Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
รมว.ยุติธรรมแถลงพบ4เคสขนส่งน้ำมันผิดปกติ จ่อชงDSIรับคดีพิเศษพรุ่งนี้

รมว.ยุติธรรมแถลงพบ4เคสขนส่งน้ำมันผิดปกติ จ่อชงDSIรับคดีพิเศษพรุ่งนี้

8 เม.ย. 69
16:21 น.
แชร์

รมว.ยุติธรรม แถลงนำทีมตรวจโรงกลั่น-คลังน้ำมัน 4 พื้นที่ หลังพบสุ่มเสี่ยงกักตุน สั่งกวดขันเข้มทั้งระบบพร้อมเตรียมชง DSI รับเป็นคดีพิเศษในวันพรุ่งนี้

8 เม.ย. 69 พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และ นายสมชาย รัตนสุภา ผู้อำนวยการกองตรวจสอบและปฏิบัติการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าคดีการตรวจสอบการกักน้ำมัน ครั้งแรก หลังจากนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอส รับคดีการกักตุนน้ำมันไว้เป็นคดีพิเศษ

พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า ตามมาตรการของนายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน มิติการปราบปรามก็จะมีกระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ กระทรงงพลังงาน ศรชล. กรมเจ้าท่า ได้ติดตามการดำเนินการผู้ค้าน้ำมันทั้งระบบตั้งแต่ต้นทาง คือดีเอสไอ ไปยังปลายทาง คือ ตำรวจและฝ่ายปกครอง โดยได้รับข้อมูลสนับสนุนจาก กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ และกรมเจ้าท่า

เริ่มต้นจากการปฏิบัติล่าสุดในสันนี้มีทั้งหมด 4 ภารกิจที่ ตำรวจได้นำทีมเข้าไปตรวจสอบ จ.ระยอง จ.ปทุมธานี จ.สมุทรสาคร และ จ.ขอนแก่น ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีพฤติการณ์แตกต่างกันออกไป ในลักษณะสุ่มเสี่ยงให้เกิดการขาดแคลนน้ำมัน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งแนวทางการสืบสวนและสอบสวน โดยเฉพาะทั้ง 4 กรณี ที่ได้ปฏิบัติการล่าสุด และยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่สามารถยื่นเอกสารเข้ามาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบได้

พล.ต.ท.รุทธพล ยังบอกด้วยว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มมาตรการขึ้นอย่างเข้มงวด

-ทั้งการเพิ่มความเข้มงวดในการกวดขัน การประวิงเวลาการขนส่งน้ำมันทางทะเล จากโรงกลั่นภายในประเทศ เช่น พื้นที่ กทม. แหลมฉบัง มาบตาพุด ไปคลังน้ำมันขนาดใหญ่ริมทะเล ทั้ง จ.สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี ชุมพร สุราษฎร์ธานี และสงขลา

-และเพิ่มความเข้มในการกวดขันการประวิง หรือปฏิเสธการจ่ายน้ำมันไปจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ไปยังสถานีน้ำมัน หรือไปยังลูกค้าปลายทาง

-รวมถึงเพิ่มความเข้มกวดขันในการขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทาง เพื่อทำการกักตุน

ส่วนจากการตรวจสอบน้ำมันทั้งหมดที่หายไป คงต้องใช้เวลาในการรวบรวม เพราะข้อมูลมาจากหลายหน่วยงาน และตอนนี้ยังยืนยันตัวเลขตรงๆเลยไม่ได้ เพราะพบการกระทำความผิดเรื่อยๆ อย่างกรณีของ จ.สุราษฎร์ธานี ก็ได้ดำเนินการไปแล้ว และวันนี้ก็มีเพิ่มมาใหม่อีก 4 เคส

ทั้งนี้กรณีที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจะส่งทีมชุดสุดซอยเข้ามาร่วมดำเนินการนั้น คาดว่า ก็คงจะมีการประสานการเข้ามา แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานเข้ามาทำงานร่วมกัน เพราะว่าเจ้าหน้าที่ของเราได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในมิติต่างๆเรื่องของการกักตุนน้ำมันอยู่แล้ว

