ่งอยู่แล้ว เราสามารถรร่วมร่วมกับกองทัพอากาศ และหากมีภาระงบประมาณมากขึ้นตนก็จะพูดคุยกับรัฐบาล ถ้าปีต่อไปภาระงบประมาณของกองทัพเรือดีขึ้น เราก็จะสามารถจัดหาได้ ซึ่งทุกคนเป็นคนไทย หวังดีกับประเทศชาติทั้งนั้น ไม่มีใครไม่อยากให้กองทัพเรือไม่มีศักยภาพ
พล.ท.อดุลย์ กล่าวยืนยันว่าความมั่นคงของชาติและอธิปไตยของชาติ ไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นในวันที่เกิดวิกฤต แต่ต้องเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าเสมอ เพราะความมั่นคงและอธิปไตยของชาติเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุกๆ ด้าน งบประมาณกระทรวงกลาโหม จึงเป็นการลงทุนเพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการปกป้องประชาชน รักษาอธิปไตย สร้างพลังหนุนในเวทีระหว่างประเทศ และสร้างอนาคตที่มั่นคง มีศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิให้กับคนรุ่นต่อไป
ส่วนเรื่องทหารผี ขอยืนยันว่านโยบายของกระทรวงกลาโหม และผบ.เหล่าทัพ ไม่มีเรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าท่านรู้ก็ขอให้ให้บอกตนว่า อยู่ที่ไหนและไปด้วยกัน ซึ่งทุกที่ตนจะพาไปด้วยตนเอง ถ้าตรงไหนที่คิดว่ามีทหารผีหรือมีชื่อบรรจุแต่ตัวไม่ได้ไป ก็ขอให้มาหาตนได้ทุกเวลา เพราะเปิดโทรศัพท์ 24 ชั่วโมง รับสายอยู่แล้วและตนไม่ได้ท้าทาย แต่เป็นการพูดด้วยความรักและเคารพ
Advertisement