
(1 ก.ค. 2569) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วันที่สาม นายสุทิน คลังแสง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมอภิปรายว่า การจัดงบประมาณปีนี้ เป็นอีกปีหนึ่งที่จัดด้วยความยากลำบากภายใต้ข้อจำกัดที่เป็นวิกฤต และเผชิญหน้าปัจจัยท้าทายรอบด้าน หลายคนอภิปรายไปทางเดียวกันว่าการจัดงบประมาณแบบนี้จะเจอทางตัน และพังกันสักวันตนก็เห็นด้วย เป็นห่วงและเห็นใจที่สุดคือรัฐบาล วันนี้ต้องมาจัดรัฐบาลในสถานการณ์วันนี้ ข้อเสนอหลายคนบอกว่าปล่อยไว้ไม่ได้ต้องมีทางออก ตนเห็นด้วยในหลายทาง แต่ไม่เห็นด้วยที่จะไปเพิ่มมาตรการเก็บภาษี เหมือนจะไปรีดเลือดกับปู ที่หวาดเสียวที่สุดที่บอกว่าถึงจุดหนึ่งไปไม่รอดจะต้องแก้กฎหมายวินัยการเงินการคลังแบบนั้นจะวิบัติ เพราะถ้าเราแก้เมื่อไหร่ให้กู้ได้เพิ่ม ความเชื่อถือต่างประเทศต่อเศรษฐกิจเรามีปัญหาแน่
ถ้าเป็นตนจะแก้ที่เหตุ ซึ่งมองต่างจากคนอื่น ปัญหาที่เราเจอทางตันวันนี้คือปัญหาที่ประเทศไทยไม่สามารถสร้างรายได้เพิ่ม GDP ไม่โตมาหลายปี รายได้ไม่เพิ่มเก็บภาษีไม่ได้รายจ่ายก็เยอะก็ต้องเป็นแบบนี้ หากมองไปลึกๆ อีกก็คือคนไทยไม่สามารถสร้างรายได้เพิ่ม รายได้ของเราจนมุมหยุดสร้างมาหลายปีแล้ว และเพราะความสามารถของคนไทย ที่แพ้ในสงครามเศรษฐกิจมา 20 ปีแล้ว เราต้องสร้างทุนมนุษย์และจริงๆ ซึ่งเราพูดกันมาทั้งวันตลอด 3 วัน แต่พูดแล้วเราไม่จริงใจที่จะพูดไม่ตั้งใจจริง เป็นเพียงคาถาที่ท่องเพื่อให้ทันสมัย แต่ไม่ใส่ใจปฏิบัติกัน
นายสุทิน กล่าวว่า ต้องแก้ที่การสร้างเศรษฐกิจใหม่ตามที่รัฐบาลพูด ซึ่งพูดถูกทางวางหมุดหมายถูกทาง คือการทำให้รายได้สูงขึ้น GDP ดันสูงขึ้น รัฐบาลก็พูดอยู่คำนึงว่ารัฐบาลจะต้องทำเศรษฐกิจมูลค่าสูง ซึ่งถูกต้อง ถ้าทำอุตสาหกรรมแบบเดิมไม่มีทางเกิดรายได้ใหม่ แต่การจะเดินไปสู่หมุดหมายนั้นถูกหรือไม่ตนก็เป็นห่วง ไม่ต้องไปเสียเวลาลงทุนอย่างอื่น 30% ที่รัฐมนตรีคลังพูด ตนไม่เห็นด้วยแต่ก็ทำไปได้ไม่คัดค้านแต่สิ่งที่ต้องทำคือพัฒนาทุนมนุษย์ ถ้าคนไทยเก่งวันนี้สู้เขาได้ในโลกดิจิทัลโลก AI สงครามเศรษฐกิจแบบใหม่คนไทยสร้างรายได้ได้แบบนั้นถึงจะเป็นทางรอด ตนจึงให้ความสำคัญและชวนรัฐบาลมาพูดว่าต่อไปนี้ต้องมาช่วยกันพูดจริง ๆ พูดดัง ๆ แล้วทำจริงคือการ สร้างทุนมนุษย์ วันนี้เรายังอยู่ที่อุตสาหกรรม 2.0 กันอยู่ ยังเป็นอุตสาหกรรมเก่าใช้แรงงานราคาถูก สกิลต่ำโรงงานยังเก่าอยู่ แพ้สงครามเศรษฐกิจ
"วันนี้เรื่องของการพัฒนาทุนมนุษย์ เป็นเรื่องใหญ่เราแพ้เขามานาน GDP มันไม่ขึ้นรายได้ไม่สูง มันสะสมการเป็นหนี้ครัวเรือนก็เป็นหนี้รัฐบาล ก็เป็นหนี้มันก็ไม่จอดได้ไง มันก็มาจัดงบประมาณตันสิ ถ้าอีก 5 ปี 10 ปีต่อจากนี้ ยังเป็นแบบนี้ความสามารถยังเป็นแบบนี้ สู้ไม่ได้หรอก ต่อให้ท่านรัฐมนตรีจะไปปฏิวัติระบบงบประมาณ ปฏิวัติระบบจัดเก็บ ไปจัดเก็บที่ไหน เงินหาไม่ได้ มันไม่มี มันปลายเหตุ ต้นเหตุคือต้องพัฒนามนุษย์" นายสุทิน กล่าว
