Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ลูกสาวร้องอัยการสูงสุด คาใจพ่อถูกคนเมาชน แต่ตำรวจสั่งฟ้อง "ประมาทร่วม"

ลูกสาวร้องอัยการสูงสุด คาใจพ่อถูกคนเมาชน แต่ตำรวจสั่งฟ้อง "ประมาทร่วม"

22 มิ.ย. 69
12:36 น.
แชร์

ลูกสาวร้องอัยการสูงสุด คาใจพ่อถูกคนเมาข้ามเลนชนเจ็บหนัก แต่ตำรวจสั่งฟ้อง "ประมาทร่วม" อ้างแช่ขวา-ไม่เบรกก่อนชน3วินาที แฉคู่กรณีมีญาติเป็นบิ๊กพื้นที่ 

วันที่ 22 มิ.ย. 69 จากกรณีเฟซบุ๊กเพจ “สายไหมต้องรอด” ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.ศศิธร (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ ขอความเป็นธรรมให้แก่บิดาและแฟนสาวของบิดา ซึ่งประสบอุบัติเหตุ ถูกรถยนต์ของคู่กรณีที่อยู่ในอาการมึนเมาขับข้ามเลนมาชนสนั่น จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส แต่กลับถูกพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีชี้มูลความผิดว่าเป็น "การประมาทร่วมกันทั้งสองฝ่าย" จนสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ทางครอบครัวเป็นอย่างมาก 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 เวลาประมาณ 13.00 น. บนถนนเส้นท่าตะโก-นครสวรรค์ ในพื้นที่ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ โดยในวันเกิดเหตุ บิดาของน.ส.ศศิธรได้ขับรถยนต์เดินทางไปทำธุระในตัวเมืองนครสวรรค์ พร้อมกับแฟนสาว และอยู่ระหว่างการขับรถเดินทางกลับบ้านพักตามปกติ แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถของคู่กรณีได้เกิดเสียหลักปีนเกาะกลางถนน แล้วพุ่งข้ามเลนเข้ามาชนรถของบิดาอย่างรุนแรง ส่งผลให้คู่กรณีเสียชีวิตคาที่ในจุดเกิดเหตุ 

ขณะที่บิดาของ น.ส.ศศิธรได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกขาหักจนต้องพักรักษาตัวและทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องมานานหลายเดือน ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียเสาหลักในการทำมาหากินไป ส่วนแฟนสาวของบิดาที่นั่งมาด้วยกันได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ 

จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของคนขับคู่กรณีที่เสียชีวิตในเวลาต่อมา พบว่ามีปริมาณสูงถึง 290 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้มาก 

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุจะแสดงให้เห็นชัดเจนว่า รถของฝั่งคู่กรณีเป็นฝ่ายเสียหลักข้ามฝั่งมาพุ่งชนเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานกว่า 4 เดือน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.ท่าตะโก ได้สรุปสำนวนคดี โดยระบุว่า คดีนี้เป็นการประมาทร่วมกันของทั้งสองฝ่าย 

โดยทางตำรวจให้เหตุผลอ้างว่า บิดาของ น.ส.ศศิธรขับรถแช่ในเลนขวา ขับขี่โดยไม่มีความระมัดระวัง หรือสังเกตการณ์อย่างเพียงพอ จากการตรวจสอบพบว่าในช่วงเวลา 3 วินาทีก่อนเกิดการชน ไม่พบการแตะเบรก หรือหักหลบหลีก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุแต่อย่างใด พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่บิดาของเธอในฐานความผิดขับรถโดยประมาทจากการแช่เลนขวา 

ข้อสรุปดังกล่าวทำให้ทางครอบครัวของผู้เสียหายรู้สึกค้างคาใจ และมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการทำงานของตำรวจอย่างยิ่ง พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตเรื่องความโปร่งใส เนื่องจากทราบในภายหลังว่า ญาติของผู้เสียชีวิตฝ่ายคู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูงที่มีอิทธิพลในพื้นที่อ.ท่าตะโก ประกอบกับตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น ทางฝั่งคู่กรณีเคยเดินทางมาเยี่ยมอาการบาดเจ็บเพียงแค่ครั้งเดียว และเมื่อมีการเจรจาเรียกค่าเสียหายก็ไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้จนถึงปัจจุบันทางครอบครัวยังไม่ได้รับการชดเชยเยียวยาใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยความไม่มั่นใจในสำนวนการสอบสวนของตำรวจ ทางเพจสายไหมต้องรอดจึงได้นำตัว น.ส.ศศิธรเข้าฟ้องร้องและขอคำปรึกษาทางกฎหมายต่อสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย (สคช.) สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้ทางพนักงานอัยการช่วยตรวจสอบความถูกต้องและเป็นธรรมในการสรุปสำนวนของพนักงานสอบสวน ในประเด็น "ประมาท 3 วินาที" ดังกล่าว 

ด้าน นายนิรันด์ ยั่งยืน รองอธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เปิดเผยภายหลังรับเรื่องร้องเรียนว่า เบื้องต้นทางสำนักงานฯ ได้ให้คำแนะนำในเชิงข้อกฎหมายแก่ผู้ร้องเรียน พร้อมแนะนำให้เดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบโดยตรงอีกทางหนึ่งด้วย โดยในส่วนของ สคช. จะไม่มีการเข้าไปก้าวล่วงในรายละเอียดเชิงลึกของคดี แต่จะทำหน้าที่ส่งเรื่องประสานงานเพื่อกำชับไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ให้ตรวจสอบอย่างรัดกุม 

ทั้งนี้ปัจจุบันคดียังคงอยู่ในขั้นตอนที่พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง จึงขอให้ทางครอบครัวผู้เสียหายเชื่อมั่นว่าสำนักงานอัยการสูงสุดจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ เนื่องจากตามขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว หากพนักงานอัยการได้รับสำนวนมาและตรวจพบว่าการสอบสวนยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ก็จะสั่งตีกลับเพื่อให้พนักงานสอบสวนไปทำการสอบเคร่งครัดเพิ่มเติม หรือหากพิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ในคดีไม่เข้าข่ายความผิดตามที่ตำรวจแจ้งข้อหา พนักงานอัยการก็มีอำนาจที่จะสั่งไม่ฟ้องในข้อหาแช่ขวาประมาทร่วมนั้นได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องรอคอยให้ทางตำรวจส่งสำนวนคดีมาถึงมือก่อน จึงจะสามารถดำเนินการพิจารณาในขั้นต่อไปได้

Advertisement

แชร์
ลูกสาวร้องอัยการสูงสุด คาใจพ่อถูกคนเมาชน แต่ตำรวจสั่งฟ้อง "ประมาทร่วม"