ส่วนกรณีข้อมูลการเดินเรือแบบ เรือต่อเรือนั้น ดีเอสไอได้ประสานข้อมูลกับศรชล.อย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการตั้งวอรูมกันที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อติดตามข้อมูลทางทะเล ทั้งข้อมูลเที่ยวเรือที่มีความผิดปกติ ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลตัวเลขให้ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนปลายทางน้ำมันอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพราะข้อเท็จจริงนั้น บางเดือนที่ผ่านมา IRPC ยกเลิกการผลิตน้ำมันเขียวที่ใช้กับการประมง ประมาณวันละ 1ล้าน5แสนลิตร ซึ่งเชื่อว่าน้ำมันที่หายไปส่วนนี้ก็คงเข้าไปใยหลายส่วนทั้งภาคอุตสาหกรรม การประมง การเกษตร แต่รายละเอียดขอรวบรวมตัวเลขข้อมูลให้ชัดเจนก่อน

ส่วนกรณีน้ำมันที่หายไประหว่างในทะเล ที่จ.สุราษฎร์ธานี 57 ล้านลิตร หลังพบข้อมูลเที่ยวเรือที่ขนส่งน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 96 เที่ยว ไป 99 เที่ยวนั้น พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า เรือ 99 เที่ยว คือจำนวนเที่ยวทั้งหมดที่ออกจากโรงกลั่นไปปลายทาง ส่วนจะมีความผิดปกติมากน้อยอย่างไร ขอเวลาในการตรวจสอบก่อน พื่อให้เกิดความชัดเจนของข้อมูล แต่ยืนยันได้ว่า “มีเรือบางส่วนที่มีพฤติการณ์ที่ผิดปกติ และอยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบและสืบสวน ซึ่งเรือที่พบความผิดปกติก็จะนำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบด้วย”

พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันด้วยว่า เจ้าหน้าที่จะต้องทำการตรวจสอบทั้งระบบ หากพบจุดไหนที่ดำเนินการผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินการโดยเคร่งครัด แต่เบื้องต้นที่ผ่านมา โรงกลั่นยังไม่พบการกระทำความผิด แต่วันนี้ 4 จุด ที่ได้ปฏิบัติมีโรงกลั่นขนาดย่อมที่จะเข้าไปตรวจสอบและพบความผิดปกติ หากมีอะไรที่พบการกระทำที่ผิดกฎหมายก็จะต้องดำเนินการเช่นกัน

ขณะที่พลตำรวจเอกสำราญ อธิบายเพิ่มเติมถึงการปฏิบัติการเข้าตรวจสอบ4พื้นที่ ในวันนี้ว่า หลังจากคณะทำงานกำหนดเหตุการณ์ แบ่งเป็น 3 เหตุต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ตั้งสมมติฐาน ได้แก่

-เหตุการณ์แรกมีรถที่ไปรับน้ำมันจากคลังแล้วไม่เข้าปั๊ม ซึ่งจากการตรวจสอบ ก็พบว่ามีรถน้ำมันประมาณ 11,067 คัน และจากการดูข้อมูล GPS ของรถและข้อมูลต่างๆ พบอยู่ที่ จ.อุดรธานี 1 เคส มีรถทั้งหมด 10 คัน เฉลี่ยคันหนึ่งรถบรรทุกน้ำมันประมาณ 40,000 ลิตร โดยใน 10 คันนี้ ที่หน้าปั๊มติดว่าปั๊มไม่มีน้ำมัน และเมื่อเช้านี้พบว่า 2 คัน ก็ไปส่งน้ำมันระหว่างทางที่ จ.ขอนแก่น ไปถ่ายใส่รถเล็กๆ ซึ่งประเด็นนี้ก็มีความผิดชัดเจน ขณะนี้รองผู้บัญชาการฝ่ายสืบสวนกำลังดำเนินการอยู่

อีกหนึ่งส่วนที่ จ.ระยอง เราตรวจสอบพบรถที่ไปรับน้ำมันจากคลังแล้วไม่เข้าปั๊ม ซึ่งจากการที่เราได้รับข้อมูลจากคลัง เขาอ้างว่าเคยจดทะเบียนเป็นปั๊มแล้วยกเลิกไป

-เหตุการณ์ที่ 2 จากการตรวจสอบคลังน้ำมัน 92 คลังในช่วงที่น้ำมันขาด คลังไหนไม่ได้จ่าย และไม่ได้จ่ายช่วงไหน ซึ่งก็จากการดูข้อมูลไฟฟ้าที่ใช้เป็นกราฟ ก็ไปสะดุดที่ จ.ปทุมธานีหนึ่งส่วน เนื่องจากเห็นว่าถ้าใช้ไฟปกติ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 500 กิโลวัตต์ แต่ในวันที่ 9-10 มีนาคม 2569 มีการจ่ายน้ำมันสูงถึง 1,300 กิโลวัตต์ 1 ช่วง และในวันที่ 15-17 มีนาคม 2569 พบว่าไม่ได้จ่าย โดยเราดูจากกระแสไฟฟ้า แต่สิ่งที่เราต้องดูเป็นพิเศษก็คือวันที่ 20-25 มีนาคม 2569 ปรากฎว่าพอวันที่ 26 มีนาคม 2569 น้ำมันขึ้น ก็มีการอัดกระแสไฟฟ้าจ่ายน้ำมันจากคลังถึง 1,600 กิโลวัตต์ แต่พอกลับไปดูน้ำมันคงคลังในวันที่ 20-25 มีนาคม 2569 ก็มีน้ำมันคงคลังอยู่ประมาณ 20 ล้านลิตร

