
จากกรณี นายชัยชนะ เดชเตโช กรรมาธิการ การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้นำภาพถ่ายซึ่งเป็นร้านอาหารประเภทยำแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี มาโชว์กับสื่อมวลชน ก่อนอ้างอิงถึงข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน จังหวัดกำแพงเพชรซึ่งถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีหนึ่ง เพื่อส่งต่อไปอีกบัญชีหนึ่ง และมีข้อมูลทางลัดทราบว่าร้านดังกล่าวได้จดทะเบียนบริษัท 100,000 บาท แต่กลับมีเงินหมุนเวียนในบัญชีสูงถึง 300- 400 ล้านบาท ขณะที่นายชัยชนะฯ เตรียมส่งข้อมูล ร้านยำจังหวัดปทุมธานีให้คณะกรรมาธิการการฟอกเงินตรวจสอบหาข้อเท็จจริงคาดว่ามีความเกี่ยวโยงกับพนันออนไลน์-สแกมเมอร์
เมื่อเวลา 16:00 น. วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง รรท.ผกก.สภ.คลองหลวง นำโดย ร.ต.ท.ธนกร โมรา รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลองหลวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. คลองหลวง ได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ. คลองหลวง เข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 99/274 หมู่ 2 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทยำ ลักษณะเป็นบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้น บริเวณด้านหน้าบ้านเปิดเป็นร้านขายอาหารตามสั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจพบ น.ส.ศวรรย์ยา แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 271/2569 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ให้น.ส.ศวรรย์ยาฯ ดู เพื่อทราบถึงวัตถุประสงค์และเหตุแห่งการตรวจค้น และพบว่าบ้านเลขที่ดังกล่าวได้จดทะเบียนนิติบุคคล เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 นิติบุคคลหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับการ ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ ขาย
ร.ต.ท.ธนกร โมรา รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลองหลวง กล่าวเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามเบื้องต้น น.ส.ศวรรย์ยาฯ แจ้งกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจว่า น.ส.ชญานันท์ ผู้ซึ่งมีรายชื่อเป็นกรรมการของนิติบุคคล บริษัทยำนั้น มีสถานะเป็น บุตรสาวของลูกพี่ลูกน้องน.ส.ศวรรย์ยาฯ โดยเมื่อช่วงประมาณปี 10 ปีที่แล้ว น.ส.ชญานันท์ฯ ได้มาอาศัยพักอยู่กินที่บ้านของน.ส.ศวรรย์ยาฯ โดยมีน.ส.ศวรรย์ยาฯ เป็นผู้ปกครองเลี้ยงดูเรื่อยมาเนื่องจาก บิดาและมารดาของน.ส.ชญานันท์ฯ พักอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัด จนถึงช่วงที่น.ส.ชญานันท์ฯ จบการศึกษาระดับปริญญาต รีจึงได้ย้ายออกไปพักอาศัยที่อื่น โดยได้มีการสนทนากันเรื่อยมา ซึ่งไม่ได้ย้ายออกจากทะเบียนบ้านเลขที่ดังกล่าว จนต่อมาช่วงต้นเดือนมีนา 2569 น.ส.ชญานันท์ฯ ได้ติดต่อทักเข้ามาหา น.ส.ศวรรย์ยาฯ และได้ปรึกษาว่าจะทำการเปิดร้านขายยำผ่านช่องทางออนไลน์ และได้ขอที่อยู่พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านไป เพื่อจดทะเบียนนิติบุคคลขายอาหารต่อไป
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ. คลองหลวง สอบสวนเบื้องต้นบุคคลภายในบ้านหลังดังกล่าวให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับ นางสาวชยานันท์ ฯ และไม่ทราบเกี่ยวกับการเงิน 400 ล้านบาทแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ได้เชิญตัวเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวพร้อมทั้งสมาชิกภายในบ้านรวมทั้งหมด 4 คนไปสอบสวนและให้ปากคำ เพื่อ ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงรวมถึง เอกสารทั้งหมดของบริษัทและบัญชีการเงินของสมาชิกภายในบ้านหลังดังกล่าวด้วย
Advertisement