นายสุทิน ยังกล่าวว่า พรรคเพื่อไทย ตั้งคณะรัฐมนตรีให้เราดูแลเรื่องทุนมนุษย์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ เพื่อไทยรับหมด วันนี้โครงสร้างประเทศไทยมีเด็ก วัยทำงานและผู้สูงวัย ประเทศไทยเข้าสู่ผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์เราจะหวังใครไปแข่งกับเขา รัฐบาลจริงจังกับการสร้างทุนมนุษย์วันนี้ โชคดีเพื่อไทยมารับผิดชอบ เราตั้งหลักเอาจริงเอาจังและจัดทีม โชคดีมีคนนึงมาถูกที่ถูกเวลาคือ นายยศนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพราะเราต้องการนวัตกรรมเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งต้องสร้างด้วยงานวิจัยนวัตกรรมและวิทยาศาสตร์ก็ส่งมาถูกจังหวะ ต้องบอกว่ารัฐบาลโชคดี ซึ่งนายยศชนัน พูดแล้วว่า งานวิจัยและนวัตกรรมจะต้องเป็นเชื้อเพลิงในการจุดพัฒนาประเทศ เพื่อไทยทำงานเป็นทีมเรารับมือได้ แต่เราทำคนเดียวไม่ได้ต้องขอความร่วมมือ สภา สส. และรัฐบาล
"10 ดร.เชน ก็ไม่ได้ถ้าคิดได้ พูดได้แต่ไม่มีงบให้ วันนี้ใจหายกระทรวงอุดมถูกตัดงบลงเยอะ มหาวิทยาลัยลดลงเยอะและที่น่าตกใจที่สุด ก็คือเราบอกว่าเราจะสร้างทุนมนุษย์ แต่กองทุนวิจัยของท่าน จากเคยได้ปีนึง 20,000 ล้านตัดไปเหลือ 13,000 ล้าน ราจะไปสร้างเศรษฐกิจใหม่ได้อย่างไร เราจะไปสร้างคนสู้เขาได้อย่างไรเพราะเราไปตัดงบวิจัย" นายสุทินกล่าว
นายสุทิน ยังกล่าวว่า ในส่วนของงบกระทรวงศึกษาธิการ โครงการดี ๆ ทั้งนั้นเรียนได้งบจบได้งาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตอบโจทย์เพราะเด็กออกจากการศึกษามาก เพราะเรียนแล้วไม่รู้จะไปทำอะไรเรียนแล้วตกงาน ซึ่งงบประมาณน้อย มีหลายอย่างที่พรรคเพื่อไทยจะต้องสร้างทุนมนุษย์ในรัฐบาลชุดนี้ ถามว่างบที่ว่ามาพอหรือไม่ ก็ไม่พอ ไปตัดในสิ่งที่ไม่ควรตัดเสียดายอย่างยิ่ง ก็ไม่โทษรัฐบาลเห็นถึงข้อจำกัด
ในเมื่องบประมาณจำกัดทำได้เท่านี้ ตนก็เห็นด้วยกับการที่จะรับประกันฉบับนี้ไปก่อน แต่ก็ขอสมาชิกที่จะเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ถ้าเห็นความสำคัญในการสร้างทุนมนุษย์ อย่าได้ตัด 5 กระทรวงของเราเลย และขอเพิ่มให้หน่อย จะไปหวังงบกลางไม่ได้ เพราะถ้าหากเกิดสงครามกับกัมพูชางบกลางแค่นี้ก็ไม่พอ ปลิวภายในไม่ถึงเดือนจะไปหวังตรงนั้นไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานก่อนที่นายสุทินจะขึ้นอภิปราย ได้เดินเข้าสภามาด้วยไม้ค้ำยันรักแร้ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุล้มขณะตีกอล์ฟ
Advertisement