พร้อมย้ำว่าประเด็นนี้เราดูจากกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก คลังน้ำมันของแต่ละคลังทั้ง 92 คลัง เราก็ขอดูปริมาณการใช้ไฟว่าการจ่ายไฟสอดคล้องกับปริมาณน้ำมันที่รับ-จ่ายหรือไม่ ประเด็นนี้จะเห็นว่าวันที่ 26 มีนาคม 2569 ช่วงเช้ากราฟขึ้นเป็นสีแดง ซึ่งเป็นการจ่ายการใช้กระแสไฟฟ้าจากน้ำมันช่วงกลางวัน โดยขณะนี้ทางทีมงานกำลังตรวจสอบอยู่ ก่อนจะส่งข้อมูลให้กับดีเอสไอต่อไป

-ส่วนเหตุการณ์ที่ 3 คือวันที่ 15-17 มีนาคม 2569 เราตรวจสอบว่ามีปั๊มไหนที่ปิดให้บริการโดยที่แจ้งว่าน้ำมันไม่พอ แล้วเราใช้ตำรวจพื้นที่ไปสอบถามว่า เดิมทีเขารับน้ำมันจากบริษัทอะไรและรถอะไร โดยเราจะมาดูว่ารถยังวิ่งส่งอยู่หรือไม่ ก็พบว่าที่ จ.สมุทรสาคร เคสนี้เขายังวิ่งส่งน้ำมันอยู่ แต่ไม่ได้ส่งให้กับปั๊ม จากเดิมที่เคยส่งให้ปั๊มนี้อยู่ แต่ก็ไม่ส่ง โดยยืนยันว่าทางตำรวจจะดำเนินการใน 3 เหตุการณ์นี้เป็นหลัก พร้อมรับคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด

เมื่อถามว่าจากการตรวจสอบจุดเป้าหมายนี้พบความผิดปกติ หรือเจอในส่วนของการผสมน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผิดปกติหรือไม่ พลตำรวจเอกสำราญ ตอบว่า “จุดที่น่าสนใจ คือ จ.สมุทรสาคร แต่ผลจะออกมาเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบ โดยกรมธุรกิจพลังงานอธิบายได้ดีกว่า”

ด้ายนายวุฒิทัต เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบคลังและโรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่ระยอง พบว่า คลังน้ำมันแห่งหนึ่งเคยขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แต่ได้ยกเลิกการจดทะเบียนไปตั้งแต่ปี 2561–2562 ทำให้ไม่อยู่ในระบบการกำกับตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่พบว่ามีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงทดแทนอุตสาหกรรม ซึ่งเข้าข่าย “การค้า” ตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เงื่อนไขการเป็นผู้ค้าตามมาตรา 10 ต้องมีปริมาณการค้าต่อปีเกิน 36 ล้านลิตร หรือหากมีสถานที่เก็บน้ำมันที่มีความจุเกิน 200,000 ลิตร ก็ต้องจดทะเบียนเช่นกัน ขณะที่สถานที่ดังกล่าวได้รับใบอนุญาตเป็นคลังน้ำมันที่มีความจุรวมเกิน 500,000 ลิตร ตามพ.ร.บ.ควบคุม จึงเข้าข่ายต้องจดทะเบียนเป็นผู้ค้าตามมาตรา 10 หากมีการผลิตและจำหน่ายจริง อาจมีความผิดฐานประกอบกิจการค้าโดยไม่ขึ้นทะเบียน

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการรับจ้างขนส่งน้ำมัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ขนส่งตามมาตรา 12 โดยกรมธุรกิจพลังงานจะตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริงเชิงลึกอีกครั้ง

