
วันที่ 13 พ.ค. 69 นาย สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึงท่าทีทางการเมืองต่อจากนี้ของนาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากที่ได้รับการพักโทษว่า ไม่แน่ใจบทบาททางการเมืองจากนี้ต่อไปของนายทักษิณจะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณ ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้นายทักษิณ คิดได้ว่า สิ่งที่นายทักษิณเคยอ้างถึงหลักธรรมทางศาสนาว่า ตถตา แปลว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง มันมีความหมายว่ามียศเสื่อมยศ มีลาภเสื่อมลาภ มีเกียรติก็เสื่อมเกียรติได้ ถ้าทำตัวไม่สมกับเกียรตินั้น ขณะเดียวกันนายทักษิณก็ผ่านมรสุมชีวิตมาเยอะ เพียงพอที่จะตัดสินใจได้ว่าสิ่งที่เผชิญมาในชีวิต มันให้บทเรียนอะไรบ้าง ตนก็ได้แค่คิดว่าควรจะเป็นเช่นนั้น
“แต่พอเห็นวิธีที่นายทักษิณสื่อออกมา ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่มีนัยยะต่างๆ กำกวม เช่น ไปจำศีลมา 8 เดือน จำอะไรไม่ได้บ้างต่างๆ เหล่านี้ เป็นต้น มันทำให้คิดได้ว่าหรือจะยังตัดไม่ได้ ยังมีสิ่งที่ค้างคาในใจ อยากที่จะไปเขี่ยสิ่งที่มันทิ่มตาอยู่ รู้สึกว่ามันเป็นผงอยู่ในตาแล้วก็จะเขี่ยออก อะไรหรือไม่ เราก็ไม่รู้ เพียงแต่ว่าในสมการการเมืองยุคใหม่ พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นผู้เล่นใหญ่อีกต่อไปแล้ว กลายเป็นพรรคต่ำร้อย ไม่ได้เป็นพรรคหลักในการตั้งรัฐบาล นอกจากนี้กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง ก็กระจัดกระจายกันไปมาก หลายคนก็ตาสว่างขึ้น ผมคิดว่า สิ่งที่เราทำได้ต่อจากนี้คือจับตามอง ภายใต้สมการการเมืองใหม่ว่านายทักษิณจะสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด ผมคิดว่าต้องดูไปก่อน เพราะในสมการการเมืองใหม่ วิธีการเล่นการเมืองแบบนายทักษิณใช้ หลายเรื่องมันเก่าไปแล้ว มันผ่านยุคนั้นไปแล้ว มือไม้ กำลังสำคัญต่างๆ พอรู้จักตัวตนซึ่งกันและกัน มันก็สวมคอนเวิร์สกันไปหลายคู่แล้ว ก็หายกันไปเยอะ” นายสาทิตย์ กล่าว
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ดูอาการนายทักษิณจากนี้แล้ว มันยังดูมีอะไรที่มันมีนัยยะทางการเมืองจากคำพูดที่พูดออกมาอยู่ หากเราย้อนกลับไปดูก่อนที่นายทักษิณจะโดนคดีชั้น14 จนกระทั่งมาสู่เรือนจำ รู้สึกว่ามันมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่มันมาเติมแรงกระเพื่อมทางการเมืองค่อนข้างเยอะ แต่ก็ต้องรอดูไปก่อน ยังเร็วเกินไปที่จะสรุป เพราะนายทักษิณเพิ่งออกจากเรือนจำมาไม่กี่วัน นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับบทบาทของรัฐบาลปัจจุบัน ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ว่าจะสามารถบริหารงานต่างๆประคับประคองไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่ต้องยอมรับว่าสูตรรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคเพื่อไทยจะเป็นตัวแปรหลัก 70 เสียงของพรรคเพื่อไทยถ้าออกจากการร่วมรัฐบาล รัฐบาลอาจล้มได้ ก็ต้องถือว่าเป็นตัวแปรหลักเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารพรรคเพื่อไทยชุดปัจจุบันกับนายอนุทินด้วย
เมื่อถามว่า นายทักษิณจะเข้ามามีผลต่อสมการร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าพรรคเพื่อไทยขณะนี้เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน อิทธิพลของนายทักษิณต่อพรรคเพื่อไทยจะมีมากน้อยแค่ไหน
Advertisement