
วันที่ 20 พ.ค. 69 จากที่มีกระแสข่าวว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ศึกษาแนวทางการหยุดเดินรถไฟสายตะวันออกไม่ให้เข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน โดยให้สิ้นสุดการเดินทางเพียงสถานีลาดกระบัง แล้วให้ผู้โดยสารเชื่อมต่อระบบขนส่งอื่น เช่น แอร์พอร์ตเรลลิงก์ หรือรถโดยสารประจำทางแทนนั้น
ล่าสุด นายจิรวัฒน์ จังหวัด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กเพจส่วนตัว ระบุว่า แนวคิดดังกล่าวแก้ปัญหาที่ไม่ตอบโจทย์และเป็นการผลักภาระค่าใช้จ่ายไปที่ภาคประชาชนโดยตรง พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่า รถไฟสายตะวันออกเป็น ‘เส้นเลือดใหญ่’ ของนักเรียน นักศึกษา และวัยทำงานจำนวนมากที่เดินทางมาจากฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ลาดกระบัง และหัวตะเข้ เพื่อเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน เช่น ย่านพญาไท ยมราช พระราม 6 และหัวลำโพง
นายจิรวัฒน์ ได้เปิดเผยข้อมูลเปรียบเทียบเชิงสถิติของค่าครองชีพที่ประชาชนต้องแบกรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ หากนโยบายนี้ถูกบังคับใช้จริง กล่าวคือ ในการเดินทางรูปแบบเดิม จะมีค่าโดยสารรถไฟธรรมดาจากสถานีลาดกระบังไปยังหัวลำโพง เพียงประมาณ 7 บาทต่อเที่ยว (ไป-กลับ 14 บาทต่อวัน) ขณะที่การเดินทางรูปแบบใหม่ (หากถูกตัดเส้นทาง) ประชาชนต้องเปลี่ยนไปใช้บริการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ซึ่งอาจทำให้ค่าใช้จ่ายพุ่งสูงถึงประมาณ 67 บาทต่อเที่ยว (ไป-กลับ 134 บาทต่อวัน)
"จาก 7 บาท กลายเป็น 67 บาท หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า ค่าส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นวันละประมาณ 120 บาท อาจดูเหมือนไม่มากสำหรับบางคน แต่สำหรับชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษา และคนทำงานหาเช้ากินค่ำ นี่คือต้นทุนชีวิตและค่าครองชีพจริงในชีวิตประจำวัน รัฐจึงไม่ควรผลักภาระจากระบบรางราคาประหยัดไปไว้บนกระเป๋าของประชาชน" รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุ
ขณะเดียวกัน นายจิรวัฒน์มองว่าปัญหารถไฟในกรุงเทพฯ มีอยู่จริง แต่ทางออกที่ยั่งยืนไม่ใช่การตัดลดบริการประชาชน หากกระทรวงคมนาคมต้องการลดปัญหาจุดตัดทางรถไฟระดับดิน สิ่งที่ต้องทำทันทีคือการเร่งรัดโครงการเชิงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง (Missing Link) ช่วงหัวหมาก–พญาไท–สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อจัดระบบการเดินรถเข้าเมืองให้มีความปลอดภัย ซึ่งโครงการนี้ล่าช้ามานานเนื่องจากไปผูกโยงกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดังนั้นรัฐบาลควรพิจารณาแยกส่วนงานนี้ออกมาให้ รฟท. ดำเนินการเอง เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านรูปแบบและรายงาน EIA อยู่แล้ว
นอกจากนี้ สำหรับการบริหารจัดการรถไฟขนส่งสินค้า นายจิรวัฒน์เห็นด้วยว่าในระยะยาวไม่ควรวิ่งผ่านใจกลางเมือง แต่ควรแก้ปัญหาด้วยการเร่งรัดสร้าง ‘วงแหวนรถไฟรอบกรุงเทพฯ’ และเติมเต็มเส้นทางที่ขาดหายในช่วง ‘สุพรรณบุรี-บ้านภาชี’ ระยะทาง 73 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายโลจิสติกส์จากทุกภาคโดยไม่ต้องวิ่งผ่านกรุงเทพฯ ชั้นใน
ในช่วงท้าย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้ฝากข้อเสนอแนะเชิงนโยบายถึงผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ว่าควรเปลี่ยนผ่านวิธีการทำงานไปสู่การเร่งรัดสายสีแดง Missing Link ขยายวงแหวนรถไฟรอบกรุง และแยกรถไฟสินค้าออกจากเมืองอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการรักษารถไฟโดยสารราคาประหยัดไว้ เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมวิถีชีวิตและการเงินของประชาชนในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
Advertisement