Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
“กรวีร์” ยกฉายางบฯ 70 “พ.ร.บ.ปรุงจืด” ไร้วาทกรรมด่ากัน

“กรวีร์” ยกฉายางบฯ 70 “พ.ร.บ.ปรุงจืด” ไร้วาทกรรมด่ากัน

1 ก.ค. 69
22:02 น.
แชร์

“กรวีร์” ยกฉายางบฯ 70 เป็น “พ.ร.บ.ปรุงจืด” แต่อร่อยด้วยเนื้อหา ชมนายกฯ อนุทิน แจกไฟล์ Excel โปร่งใส ยันไม่ใช่ฝีแตก แต่รัฐบาลกำลังกรีดแผลผ่าฝี

วันที่ 1 ก.ค.2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และประธานวิปรัฐบาล กล่าวขอบคุณสมาชิก 158 คน ที่พิจารณาให้ความเห็นข้อเสนอแนะต่อการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายปี 2570 และพูดอย่างตรงไปตรงมา ว่าการพิจารณารอบนี้หลายคนตั้งชื่อ   และหากจะให้ตั้งชื่ออย่างตรงไปตรงมาขอตั้งชื่อว่า “พ.ร.บ.งบประมาณแบบปรุงจืด”  เพราะรู้สึกจืดๆ อึนๆ  ไม่ค่อยมีสีสัน  หรือเผ็ดร้อนเหมือนการอภิปรายครั้งที่ผ่านมา แต่เป็นความสวยธรรมชาติ ถ้าเป็นอาหารคงจะบอกว่าบ่รำ บ่แซ่บ ไม่ค่อยอร่อย ไม่ได้แซะแต่เป็นการชื่นชม เพราะไม่ได้มีการเสียดสีทางการเมือง แลกกับการไม่ใช้วาทกรรมทางการเมือง และแลกด้วยข้อมูลข้อเท็จจริงข้อเสนอแนะจาก สส. ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล

“หากเราวางประเด็นทางการเมืองลง และฟังให้ได้ยิน ฝากไปถึง ครม.  กรม กองหน่วยงาน ผู้บริหารทุกกระทรวง พบว่าข้อเสนอแนะของเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะจากฝ่ายค้านมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการบริหารประเทศ    ทั้งหมดต้องให้เครดิตกับทางรัฐบาล  และขอบคุณสำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณเปิดเผยข้อมูล” นายกรวีร์กล่าว

นายกรวีร์ กล่าวขอบคุณ สำนักงบประมาณที่ทำไฟล์ Excel เปิดเผยงบประมาณหลังจากที่เรียกร้องมาหลายปี และทำสำเร็จในยุครัฐบาลนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งสัญญาณจากรัฐบาลว่าชื่อในเรื่องการจัดสรรงบประมาณแบบโปร่งใสตรวจสอบได้ เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่เคยกลัวการตรวจสอบ ไม่เคยหนีการตรวจสอบ

พร้อมหยิบยกการจัดทำงบประมาณที่เผชิญกับความท้าทายหลากหลายด้านทั้ง สถานการณ์ความสงบชายแดนภัยพิบัติ ภูมิรัฐศาสตร์โลก ทุกวิกฤตเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนของรัฐบาลชุดนี้ จึงยืนยันได้ว่ารัฐบาลอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเมื่อเทียบกับรัฐบาลที่ผ่านมา งบประมาณในปี 2569 จึงไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาวิกฤต ทำให้รัฐบาลต้องใช้เครื่องมือหลายอย่าง เช่น พ.ร.บ. โอนงบประมาณ และ พ.ร.ก.กู้เงิน โดยย้ำว่าจัดงบประมาณตามความจำเป็นของหน่วยงาน มุ่งเป้า โปร่งใส คุ้มค่า คือความกล้าหาญของรัฐบาลในการดำเนินการ

ยอมรับเห็นด้วยที่สมาชิกบอกว่างบประมาณปีนี้เป็นงบ “ฝีแตก” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้าน เหลืองบลงทุนกว่า 780,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้ทำให้รัฐบาลดีใจ แต่เป็นความจริงของประเทศในปัจจุบัน    แต่ปัญหาไม่ได้เกิดในยุคนี้แต่เกิดสะสมมาหลายรัฐบาล รู้ว่าป่วยแต่ไม่เคยมีหมอคนไหนเคยตัดสินใจรักษาอย่างจริงจัง เลือกซุกปัญหาใต้พรม หวังว่าวันหนึ่งอาการป่วยจะหายเอง ชื่นชมนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ที่ตัดสินใจเอาปัญหาใต้พรมมาแก้ไขปัญหาในการจัดสรรงบสะท้อนกับความเป็นจริง

“การเป็นหมอที่ดี ไม่ใช่หมอที่ประคองอาการและและรักษาเก่งที่สุด แต่เป็นหมอที่กล้าตัดสินใจ เมื่อรู้ว่าการผ่าตัดคือหนทางเดียวในการรอดชีวิตของคนไข้ได้ งบประมาณปีนี้ สำหรับผมไม่ใช่งบฝีแตก แต่คืองบประมาณที่คุณหมอกล้าลงมือกรีดแผลลงไป และผ่าผ่าตัดเอาฝีก้อนนั้นออกมา    เรายอมเจ็บวันนี้ดีกว่าปล่อยให้ฝีไปแตกในวันข้างหน้า ดีกว่าผลักภาระไปให้รัฐบาลข้างหน้า หากรอให้เกิดความเสียหายในอนาคตอาจเสียหายเกินกว่าที่จะเยียวยาและแก้ไขปัญหาได้“ นายกรวีร์กล่าว

