
วันที่ 22 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์เกิดกระแสดราม่าร้อนแรง หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ จ.สุรินทร์ โพสต์ภาพพร้อมข้อความขอความเป็นธรรม ภายหลังมีพนักงานขนส่งนำภาพพัสดุ 7 ชิ้น พร้อมข้อความหยาบคายโพสต์ลงโซเชียล ระบุว่าถูกให้ตีกลับสินค้า และโทรหาปลายทางไม่รับสาย ก่อนพาดพิงว่าเป็น “บ้านผู้ใหญ่บ้าน”
ส่งผลให้ชาวเน็ตแห่วิพากษ์วิจารณ์ทั้งฝ่ายขนส่งและเจ้าของบ้านอย่างหนัก บางส่วนเห็นใจพนักงานที่ต้องแบกพัสดุหลายชิ้น ขณะที่อีกหลายเสียงมองว่าไม่ควรนำอารมณ์มาโพสต์ด่าลูกค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับ ผู้ใหญ่บ้านหญิง อายุ 37 ปี ในอ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ซึ่งเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า วันที่เกิดเหตุเธอไม่ได้อยู่บ้าน เนื่องจากออกไปปฏิบัติหน้าที่ลงทะเบียนเกษตรกรให้ลูกบ้าน กระทั่งมีชาวบ้านส่งภาพสตอรี่ของพนักงานขนส่งมาให้ดู จึงรู้ว่าถูกพาดพิง ทั้งที่พัสดุดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง แต่เป็นของแม่ที่สั่งอุปกรณ์การเกษตรแบบเก็บเงินปลายทาง โดยใช้ที่อยู่บ้านของผู้ใหญ่บ้านเป็นสถานที่รับสินค้า ยืนยันว่าไม่ได้มีการปฏิเสธรับของหรือสั่งให้ตีกลับแต่อย่างใด เพียงแต่แม่ไม่มีแอปธนาคาร จึงกำลังจะไปโอนเงิน ทำให้การรับสินค้าล่าช้า
ผู้ใหญ่บ้านยอมรับว่า รู้สึกเสียใจ และเครียดอย่างมาก เพราะข้อความที่ถูกโพสต์พาดพิงถึงบุพการี แม้จะไม่ได้ระบุชื่อโดยตรง แต่คนในหมู่บ้านต่างรู้ว่าเป็นบ้านของเธอ จนมีการส่งภาพมาแซว และวิพากษ์วิจารณ์ไม่หยุด พร้อมกล่าวขอโทษสังคมที่ตัดสินใจโพสต์ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เพราะต้องการปกป้องแม่และครอบครัว พร้อมฝากให้ทุกฝ่ายตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนโพสต์หรือวิจารณ์ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
เบื้องต้นสรุปว่าของที่สั่งไม่ได้ถูกตีกลับตามที่เป็นกระแสโซเชียล และก็มีการจ่ายเงินเป็นเรียบร้อย อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวจะตามต่อความคืบหน้า และไปสัมภาษณ์ทางฝั่งของขนส่ง เพื่อให้ข้อมูลอีกฝ่ายให้ความเป็นธรรมทั้งสองด้านต่อไป
Advertisement