
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ Stadium One บรรทัดทอง สถานที่ติดตามการนับคะแนนของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ว่า ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ท่ามกลางฝนตกกระหน่ำกรุง ทีมงานได้เตรียมความพร้อมสถานที่ โดยติดตั้งจอLED สำหรับถ่ายทอดผล และเตรียมเก้าอี้รองรับผู้สนับสนุนและประชาชนที่มาร่วมติดตามการนับคะแนน
จากนั้นเวลา17.00 น.บรรดาทีมงานของนายชัชชาติ ได้ทยอยมาติดตามผลการนับคะแนน อาทิ นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. น.ส.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯกทม.ฯ หลังผลโพลหลายสำนักรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งนายชัชชาติ มีคะแนนนำมาเป็นลำดับ 1
นายต่อศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ ว่า วันนี้ปัญหาของการเลือกตั้งคือมีฝนตกลงมาช่วง 2 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดหีบ แต่จากการสำรวจในช่วงเช้าพบว่าบางเขตมีความคึกคักมากกว่าช่วงบ่าย จึงคิดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์มากกว่า 50 % ส่วนที่มีการคาดหมายว่านายชัชชาติ จะได้คะแนนสูงกว่าครั้งที่แล้วเราก็หวังเช่นนั้น เพราะหากได้เท่าเดิมก็เหมือนทำงานได้น้อยกว่าเดิม จึงหวังว่าจะได้คะแนนมากกว่าเดิม วันนี้ทีมงานของนายชัชชาติ มารวมตัวที่นี่ และเวลา4ปีข้างหน้า ถือว่ามีความสำคัญ เพราะกรุงเทพฯจะเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งภายนอกและภายใน จึงต้องช่วยกันทำให้เมืองมีความหวัง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีการโจมตีเรื่องระบบอากง แต่จากผลโพลที่ออกมา นายชัชชาติ มีคะแนนนำ จึงดูเหมือนจะไม่มีผลอะไร นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า การเมืองถ้าเน้นวาทกรรมก็จะไม่ได้ประโยชน์ หากตั้งใจทำงานก็จะเกิดผลกับผู้สมัคร แต่หลายเรื่องผู้สมัครไปเน้นวาทกรรมทำให้สาระน้อยลงไป ทีมงานของเราทำการบ้าน อยู่ในสนามและอยู่บนตัวเลขที่เป็นความจริง รู้วิธีขับเคลื่อนการทำงานว่าจะทำอย่างไร โดย4 ปีที่ผ่านมาได้วางพื้นฐานเอาไว้ จากนี้จะวิ่งและกระโดดก้าวข้ามสิ่งที่ยังค้างให้หมด ทั้งระบบคอรัปชั่น ระบบการบริหารจัดการที่ต้องขยายผลจริงจัง ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทั้งหน่วยงานต่างๆและรัฐบาล
เมื่อถามว่า หากนายชัชชาติ ได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯกทม.สิ่งแรกที่จะทำคืออะไร นายต่อศักดิ์กล่าวว่า เตรียมไว้หมดแล้วตั้งแต่ 100 วันแรก ซึ่งมี 200 กว่าข้อที่เราจะทำ ทั้งระยะสั้นกลาง ยาว เขียนไว้ชัดเจน และจะเริ่มกดปุ่มทันที
