
จากกรณีที่การประชุมสภาฯ วานนี้ (2 เม.ย. 2569) เกิดเหตุชุลมุนขึ้น เมื่อ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ปรี่ชาร์จ นายคริส โปตะนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ กลางห้องประชุม หลังโดนแซะ "สส.ส้ม" ใช้ ChatGPT เขียนอภิปรายแล้วท่องไม่ได้ สส.บางคนแค่สามล้อถูกหวย โดย นายคริส อ้างฝั่งนั้นยกพวกมากัน 10 คน ชี้หน้าหลายรอบ จับแขน พร้อมขู่ระวังตัวให้ดี เตรียมยื่นฟันจริยธรรมยกก๊วน
ในขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ ออกมายืนยันว่า เดินไปเพื่อเคลียร์ เป็นเรื่องปกติของวิป พร้อมปฏิเสธไม่ได้ข่มขู่ พร้อมชี้แจงว่าภาพวุ่นวายที่ออกมานั้น เกิดจากอีกฝ่ายโวยวายเกินเหตุ
ล่าสุด (3 เม.ย. 2569) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กว่า "เมื่อเจอผู้เล่นเกเรตามประกบ คอยยั่วยุ เพื่อหวังให้เราน้อตหลุดทำฟาล์วแล้วรับใบแดง"
โดยบอกว่า เกมในสภา และงานการเมือง บางทีมันก็คล้ายๆ กับเกมฟุตบอล เวลาที่ถูกฝ่ายตรงข้ามคอยประกบตอดไม่เลิก มีลูกตุกติกตลอด เวลาประกบตัวประกบก็จะคอยพูดเหยียดหยามยั่วยุอยู่นั่น เป็นแท็คติกที่คู่แข่งตั้งใจใช้เพื่อทำลายสมาธิ และหวังให้ผู้ดล่นตัวสำคัญของทีมเรา หมดความอดทน จนไปทำฟาล์วรุนแรงจนต้องใบแดงออกจากสนาม ดังนั้นหากรับมือกับการยั่วยุผิดวิธี เกมจะเสียหายทันที
ทางออกจึงไม่ใช่แค่ "อดทน" แต่ต้องปรับแท็กติกของทีมอย่างมีระบบ
ประการแรก ต้องเปลี่ยนบทบาทของผู้เล่นตัวหลัก จาก "ตัวทำเกม" เป็น "ตัวหลอก" เพื่อเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมเล่นแทน วิธีนี้จะทำให้การประกบสูญเปล่า และกลายเป็นข้อได้เปรียบของทีมเรา งานการเมืองก็เหมือนกันครับ เป็นเวลาที่ผู้เล่นคนอื่นๆ ต้องช่วยกันระดมทำงานที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ในประเด็นต่างๆ ให้มีผลงานที่ชัดเจน พอได้ส่องประตูจะๆ สัก 2-3 ครั้ง หรือถ้าดีที่สุดคือทำประตูได้ ผลงานจะเป็นการเอาคืนที่ดีที่สุด
ประการต่อมา ควรลดการครองบอลของผู้เล่นที่ถูกยั่ว โดยใช้การเล่นแบบน้อยจังหวะ พร้อมมีตัวสนับสนุนใกล้ตัวตลอดเวลา เพื่อตัดโอกาสการปะทะ และลดความเสี่ยงในการตอบโต้ทางอารมณ์ ในทางการเมือง ก็คือ อย่าไปสนใจ สส. ฝ่ายตรงข้ามที่คอยยั่วยุ หรือเอาแต่จับผิด แล้วมาพูดจาดูถูกครับ ทำงานของเราไป ถ้าจำเป็นต้องชี้แจง ก็ให้อีกคนช่วยชี้แจงด้วยเหตุด้วยความสุภาพ อย่างมีวุฒิภาวะ การปะทะก็จะไม่เกิดครับ
นอกจากนี้ การเปลี่ยนจุดโจมตีเป็นอีกหัวใจสำคัญ หากคู่แข่งล็อกเป้าผู้เล่นคนหนึ่ง ทีมควรสลับฝั่งหรือเปลี่ยนรูปแบบการเข้าทำอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้การประกบกลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ ในงานการเมืองก็คือ ลงไปลุยทำงานในวาระต่างๆ อย่างตอนนี้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งทะยานไปที่ 47.74 บาทต่อลิตรแล้ว ซึ่งผลกระทบมันเกิดขึ้นในหลายมิติมากๆ ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ผมคิดว่า สส. ควรลงไปในพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลปัญหาในวงกว้างทั้งต้นทุนการผลิตของโรงงาน การขาดแคลนวัตถุดิบ ความดิ้นรนของ SME การขาดแคลนเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล ปัญหาเรื่องราคาปุ๋ยของเกษตรกร ภาระที่หนักอึ้งของบริษัทขนส่ง ฯลฯ
ให้เขาตามประกบด่าไปครับ อย่าไปเอาหัวโหม่งแล้วรับใบแดง เปลี่ยนแกนในการบุก แล้วพยายามจบสกอร์ให้ได้ เอาเป็นว่าถ้ายิงประตูขึ้นนำได้เมื่อไหร่ เดี๋ยวเจ้าผู้เล่นที่รับงานให้มายั่วยุ มันจะพูดอะไรไม่ออก
"ได้เวลาเปิดเกมรุกที่หลากหลาย ตั้งใจทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ เดี๋ยวบรรยากาศในสภาที่ Toxic ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นมาเองครับ"
Advertisement