
วันนี้ (26 มิถุนายน) เวลา 20:20 น. ที่ห้อง Ballroom Hall 1 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นปราศรัยครั้งสุดท้ายบนเวทีภายในงาน "เมืองฟ้าอมร Talk & Fest: ไปให้สุด หยุดที่เจมส์ อนุชา" เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ พระเอกลงไปแล้ว เวทีแล้วก็น่าจะเป็นจบได้แล้ว จะได้เตรียมตัวไปเลือกเบอร์ 5 กับ สก.พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 50 เขต โดยเรื่องแรกที่อยากพูดคือกรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้จริง ๆ เมื่อสักครู่นายอนุชา พูดมาว่า ไม่อยากให้กรุงเทพฯ น่าเที่ยว เท่ากับน่าอยู่ ซึ่งเวลาที่ตนเองว่าง สิ่งหนึ่งที่ชอบดู คือ คลิปในยูทูป ในติ๊กต๊อก ที่คนต่างชาติมาเยินยอ สรรเสริญเมืองไทย ซึ่งบางทีเราอาจไม่รู้สึก แต่คนทั่วโลกเห็นเสน่ห์เมืองของเรา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่เกิดขึ้นจากคนไทย หรือคนต่างจังหวัดที่มาทำมาหากินในกรุงเทพฯ เพราะตนเองยืนยันได้ อย่างเรื่องอาหาร แทบไม่มีที่ไหนในโลกที่สู้เราได้ ใครที่เคยอยู่ประเทศที่เจริญแล้ว หากหิวตอน 22:00 น. จะไปหาอะไรกิน แต่ที่ กทม. มีอะไรกิน มีชีวิตชีวา 24 ชั่วโมง รวมไปถึงรสชาติอาหารยังสามารถทำได้ทั้งหมด เป็นสิ่งที่คนทั้งโลกมาหลงใหลประเทศไทย และกรุงเทพฯ แต่ทำไมสำหรับคนกรุงเทพชีวิตมักยากลำบากทำให้เราต้องมีเรื่องบ่นทุกวัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตนเองได้เห็นการเสียเวลาไปก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้เห็นว่าจะวัดความก้าวหน้าการบริหารเมืองได้อย่างไร ถามว่าทราฟฟี่ฟองดูว์ ดีหรือไม่ ตนเองว่าก็ดี และหลายคนบอกว่าเป็นตัวเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ตนเองยังติดใจอยู่ ว่าเราควรภาคภูมิใจหรือไม่ว่า 4 ปี ต้องมีคนร้องเรียนไปเป็นล้านเรื่อง ตัวชี้วัดที่ดีกว่าคือ 4 ปีจากนี้ไป ถ้านายอนุชา เข้าไปทราฟฟี่ฟองดูว์ ยังมี แต่คนต้องไม่ไปร้องเรียน เพราะมันต้องไม่มีเรื่องให้ไปร้องเรียน ต้องไปแก้ปัญหาก่อน และต้องย้อนกลับไปว่าเวลาพูดอะไร พรรคประชาธิปัตย์อยู่มายาวนาน คนรักก็เยอะ คนชังก็มาก ก็จะมีวาทกรรมสารพัดเคยทำอะไรไว้ ตนเองก็นั่งนึกย้อนดูว่า เวลาที่เราต้องการให้กรุงเทพเปลี่ยน ต้องบริหารอย่างไร ตนเองไม่ทราบว่านายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะมา แต่ตนจำได้ว่าวันที่นายอภิรักษ์ บริหาร กทม. ทุกคนคิดว่าทำยังไงรถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปให้คนฝั่งธนเสียที รัฐบาลตอนนั้นไม่ยอมให้งบ และไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่สุดท้ายความที่ผู้ว่าจากพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่ากรุงเทพต้องเป็นได้มากกว่านี้รถไฟฟ้าจึงไปฝั่ง ธนด้วยฝีมือของผู้ว่าฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ อีกทั้งยังเคยบอกว่า ถึงเวลาต้องผลักดันให้กรุงเทพฯ มีหอศิลป์ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงเหมือนศูนย์การค้า หรือห้างห้างสรรพสินค้า และนำศิลปะมาแปะ ก็ต่อสู้ผลักดันให้เกิดขึ้น จนตอนนี้ทุกคนก็หวงแหนความเป็นหอศิลป์ กทม. ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น รวมไปโรงกำจัดขยะ การจัดการขยะระบบปิด ที่เรียกร้องตอนนี้ ซึ่งแห่งแรกที่เกิดขึ้น คือที่หนองแขม ก็เป็นโครงการจากพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ฝั่งธน ไม่มีโรงพยาบาลเฉพาะทางของผู้สูงอายุก็เกิดขึ้นจากยุคที่พรรคประชาธิปัตย์บริหาร
