
วันที่ 13 ก.ค. 69 ที่ จ.ฉะเชิงเทรา จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ สส.ฉะเชิงเทรา และรองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีเด็กหญิงวัย 12 ปี ถูกพ่อแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศ ในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ทันทีที่ครอบครัวผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือ โดยไม่ปล่อยให้คดีเงียบหายแม้แต่วันเดียว
การขับเคลื่อนคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด จากการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง จ่าเอก ยศสิงห์ กับ นางปวีณา หงสกุล และ พ.ต.อ.บัณฑิต ธรรมอนันต์ ผกก.สภ.บางปะกง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้เป็นพ่อ ผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว เตรียมควบคุมตัวฝากขังต่อศาลในวันที่ 13 ก.ค. พร้อมคัดค้านการประกันตัวทุกกรณี เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหามีโอกาสเข้าใกล้เด็กหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้อีก
ไม่เพียงเดินหน้าด้านคดีเท่านั้น จ่าเอก ยศสิงห์ ยังผลักดันการเยียวยาผู้เสียหายแบบครบวงจร โดยประสาน น.ส.จิพาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา (ผอ.สชง.) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, น.ส.เบญญาภา ทองสัมฤทธิ์ ยุติธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา, นางปิยะนาถ พูลพิพัฒน์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา (พมจ.) และนายภาณุพล ทองดี หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อดูแลสิทธิการรับเงินเยียวยา ฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็ก และช่วยเหลือครอบครัวอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
จ่าเอก ยศสิงห์ กล่าวอย่างหนักแน่นว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะเทือนใจคนทั้งสังคม เพราะอันตรายเกิดจากบุคคลที่เด็กควรไว้วางใจมากที่สุด
"บ้านควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็ก เพราะบ้านคือจุดเริ่มต้นของทุกชีวิต เป็นที่แรกที่เด็กควรได้เรียนรู้ความรัก ความอบอุ่น และความไว้วางใจ ไม่ใช่สถานที่ที่ทำให้เด็กต้องหวาดกลัว"
"ความปลอดภัยในบ้านไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่สังคมจะมองข้ามได้ เมื่อใดที่เด็กถูกทำร้าย เราทุกคนมีหน้าที่ต้องช่วยกันหยุดความรุนแรง อย่าเพิกเฉยต่อสัญญาณผิดปกติ และอย่าปล่อยให้คำว่า 'เรื่องในครอบครัว' กลายเป็นกำแพงปิดบังการกระทำผิดต่อเด็ก"
รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า จะเกาะติดทั้งกระบวนการทางคดีและการช่วยเหลือครอบครัวจนถึงที่สุด เพราะภารกิจไม่ได้จบเพียงการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ต้องทำให้เด็กกลับมารู้สึกปลอดภัย ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม และก้าวเดินต่อในชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนแนวทางการทำงานของพรรคกล้าธรรมที่ชัดเจน คือ "ทำจริง แก้จริง อยู่เคียงข้างประชาชน" ไม่ใช่การเมืองที่รอเพียงเสียงสะท้อน แต่เป็นการเมืองที่ลงมือทันทีเมื่อประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะเมื่อผู้เสียหายคือเด็กและผู้ที่อ่อนแอที่สุดในสังคม พรรคกล้าธรรมยืนยันว่าจะเป็นที่พึ่งที่ประชาชนไว้วางใจได้ในทุกวิกฤต
เพราะเด็กทุกคนสมควรเติบโตในบ้านที่มีความรัก และบ้านทุกหลังต้องเป็น "พื้นที่ปลอดภัย" ของคนในครอบครัว
Advertisement