ส่วนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 และประกอบกิจการโรงกลั่นขนาดเล็ก ผลิตน้ำมันดีเซลเป็นหลัก จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้เรียกเอกสารใบกำกับการขนส่ง รวมถึงข้อมูลการรับ–จ่ายน้ำมัน เพื่อนำมาตรวจสอบความสอดคล้อง พร้อมทั้งขอข้อมูลการเข้า–ออกของรถบรรทุก และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์กักตุนหรือประวิงการจำหน่ายหรือไม่

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบความผิดซึ่งหน้าในหลายประเด็น ได้แก่ การเปิดสถานีบริการน้ำมันภายในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต มีถังเก็บดีเซลขนาด 40,000 ลิตรเชื่อมต่อหัวจ่าย แต่ไม่ได้ขออนุญาตตามกฎหมายควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าข่ายความผิดฐานประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกัน แม้จะเป็นผู้ค้าตามมาตรา 10 แต่ไม่ได้แจ้งเพิ่มเติมว่ามีการเปิดสถานีบริการน้ำมัน เข้าข่ายผิดตามมาตรา 14

อีกทั้งยังพบการใช้งานถังเก็บน้ำมันไม่ตรงตามที่แจ้งไว้ โดยถังหมายเลข T12 แจ้งว่าใช้เก็บน้ำมันดิบ แต่กลับนำมาเก็บน้ำมันดีเซลโดยไม่แจ้งเปลี่ยนแปลง เข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำมัน ทั้งน้ำมันดีเซลพื้นฐานและน้ำมัน B7 เพื่อตรวจสอบคุณภาพ โดยคาดว่าผลตรวจจะแล้วเสร็จภายใน 3–4 วัน

ทั้งนี้เบื้องต้น กรมธุรกิจพลังงานจะนำข้อมูลทั้งหมดไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย และสร้างความชัดเจนต่อข้อสงสัยเรื่องการกักตุนหรือการประวิงการจำหน่ายน้ำมันต่อไป

ส่วนพ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวด้วยว่า วันนี้ได้ร่วมลงพื้นที่ปฎิบัติตามเป้าหมายที่ได้รับข้อมูลจากการสืบสวนของทีมตำรวจ โดยในการลงพื้นที่มีข้อสังเกต คือ ประเด็นที่ 1 ในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งพบว่า รถน้ำมันไม่ได้เข้าปั๊ม และมีการติดว่าน้ำมันหมด หรือประเด็นที่ 2 ที่จังหวัดปทุมธานี ที่เราดูจากการจ่ายไฟ ซึ่งพบว่าสอดคล้องกับปริมาณน้ำมัน คือในช่วงที่ไม่ได้ใช้ไฟเป็นช่วงที่ไม่ได้ขายน้ำมัน และในช่วงที่ใช้ไฟมากผิดปกติก็สอดคล้องกับราคาน้ำมันที่ขึ้น และมีการจำหน่ายน้ำมัน

สำหรับ กลุ่มที่ 3 คือระหว่าง 15 ถึง 17 มีนาคม ที่จังหวัดสมุทรสาคร พบว่า ปั๊มไม่มีน้ำมัน แต่มีน้ำมันที่ออกจากคลัง แต่ไม่ได้ไปส่งที่ปั๊ม ซึ่งทั้ง 3 กรณีก็อาจเข้าข่ายว่าด้วยเรื่อง พ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการ นอกเหนือจากความผิดของกรมพลังงาน โดยทาง พ.ร.บ. ห้ามกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจ ดำเนินการใดๆ จงใจที่จะทำให้ราคาต่ำเกินสมควรหรือสูงเกินสมควร เราก็ต้องไล่ดูว่า ในช่วงไหนที่เก็บน้ำมันไว้ มีช่วงไหนที่ราคาน้ำมันต่ำและรอให้ราคาน้ำมันขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทุกวิธีการ จะได้นำเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ ได้พิจารณาดูว่า จะมีการลงมติให้ครอบคลุมถึงคดีไหนบ้าง ซึ่งทุกคดีที่จะทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน คือการที่พี่น้องประชาชนไม่มีน้ำมันใช้เป็นหลัก

สำหรับคดีพิเศษที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมัน ซึ่งพบว่ามีความผิดในหลายคดี จะเสนอบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ให้เป็นคดีพิเศษอย่างไร นั้น พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า พรุ่งนี้ที่จะมีการขอมติ กพค. เราจะใช้เป็นห้วงเวลาในช่วงที่เกิดวิกฤต ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมเป็นต้นไป

Advertisement

แชร์
รมว.ยุติธรรมแถลงพบ4เคสขนส่งน้ำมันผิดปกติ จ่อชงDSIรับคดีพิเศษพรุ่งนี้