
วันที่ 9 เม.ย. 2569 ที่อาคารกระทรวงยุติธรรม มีรายงานภายในบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) เปิดเผยว่า สำหรับการสนธิกำลังหน่วยงานภาคีทั้งหมด ในการลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันขนาดใหญ่และโรงกลั่นขนาดย่อยตลอดเวลา ที่ผ่านมาตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ล่าสุดรายละเอียดข้อมูลและพยานหลักฐานการตรวจสอบเรื่องการกักตุนน้ำมัน จะถูกประมวลเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) ในเวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม 10-01 ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ ครั้งที่ 1/2569 ส่วนคณะกรรมการ ประกอบด้วย นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เจ้ากรมพระธรรมนูญ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายกสภาทนายความ และผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีก 9 รายร่วมเป็นคณะกรรมการ และมี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งในการประชุม มีวาระรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 15 ส.ค.68
แหล่งข่าวภายในบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) เผยว่า ส่วนรายละเอียดเนื้อหาว่าในที่ประชุมบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ จะเสนอพฤติการณ์ทางคดีครอบคลุมไปถึงสำนวนใดบ้างนั้น จะขึ้นอยู่กับการหารือและการอภิปรายของกรรมการภายในบอร์ดฯ อาทิ สำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องการขนย้ายและกักตุนน้ำมันบริเวณพื้นที่จังหวัดอ่างทอง จังหวัดตาก (อำเภอแม่สอด) หรือจังหวัดนครสวรรค์ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10, สำนวนของกองทัพเรือ โดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), รายงานการตรวจสอบกรมธุรกิจพลังงาน ฯลฯ จะถูกรวบรวมไว้ในสำนวนคดีพิเศษด้วยหรือไม่ แต่เบื้องต้นจากการลงพื้นที่ตรวจสอบในหลายมิติของหน่วยงานภาคี พบการกระทำความผิดเข้าข่ายฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 30 “ห้ามมิให้บุคคลใดกักตุนสินค้าควบคุม โดยมีสินค้าควบคุมไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่กำหนดไว้ในประกาศของคณะกรรมการตามมาตรา 25 (12) หรือเก็บสินค้าควบคุมไว้ ณ สถานที่อื่นนอกจากสถานที่เก็บตามที่ได้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 25 (5) หรือไม่นำสินค้าควบคุมที่มีไว้เพื่อจำหน่ายออกจำหน่าย หรือเสนอขายตามปกติ หรือปฏิเสธการจำหน่ายหรือประวิงการจำหน่ายหรือการส่งมอบสินค้าควบคุม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร“ เนื่องด้วยพฤติกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับน้ำมัน ซึ่งถือเป็นสินค้าควบคุม ทำให้ผู้บริโภคอย่างประชาชน และอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้รับผลกระทบในภาพใหญ่ จึงต้องรอดูผลการหารือของที่ประชุมภายในบอร์ดว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) มีกรรมการทั้งสิ้น 22 ราย ซึ่งในการพิจารณารับหรือไม่รับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ หากเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดทางอาญาอื่น ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) หรือไม่อยู่ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 จะต้องใช้มติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 (หรือไม่น้อยกว่า 15 เสียง) ในการรับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ
Advertisement