เมื่อถามถึงตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม. รวมถึงฝ่ายบริหารอื่นๆ นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ติดยังติดข้อกฎหมาย แต่ได้ส่งเรื่องไปที่กระทรวงมหาดไทยแล้ว เมื่อร่างของกทม.ไปรวมกับร่างของมหาดไทย จะเป็นร่างของรัฐบาล ขณะที่สภาฯก็จะมีร่างของสภาคงจะไปรวมกันที่สภาฯ ทั้งนี้คิดว่าตำแหน่งรองผู้ว่าฯคงมีเท่าเดิม ส่วนเรื่องของตัวบุคคลจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ยังไม่ได้หารือกัน ซึ่งทุกคนทำงานได้หมด พร้อมกับเปิดให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทและพวกตนก็จะไปอยู่เบื้องหลัง ส่วนตัวจะได้กลับมาเป็นประธานที่ปรึกษาหรือไม่ต้องถามนาย
ชัชชาติ ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากได้รับแต่งตั้งมาเป็นที่ปรึกษาฯ จะปรับภาพลักษณ์จากที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นระบอบอากง อย่างไร นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำ เพราะระบบที่ทำอยู่คือระบบชัชชาติที่เป็นกองหน้า ส่วนหลังบ้านคือรองผู้ว่าฯและที่ปรึกษาฯ เลขาฯ มีอยู่เท่านี้และมองว่าอย่างน้อยไป โดยกฎหมายที่เสนอไปก็จะจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นและจะทำให้การกระจาย อำนาจมีมากขึ้น จึงอย่าไปคิดว่ามีระบบอากง แต่ เป็นระบบที่นายชัชชาติวางไว้เป็นระบบใหม่และไม่คิดว่าจะมีที่ไหนเคยทำ
เมื่อถามย้ำว่า หากได้รับตำแหน่งต่ออาจถูกเป็นเป้าตกโจมตีอีกครั้ง นายต่อศักดิ์กล่าวว่า การเมืองก็เป็นแบบนี้เราบอกไม่ได้ แต่ต้องจัดระบบให้ดี ย้ำว่าในรอบหน้ากระบวนการบริหารต่างๆจะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่คงต้องว่ากันอีกที
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ถูกยกมาเป็นประเด็นโจมตีในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องทุจริตคอรัปชั่น มีอยู่ 2-3 เรื่อง เมื่อทำตามเกณฑ์ที่รัฐบาลให้ เราจึงมีอำนาจแค่ดูเรื่องวินัยและละเมิด ส่วนเรื่องการเมืองที่เกี่ยวข้องกับอาญาหรือประเด็นอื่น ก็อาจจะมีหน่วยงานอื่นที่ดำเนินการ ขอย้ำที่ทำแค่นี้เพราะมีอำนาจเท่านี้
เมื่อถามกรณีที่นายคริส โปตระนันท์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจเปิดเผยในกลุ่มไลน์ กลุ่มคนทำงานที่ระบุว่าให้เลือกเบอร์9 และสก.ทีมคนทำงาน นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า มีการส่งต่อกันมา และไม่ใช่ตนเป็นผู้ส่งคนแรก ซึ่งเป็นเรื่องภายในที่ส่งกันได้
ด้านทวิดา กล่าวว่า สำหรับผลโพลที่เกิดขึ้น ตนยังไม่ได้ดู และเพิ่งเห็นบางส่วน และขณะนี้เพิ่งนับคะแนนไปบางส่วน แต่จากผลโพลที่เกิดขึ้นพบว่าดี และรู้สึกดีที่คนยังชอบนายชัชชาติ และเห็นว่างานที่ทำมามีผลงานบ้างพอสมควร ไม่ว่าใครก็ตามที่ชนะในวันนี้นำไปปรับใช้ก็น่าจะดี
สำหรับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.ตนยังไม่ทราบ เพราะเมื่อครั้งที่แล้วกว่าจะรู้ตัวว่านายชัชชาติ มาทาบทามก็ช่วงที่มีการนับคะแนน 21.00น. ของวันดังกล่าว ดังนั้นต้องรอ เพราะนายชัชชาติ ไม่ใช่คนที่พูดไปเรื่อย ต้องให้มีความมั่นใจในระดับที่สูงก่อนที่จะไปทาบทามใคร
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการทาบทามก็พร้อมที่จะกลับไปเป็นรองผู้ว่าฯใช่หรือไม่ น.ส.ทวิดา กล่าวว่า เนื่องจากเป็นทีมนโยบายก็เห็นอยู่แล้วว่าอยากทำอะไร เมื่อนายชัชชาติ เลือกอีกก็คงไม่ปฏิเสธอะไร
Advertisement