
ล้วงลึกเรื่องราวชีวิตที่หลายคนไม่เคยรู้ของนักแสดงหนุ่มหล่อ “ร็อคกี้ สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ” ทายาทศิลปินชื่อดัง ในรายการ “แม๊…เม้าท์ ยังไงไหนเล่าซิ”ถึงวิธีการเลี้ยงลูกชายสุดที่รัก “น้องกู๊ดดี้” ที่เริ่มฉายแววความเป็นศิลปินมาตั้งแต่เด็ก โดยพยายามเลี้ยงลูกแบบที่คุณแม่ “เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์” เลี้ยงตนเองมาตั้งแต่ยังเด็ก โดย ร็อคกี้ สุรบดินทร์ เผยว่า
“เอาจริง ๆ นะ ผมพยายามเลี้ยงลูกแบบที่แม่เลี้ยงผม ผมรู้สึกว่าแม่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กแบบเป็นเพื่อนกัน กับลูก ๆ ทุกคนด้วยนะ ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว ผมก็จะพยายามคุยเยอะ ๆ พอเขาเริ่มไปโรงเรียน เราก็จะถามว่าคุณครูเป็นยังไงบ้าง เพื่อนเป็นยังไงบ้าง กู๊ดดี้ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มันจะทำให้เขากล้าที่จะพูดและสื่อสารกับเรา”
ลูกชายมีฉายแววเป็นศิลปินบ้างไหม?
“ผมว่าก็มี เพราะเขาค่อนข้างหูไว หมายความว่าเขาฟังทำนองเพลง แล้วก็จะฟังเราร้องเพลง เดี๋ยวเขาก็จะไปร้องพร่ำของเขาเอง หรือบางทีก็ร้องเพลงพ่อก็มี เวลาเราหรือเปิดเพลง เขาจับทำนองได้ค่อนข้างไว แต่ถ้าถามผมจริง ๆ ว่าคาดหวังกับลูกไหม ผมไม่คาดหวัง ไม่ได้ว่าต้องเป็นนักร้องหรือจะต้องเป็นศิลปิน เพราะตัวเองตอนโตมาก็ไม่ได้คิดว่าจะมาทำงานในวงการบันเทิง พอต้องเลือกว่าชีวิตจะต้องเริ่มเรียนอะไรก่อนเข้ามหาวิทยาลัย เราเห็นปู่ เห็นพ่อ เห็นพี่ป้าน้าอา เห็นทุกคนอยู่ในวงการบันเทิงกันหมดเลย เราเกิดความรู้สึก ซึ่งผมว่าอาจจะเป็นนิสัยของผู้ชายด้วย ไม่ได้ว่าต้องพิสูจน์ตัวเองอะไรขนาดนั้นนะ แต่อยากรู้ว่าเราทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม ผมก็ไปเรียนอะไรที่มันไม่เกี่ยวเลย ก็เลยไปเรียนเศรษฐศาสตร์ ตอน ป.โท เลือกเรียนรัฐศาสตร์ ไปดูว่าจริง ๆ เราทำอย่างอื่นได้บ้างไหม ผมเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าลูกจะต้องเหมือนเรา หรือต้องเป็นแบบเรา แต่อยากเติมอาวุธให้เขาครบมือไว้ก่อน ให้เขารู้หลาย ๆ เรื่อง พอวันไหนที่เขาชัดเจนว่าอยากไปทางไหนหรืออยากทำอะไร ก็ให้เขาเลือกเอง”
มีอะไรกังวลเกี่ยวกับเรื่องลูกไหม?
“ผมรู้สึกว่าไม่ได้มีอะไรที่เขาทำให้เรากังวลเลย เราเองต่างหากที่รู้สึกว่าทำให้เขาโอเคหรือยัง วันแรกที่มีลูกก็รู้สึกว่าชีวิตดีมาโดยตลอด อยู่ดี ๆ ปัจจัยแวดล้อมภายนอกทั้งหมดมันกลับพังใส่เราหมดเลย ทุกวันนี้ถามว่าเครียดไหม ก็เครียดนะ กังวลไหม ก็กังวลนะ แต่ปกติแล้วผมไม่ได้เป็นคนชอบดราม่าขนาดนั้น ผมชอบเอ็นเตอร์เทน ชอบดูแล อยากให้ทุกคนมีความสุข แต่จริง ๆ ข้างในเรากังวลทุกวันเลย ว่าเราจะทำเพื่อลูกได้ดีไหม เราจะพาลูกออกจากคลื่นแห่งปัญหาหรือสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ได้ไหม และสุดท้ายมันจะผ่านไปได้ไหม”
Advertisement