นายกรวีร์  กล่าวว่าย้ำว่าไม่มีรัฐบาลไหนอยากตัดสินใจเรื่องยากๆและกระทบกับคะแนนนิยมของตัวเอง การบริหารประเทศไม่ใช่เรื่องการบริหารคะแนนเสียงแต่คือความกล้าในการตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง และรัฐบาลชุดนี้แสดงให้เห็นว่าเลือกรักษาประเทศมากกว่ารักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง เลือกรักษาความมั่นคงของประเทศมากกว่าความมั่นคงของคะแนนเสียงทางการเมือง

พร้อมหยิบยกตัวงบประมาณแต่ละกระทรวงที่ถูกตัดลดลงอย่างกระทรวงคมนาคม ซึ่งก็เป็นกระทรวงที่กำกับดูแลโดยพรรคภูมิใจไทย หากการเมืองปกติไม่มีรัฐบาลชุดไหนที่จะตัดเนื้อตัวเอง แต่วันนี้คือหลักฐานว่างบประมาณเล่มนี้ ไม่ได้เขียนเพื่อยึดผลประโยชน์ของพรรคการเมือง     ไม่ได้ยึดพวกใครพวกหนึ่ง แต่เป็นหลักฐานยึดตามความจำเป็นของประเทศ เพราะรัฐบาลกำลังเปลี่ยนวิธีคิดวิธีการการใช้เงิน

แต่รัฐบาลกำลังใช้เงินจากแหล่งเงินทุนใหม่ที่อยู่นอกเหนืองบประมาณอีก 337,313 ล้านบาท เป็นกองทุนของรัฐวิสาหกิจ 286,682 ล้านบาท และการร่วมทุนภาครัฐและเอกชน 40,631 ล้านบาท  รวมถึงกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทยอีก 10,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลไม่จำเป็นต้องลงทุนเองทุกบาททุกสตางค์  แต่ต้องใช้เงินเร่งให้เกิดการลงทุน และหวังที่รัฐบาลจะใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ส่วน 2 แสนล้านบาทด้านเปลี่ยนพลังงานสะอาด โดยต้องการเห็นรัฐบาลลงทุนเรื่องกับรัฐบาลทั้งหมด แต่ควรใช้เงินงบประมาณดังกล่าวเปลี่ยนให้เป็นแรงจูงใจให้ประชาชน ชาวบ้านเอกชน หันมาลงทุนร่วมกัน  ซึ่งทำสำเร็จมาแล้วจากโครงการคนละครึ่งพลัส หรือโครงการไทยช่วยไทยพลัส

และกล่าวถึงการตั้งงบกลาง 690,000 ล้านบาท ที่อาจจะมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการตั้งงบ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอำนาจในการใช้จ่ายเงินของนายกรัฐมนตรี ตามอำเภอใจหรือไม่ แต่ไส้ใน ซึ่ง 24,000 ล้านบาท  เพิ่มสำหรับเงินเบี้ยวัดบำเหน็จบำนาญ ส่วนอีก 46,000 ล้านบาทจะนำไปสมทบชดเชยข้าราชการ ซึ่งนี่คือหนึ่งในปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรมมาตลอด แต่รัฐบาลชุดนี้เอาปัญหาขึ้นมา และนำภาระที่มีอยู่ตั้งงบประมาณให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในการผ่าฝีการคลัง

โดยกล่าวทิ้งท้ายฝากประเด็นถึงกรรมาธิการ 2 ประเด็น 1.เชิญชวนทุกฝ่ายที่เข้าไปเป็นกรรมาธิการตรวจสอบอย่างเข้มข้น งบประมาณที่ไม่จำเป็น ตัดส่วนเกินออกให้หมดทำให้งบประมาณฉบับนี้ส่งตรงถึงมือประชาชนให้ได้มากที่สุด 

2. ความโปร่งใสต้านข้อมูลให้สมาชิกแล้วอยากเห็นมิติใหม่ในการพิจารณาฉันก็ไม่ได้ต้องการให้ถ่ายทอดสด ให้เห็นการทำงานในฐานะตัวแทนประชาชนว่าคำถามอะไรให้กับฝ่ายราชการ ยัน ไม่ใช่งบไทยช่วยใคร แต่เป็นงบไทยช่วยไทยอย่างแท้จริง

“ยิ่งการเมืองโปร่งใสความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนก็จะมากขึ้น และท้ายที่สุดตอบๆ ของฝ่ายค้านบางคนบอกว่าเห็นงบประมาณแล้ว ไม่เห็นอนาคตของประเทศ ต้องกราบขออภัย เพราะผมเห็นงบประมาณแล้วกับเห็นอนาคตของประเทศมากมาย ไม่ว่าเพราะอนาคตของพวกเราอาจจะไม่เหมือนกัน และอยากจะตอบคำถามเพื่อนสมาชิกที่ตั้งคำถามว่างบไทยช่วยใคร ตลอดที่อภิปราย  สามวันสามคืน ได้ข้อสรุปว่างบประมาณปีนี้ไม่ได้ช่วยคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้ช่วยพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นงบประมาณที่ช่วยคนตัวเล็กตัวน้อย ช่วยค้นหาหาเช้ากินค่ำ ช่วยคนลดภาระค่าของชีพสร้างโอกาสสร้างรายได้ที่มั่นคง ช่วยผู้สูงอายุ ช่วยคนหนุ่มสาว ช่วยประเทศของพวกเราที่จะฟื้นฟูวินัยทางการคลังลดการขาดดุลและวางรากฐานที่มั่นคงให้กับอนาคตรัฐบาลต่อไป” นายกรวีร์กล่าว

 

Advertisement

แชร์
“กรวีร์” ยกฉายางบฯ 70 “พ.ร.บ.ปรุงจืด” ไร้วาทกรรมด่ากัน