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้พยายามคิดว่า 4 ปีที่ผ่านมา เมืองเราเปลี่ยนแปลงอย่างไร และเพียงแค่หนึ่งเดือนที่ลงพื้นที่ หรือนับตั้งแต่วันที่นายอนุชา เปิดตัว 1 ชั่วโมง หลังเปิดตัวเราเจอรถไฟชนรถเมล์ สองวันต่อมานายอนุชาไปร่วมงานไพร์ดพาเรด ฝนตกลงมาน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน เกิดขยะส่งกลิ่นเหม็นที่อ่อนนุช และนายอนุชา มาหาพวกเราวันแรกก่อนประกาศตัวเราคิดถึงเรื่องการทำให้กรุงเทพเป็นศูนย์กลางเอไอ แต่เดือนถัดออกไปถนนสุขุมวิทสิ่งที่เราเห็นมีแต่ร้านกัญชา และยังมีอีกหลายอย่าง ที่ความจริงแล้วหาก กทม. ใส่ใจผลักดันสิ่งเหล่านี้จะเสริมไม่ใช่แค่ความน่าเที่ยว แต่ความน่าอยู่ของกทม. ตนเองจึงยืนยันว่ากรุงเทพเป็นได้มากกว่านี้แน่นอน
นายอภิสิทธิ์ ยังระบุอีกว่า นายอนุชา พาตนเองไปหลายที่มาก ไม่ได้ใช้เวลาแค่หาเสียงอย่างเดียว แต่ใช้เวลาเตรียมตัวไปทำงานเลย สัมผัสความเป็นจริงให้มากที่สุด และหยิบปัญหาขึ้นมา แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนว่าควรจะเปลี่ยนแปลงโดยเร็วที่สุด ที่เป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาอย่างยาวนาน คือปัญหาความไม่โปร่งใสของการบริหารเมืองของเรา แล้วใครที่บอกว่าพึ่งมาพูดเรื่องนี้ เพราะนางการดี เลียวไพโรจน์ เพิ่งเข้ามา และทำแพลตฟอร์มเสร็จ และนำมาจับข้อมูลเมื่อสองถึงสามสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อมาดูข้อมูลของ กทม. ก็เห็นสิ่งที่น่าตกใจ แต่เป็นเรื่องที่ความจริงที่ทุกคนก็สัมผัสอยู่แล้ว ใครกล้าปฏิเสธปัญหาเรื่องส่วย ใครกล้าปฏิเสธว่าการขออนุมัติขออนุญาตต้องเจอกับที่ไม่ถูกต้อง ใครที่มาเรียกร้อง แล้วบอกว่าให้ส่งหลักฐานมาไม่ควรที่จะบริหาร กทม. อีกต่อไป เพราะเดินไปเจอแต่เรื่องร้องเรียนสารพัดคนต่างด้าวมาสวมสิทธิ์การขายในพื้นที่ผ่อนผัน หลายเรื่องนี่คือความตั้งใจของพวกเราที่จะเข้ามาทำตรงนี้
”เรามาไม่ได้มาโดยนายอนุชา คนเดียว ผมผู้บริหารพรรค มีอีกหลายต่อหลายหลายคนที่ทั้งพรรคเราพร้อมทำงานให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพ ผมเดินหาเสียงกับนายอนุชากับ สก. แต่ละเขต บางทีเขาก็งงว่าทำไมพรรคนี้มากันเยอะแบบนี้ ทำงานกันเป็นทีม ตนองเป็น ส.เกิน เราจะทำงาน ไม่ว่าเราอยู่ในสถานะใด ไม่ได้พูดถึงแค่นักการเมือง แต่นักการเมืองที่เป็นอดีตสส.จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีครบกับทุกเขต ทุกคนยังมีใจในการทำงานให้กับบ้านเมือง ทุกที่เดินไปเรามีอดีตประธานสาขา อดีตสมาชิก จะอายุน้อย หรือมากแค่ไหน ทุกคนพร้อมทำงาน เพราะเขาคือวิญญาณของพรรคประชาธิปัตย์ที่พร้อมจะรับใช้คนทั้งประเทศและคนกรุงเทพ“
ส่วน สก. เราส่งครบทั้ง 50 เขต และมีความหลากหลาย และประชาชนก็ผูกพันกับผู้สมัคร สก. มากกว่าที่จะผูกพันกับนายอนุชาหรือตนเอง และแม้หลายคนจะสอบตกมานาน แต่ก็ยังเดินหน้าทำงานอยู่ เราเข้าใจการเมืองดีบางพื้นที่มันยากเพียงแต่อยากบอกว่า หลายเขตถึงแม้เขาไม่เคยเป็น สก. แต่เขาลงพื้นที่ 4 ปี 6 ปีหรือ 8 ปี ขอยืนยันว่า คนเหล่านี้ตั้งใจทำแน่นอน ตัวอย่างเช่น เขตหลักสี่ ลาดกระบัง นี่คือทีมที่จะมาทำงานเป็นพรรค ไม่ใช่แค่คนเยอะ แต่มีความรับผิดชอบร่วมกันตรงไปตรงมา และพวกเราประกาศชัดว่า เราคือนักการเมือง เข้ามาอาสารับเลือกตั้งมีตำแหน่งและความรับผิดชอบทางการเมือง