Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อนุทิน-ขุนคลัง ทำถึง! Moody’s ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือไทยมีเสถียรภาพ

อนุทิน-ขุนคลัง ทำถึง! Moody’s ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือไทยมีเสถียรภาพ

22 เม.ย. 69
08:06 น.
แชร์

"อนุทิน-ขุนคลัง" ทำถึง! Moody’s เปลี่ยนมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย จากระดับ "เชิงลบ" เป็นระดับ "มีเสถียรภาพ"   

วันที่ 22 เม.ย. 69 นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody's ได้ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) จากระดับ "เชิงลบ (Nerative Outlook)" เป็นระดับ "มีเสถียรภาพ (Stable Outlook)" และคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) )ที่ Baa1 โดย การปรับมุมมองในครั้งนี้สะท้อนถึงการปรับดีขึ้นของสมดุลความเสี่ยง (Balance of Risks) ต่อเศรษฐกิจไทย และความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศซึ่ง Moody's ได้ชี้แจงเหตุผล และปัจจัยที่สําคัญ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

1. เสถียรภาพของรัฐบาลช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เคยเป็นปัจจัยลบของเศรษฐกิจไทย และสนับสนุน ความต่อเนื่องของนโยบายที่มีแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่อย่างชัดเจน โดยในระยะข้างหน้า หากรัฐบาลสามารถดําเนินการปฏิรูปเชิงโครงสร้างได้ตามแผน อาทิ การปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความยืดหยุ่น และเอื้อต่อการประกอบธุรกิจมากขึ้น รวมถึงการเปิดเสรีตลาดพลังงานเพื่อเพิ่มการแข่งขันและส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และเอื้อให้ฐานะการคลังทยอยปรับตัวดีขึ้นต่อไป 

2. การปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยเกิดจากการคลี่คลายของความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากนโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่ลดลงภายหลังการเจรจา ส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรต่อสินค้าไทยถูกปรับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศในภูมิภาค นอกจากนี้ แม้ว่าวิกฤตราคาพลังงานโลก จะเพิ่มแรงกดดันให้กับเศรษฐกิจไทยและอาจส่งผลต่อภาระหนี้ของรัฐบาล แต่ระดับความเสี่ยงดังกล่าวยังคงอยู่ในกรอบที่เทียบเคียงได้กับกลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับเดียวกัน (Peers) 

3. การลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการคําเนินมาตรการสนับสนุนของภาครัฐอย่าง Thailand Fast Pass ซึ่มีส่วนช่วยให้การลงทุนภาคเอกชนเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา โดยการลงทุนเป็นปัจจัยสําคัญในการสร้างศักยภาพการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวซึ่งที่านมาถูกมองเป็นจุดอ่อนของเศรษฐิจไทย 

4. หนี้ภาครัฐบาลต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (Government Debt to GDP) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ60 และ 62 ในปีงบประมาณ 2569 และ 2571 ตามลําดับ อันเป็นผลจากการดําเนินนโยบายการคลังแบบขาดดุลเพื่อสนับสนุนการพื้นตัวทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังคงมีความสามารถในการซําระหนี้อยู่ในระดับที่ดี โดยมีตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ในประเทศที่มีความลึก สามารถรองรับการระดมทุนของภาครัฐได้ในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ อีกทั้งโครงสร้างหนี้ส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินบาท และมีอายุเฉลี่ยของหนี้ค่อนข้างยาว ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการบริหารจัดการภาระหนี้ 

ทั้งนี้ สัดส่วนภาระดอกเบี้ยต่อรายได้รัฐบาล (Interest Payment to Govemment Revenue) คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 6 ในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งอยู่ในระดับที่ตํ๋ากว่ากลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับเดียวกัน 

5. นอกจากนี้ประเทศไทยยังคงมีฐานะการเงินต่างประเทศที่แข็งแกร่งและมีเงินทุนสํารองระหว่างประเทศในระดับสูง โดย ณ เดือนมีนาคม 2569 มีเงินทุนสํารองระหว่างประเทศกว่า 23.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสามารถรองรับการนําเข้าสินค้าและบริการได้มากถึง 7 เดือน ขณะเดียวกัน สัดส่วนหนี้ที่จะครบกําหนดในระยะสั้นและระยะยาวต่อเงินทุนสํารองระหว่างประเทศ คาดว่าอยู่ที่ประมาณร้อยละ 45 ถึง 50 ในปี 2569 ซึ่งเป็นระดับที่เพียงพอกับการรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอก 

6. ปัจจัยสําคัญที่ Moody's จะติดตามสําหรับการพิจารณาการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ได้แก่ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับเดียวกัน ความคืบหน้าของการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ตลอดจนการบริหารจัดการทางการคลังและภาระหนีของรัฐบาล 

จากผลการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยข้างต้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อทิศทาง การดําเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลทีใช้มาตรการทางการคลังแบบมุ่งเป้า (Targeted Fiscal Support) เพื่อบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น ควบคู่กับการเร่งการลงทุน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และการยกระดับผลิตภาพ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของประเทศในระยะยาวในระยะต่อไป บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะให้ความสําคัญกับความต่อเนื่องของนโยบาย และผลลัพธ์ จากการดําเนินนโยบาย (Policy Execution) เป็นหลัก ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญต่อการประเมินแนวโน้มความน่าเชื่อถีอ ของประเทศไทยในอนาคต 

นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับมุมมองความน่าเชื่อถือในครั้งนี้สะท้อนว่า พื้นฐานเศรษฐกิจและเสถียรภาพของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง และแนวทางนโยบายที่รัฐบาลตําเนฉินการอยู่นั้นมาถูกทาง โดยเรามุ่งดูแลเศรษฐกิจและประชาชนในระยะสั้นอย่างมุ่งเป้า ควบคู่กับการเร่งสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ในระยะยาว สิ่งสําคัญต่อจากนี้คือการเดินหน้านโยบายอย่างต่อเนื่อง และทําให้เกิดผลจริง เพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

Advertisement

แชร์
อนุทิน-ขุนคลัง ทำถึง! Moody’s ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือไทยมีเสถียรภาพ