
วันที่ 13 ก.ค. 69 นาย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ “ป้อม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังทราบว่ามีรายชื่อเป็นหนึ่งในผู้ถูกออกหมายจับในคดีที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน Forex โดยระบุว่า เพิ่งทราบเรื่องในช่วงบ่ายของวันนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ติดตามข่าวและทราบกระแสว่าจะมีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว
นายภาวุธ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูล และมีการนัดหมายว่าจะกลับมานำเอกสารเพิ่มเติมมาชี้แจง จึงตัดสินใจเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ทันทีที่ทราบว่ามีชื่อของตนเองอยู่ในหมายจับ เพื่อยืนยันว่าไม่มีเจตนาหลบหนี และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ปัจจุบันตนยังปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามปกติ มีภารกิจประชุมคณะกรรมาธิการหลายคณะ รวมถึงทำหน้าที่ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการปฏิรูปกฎหมาย และขับเคลื่อนโครงการ Open Commerce Network (OCN) ซึ่งเป็นโครงการที่ตนมีส่วนริเริ่ม จึงเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะหลบหนี พร้อมย้ำว่าจะให้ข้อมูลทุกประเด็นที่เจ้าหน้าที่ต้องการ
เมื่อถูกถามถึงการออกหมายจับ ทั้งที่เคยเข้าพบพนักงานสอบสวนมาโดยตลอด นายภาวุธ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจ เพราะที่ผ่านมาได้แสดงความบริสุทธิ์ใจและเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีตำแหน่งหน้าที่ที่ชัดเจน จึงไม่เข้าใจเหตุผลของการออกหมายจับ ซึ่งโดยความเข้าใจของตนมักใช้กับบุคคลที่มีพฤติการณ์เสี่ยงจะหลบหนี
สำหรับประเด็นที่ก่อนหน้านี้โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตว่าคดีดังกล่าวอาจมีการใช้อำนาจเกินสมควร นายภาวุธ ชี้แจงว่า เป็นเพียงการตั้งคำถาม เนื่องจากเห็นว่าคดีนี้มีความรวดเร็วผิดปกติ เมื่อเทียบกับคดีอื่น ๆ ที่ยังต้องใช้เวลาสอบสวน อีกทั้งเมื่อพิจารณาข่าวที่เผยแพร่ พบว่าชื่อของตนถูกนำเสนอเป็นหลัก ทั้งที่คดีมีผู้ต้องหาหลายราย จึงตั้งข้อสังเกตว่าทำไมกรณีดังกล่าวจึงเกิดขึ้นกับตน และเหตุใดคดีอื่นจึงดำเนินการล่าช้ากว่า พร้อมระบุว่า มี ส.ส.ของพรรคประชาชนบางส่วนตั้งข้อสังเกตในประเด็นดังกล่าวเช่นกัน
ส่วนจะเป็นเกมการเมืองหรือไม่ ยังไม่สามารถยืนยันได้ เพราะไม่มีหลักฐาน แต่ก็เป็นข้อสงสัยที่เชื่อว่าหลายฝ่ายในสังคมกำลังตั้งคำถาม ขอย้ำว่าตนไม่ได้เป็นผู้ให้บริการ Forex ไม่ได้เป็น IB หรือเป็นชักชวนบุคคลใดมาลงทุน และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงประชาชน จึงไม่เข้าใจเหตุผลที่ตนกลายเป็นผู้ต้องหาและถูกมองว่าเป็นเป้าหมายหลักของคดี
กรณีที่มีรายงานข่าวอ้างว่าพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงสูงถึงกว่า 800 ล้านบาท นายภาวุธกล่าวว่า รู้สึกตกใจ เพราะไม่เคยมีเงินจำนวนดังกล่าวผ่านบัญชีของตน ส่วนตัวเลข 28 ล้านบาทที่เคยถูกกล่าวถึงก่อนหน้านี้ ได้ชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าเงินทั้งหมดมีที่มาที่ไปชัดเจนและไม่ใช่เงินผิดกฎหมาย แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี พร้อมยืนยันว่าไม่มีเส้นทางการเงิน 800 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว และจะขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่มาของข้อมูลดังกล่าว
นายภาวุธยังเปิดเผยว่า การนำเอกสารมาชี้แจงครั้งนี้เป็นการเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ โดยเฉพาะรายการเดินบัญชีทุกบัญชีของตน ซึ่งมีจำนวนมากและมีรายละเอียดค่อนข้างมาก จึงต้องใช้เวลาในการรวบรวมเอกสารให้ครบถ้วน
สำหรับประเด็นการซื้อขายทองคำ นายภาวุธระบุว่า ตนซื้อขายผ่านบริษัท QRS เป็นหลัก และไม่ได้รู้จักหรือเกี่ยวข้องกับโบรกเกอร์หรือ IB รายอื่น พร้อมยืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์สามารถตรวจสอบที่มาได้ และได้ชี้แจงเส้นทางการเงินต่อพนักงานสอบสวนไปแล้วทั้งหมด รวมทั้งยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์หรือแชร์ลูกโซ่
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ DSI สอบปากคำผู้เสียหายแล้วกว่า 300 คน และมีการตั้งข้อสงสัยว่าตนอาจเป็นหัวหน้าขบวนการ นายภาวุธปฏิเสธทันที โดยยืนยันว่าไม่เคยชักชวนบุคคลใดมาลงทุน ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการ Forex และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหายของผู้เสียหาย เพราะตนเป็นเพียงผู้ลงทุนรายหนึ่งเท่านั้น
นายภาวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความเสียหายจากการลงทุนของตนเองเกิดจากการตัดสินใจซื้อขายของตน ไม่ได้โทษผู้ให้บริการ พร้อมมองว่าคดีนี้แตกต่างจากคดี Forex-3D เนื่องจากไม่ได้เป็นลักษณะของการแชร์ลูกโซ่ แต่เป็นการที่ผู้ลงทุนตัดสินใจเข้าลงทุนเองผ่านระบบซื้อขาย
ส่วนกรณีที่ DSI ขอศาลออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และอยู่ระหว่างพิจารณาความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน นายภาวุธยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำตามข้อกล่าวหา และพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อพนักงานสอบสวน
นายภาวุธ กล่าวด้วยว่า หากมีการควบคุมตัวหรือดำเนินการตามกฎหมาย ก็จะพิจารณาเรื่องการประกันตัวอีกครั้ง โดยย้ำว่าตนไม่มีพฤติการณ์หลบหนี เนื่องจากยังมีภารกิจด้านนิติบัญญัติและการประชุมคณะกรรมาธิการที่ต้องรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การเดินทางมาวันนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะได้รับหมายจับจากศาลใช่หรือไม่ นายภาวุธตอบว่า เป็นการเดินทางมาด้วยความสมัครใจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง พร้อมยอมรับว่ารู้สึกแปลกใจที่สถานะของตนเปลี่ยนจากผู้ให้ข้อมูลและผู้ต้องสงสัย กลายเป็นผู้ต้องหา
อย่างไรก็ตาม ภายหลังให้สัมภาษณ์ นายภาวุธเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่ต้องเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันดังกล่าว และให้เดินทางกลับได้ โดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผล ทำให้ตนรู้สึกแปลกใจ เนื่องจากตั้งใจเดินทางมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ข้อมูล พร้อมขอให้สื่อมวลชนที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นพยานว่า ตนเดินทางมาด้วยความสมัครใจและไม่มีเจตนาหลบหนี รวมทั้งยืนยันอีกครั้งว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับ DSI ในการดำเนินคดีทุกขั้นตอน
Advertisement