อย่ามาอ้างว่าไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้วทำอะไรไม่ตรงไปตรงมา ไม่ชัดเจน 50 คนประกาศชัดว่ามาจากพรรคประชาธิปัตย์ คิดอย่างไรอุดมการณ์คืออะไรนี่คือทางเลือกของพี่น้องชาวกรุงเทพ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเองเดินทางมาวันนี้เห็นป้ายยังตกใจว่าเดี๋ยวนี้ตรรกะมันแปลก เลือก สก. อิสระทั้งทีม เราอิสระแบบไหนถึงมีทีมด้วย แล้วใครส่งลงมา ตนเองว่าคนที่ที่ส่งลงมาต้องอยู่นอกปฐพี เพราะแข็งแกร่งกว่าผู้ว่าฯ ชัชชาติ นี่คือประเด็นว่าเราตรงไปตรงมา
“เที่ยวนี้ไม่ใช่แค่เลือกผู้ว่าแต่ สก. 50 คนและบวกกับองคาพยพของทั้งพรรคจะเข้ามาทุ่มเททำงานให้ได้ตามเป้าเป้าหมายที่นายอนุชากำหนดไว้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ ยังยกตัวอย่างนโยบาย ว่า การเดินทางสะดวกที่พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารการจราจรให้ดีขึ้น, รวม ขสมก. ระบบฟีดเดอร์, ความสามารถในการดูแลคนทุกกลุ่มผู้สูงอายุเด็กเล็ก คนพิการ ที่ต้องอาศัย และใช้ชีวิตอยู่ในเมือง, เศรษฐกิจเรื่องรายได้ ทำให้คนเมืองมีรายได้ และเมืองมีรายได้ใช้ทรัพยากรสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะที่สวนสาธารณะที่เคยทำในสมัยผู้ว่าจากพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ก็ถูกนำป้ายไปแปะว่าเป็นสวน 15 นาที
นโยบายที่ดีความคิดเป็นไปได้มากกว่านี้ ทีมที่พร้อม อย่างไรก็ตาม แต่ตัวผู้ว่าฯ ต้องเป็นหลัก นายอนุชา ทำงานกับตนเองมาตั้งแต่พ.ศ. 2550 ภายใต้ความเงียบของนายอนุชา ไม่เคยหยุดทำงาน ไม่เคยหยุดคิด ซึ่งเขาไม่ใช่คนโวยวาย แต่เขาพร้อมทำงานแก้ไขปัญหาให้กับคนอื่น สิ่งสำคัญคือวันนี้การที่ตัดสินใจมาลงสมัคร พิสูจน์แล้วถึงความตั้งใจ เพราะวันที่เดินเข้ามาเราตามเขาอยู่ 1,000,000 คะแนน ทำไมถึงมันลงกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน เพราะว่าตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าแพ้หรือชนะ ไม่รู้ เพราะประชาชนเป็นคนกำหนด ไม่ใช่โพล แต่สิ่งสำคัญคือเขาต้องการทำตามความตั้งใจของเขา ถ้าเขาชนะ เขาได้ทำ แต่วันนี้ที่พวกเราภาคภูมิใจในการหาเสียงตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ถ้าวันนี้ถึงไม่ชนะ บอกได้เลยว่าคนชนะยังไงก็หนาว เพราะจะถูกกดดันด้วยบรรทัดฐานนโยบายที่เขาเคยบอกไว้ ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นไปได้ จะมาอ้างว่าบางอย่างอยู่นอกเหนืออำนาจไม่ได้ จะต้องถูกกดดันจากการที่เราได้ยืนยันแล้วว่า จะเรียกหาหลักฐานแต่ความผิดปกติของการทำงบประมาณให้มีประสิทธิภาพคุ้มค่าและโปร่งใสกว่านี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า และวันนี้หากบอกว่าระบอบอากงมีจริง ถึงชนะไประบอบอากงอย่างไรก็อยู่ต่อไปไม่ได้ แล้วทำไมจะต้องให้เขาชนะ ซึ่งเรื่องนี้ถูกเปิดโดยใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ ดังนั้น จึงต้องให้นายอนุชา เข้าไปเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ตั้งแต่วินาทีนี้ไปจนถึง 18:00 น. ไว้วันพรุ่งนี้ทุกคนต้องไปหาเสียงให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถึงเวลาแล้วที่เราต้องให้เมืองของเราเดินไปข้างหน้า ให้เมืองน่าอยู่ และน่าเที่ยว สะอาด ไม่ใช่ในเชิงกายภาพ แต่การเมืองที่สะอาดสุดจริตโปร่งใส ทั้งหมดนี้คือความมุ่งมั่นตั้งใจของพวกเราชาวประชาธิปัตย์
Advertisement