
วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดตราด หลังมีกระแสข่าวว่า บขส.ตราดจะหยุดให้บริการเส้นทางตราด–กรุงเทพฯ โดยพบว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง ขณะที่รถร่วม บขส. ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ
จากการสอบถามผู้เกี่ยวข้อง ทราบว่าสาเหตุหลักมาจากจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงอย่างหนัก โดยแต่ละวันมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยไม่ถึง 10 คน บางวันมีเพียง 20 คน ทำให้รายได้ไม่คุ้มกับต้นทุนการดำเนินงาน ทั้งค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร
ก่อนหน้านี้ บริษัทมีแผนปรับรูปแบบการเดินรถเป็น เที่ยวกลางคืน และได้จัดหารถโดยสารคันใหม่เข้ามาให้บริการ ซึ่งเพิ่งใช้งานได้ไม่ถึง 1 เดือน และวิ่งจริงไม่ถึง 10 เที่ยว แต่ท้ายที่สุดแผนดังกล่าวก็ไม่ได้เดินหน้าต่อ
นาย ผไทมาศ ขำสม พนักงานขับรถ บขส. เปิดเผยว่า ตนทำหน้าที่ขับรถโดยสารมานานหลายสิบปี วิ่งมาแทบทุกเส้นทางทั่วประเทศ และรู้สึกผูกพันกับงานนี้เสมือนเป็นบ้านหลังที่สองไม่อยากให้หยุดวิ่งเลย แต่บริษัทแบกรับต้นทุนไม่ไหวจริง ๆ ผู้บริหารกำลังพิจารณาว่าจะหยุดชั่วคราวหรือยุติถาวร ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครตอบได้
ปัจจุบัน รถ บขส.ตราดเหลือวิ่งเพียงวันละ 1 เที่ยว โดยออกจากกรุงเทพฯ (หมอชิต) เวลา 07.30 น. ถึงจังหวัดตราดประมาณ 13.00–13.30 น. และออกจากตราดในวันถัดไป เวลา 09.30 น.
นายผไทมาศ ระบุว่า ช่วงหน้าฝนถือเป็นช่วงโลว์ซีซัน ผู้โดยสารลดลงเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 ขณะที่ช่วงฤดูท่องเที่ยวจะมีผู้โดยสารประมาณ 20–30 คนต่อเที่ยว หากเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ก็เชื่อว่าผู้ใช้บริการจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ด้าน นายดำรงฤทธิ์ สงกะภาพ พนักงานผู้ดูแลความปลอดภัยบนรถ กล่าวว่า ตลอดเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ตนผูกพันกับงานบริการผู้โดยสารอย่างมาก หากต้องยุติการเดินรถหรือถูกย้ายไปปฏิบัติงานที่กรุงเทพฯ หรือชลบุรี ก็พร้อมยอมรับตามนโยบายของบริษัท แม้จะรู้สึกเสียดาย เพราะงานนี้เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองและเป็นอาชีพที่รัก
ขณะที่ นายรักเลห์ คนขับรถสองแถวสายตราด–แหลมงอบ มองว่าหาก บขส.หยุดวิ่ง จะสะท้อนถึงวิกฤตของระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดตราดทั้งหมด พร้อมประเมินว่า รถสองแถวอาจต้องยุติการให้บริการในอนาคตเช่นกัน
ก่อนเกิดโควิด-19 รายได้จากการวิ่งรถอยู่ที่ 3,000–4,000 บาทต่อวัน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 80 บาทต่อวัน เท่านั้น ขณะที่ต้นทุนน้ำมันและค่าใช้จ่ายยังคงสูง ทำให้ผู้ประกอบการแบกรับภาระไม่ไหว
นายรักเลห์ ยังสะท้อนว่า ที่ผ่านมายังไม่เห็นมาตรการช่วยเหลือหรือการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐที่ส่งผลต่อการใช้บริการสถานีขนส่งจังหวัดตราดอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ รถสองแถวสายตราด–แหลมงอบมีโอกาสหยุดวิ่งในอนาคตอย่างแน่นอน
Advertisement