
จากกรณีเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.20 น. เกิดเหตุผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้รถยนต์บรรทุกระเบิดแสวงเครื่องก่อเหตุบริเวณด้านหน้า สถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) บ้านเขาตันหยง หมู่ที่ 4 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้ จ่าสิบตำรวจ อภิสิทธิ์ อนุชาติ ผู้บังคับหมู่ (ป้องกันปราบปราม) สถานีตำรวจภูธรตันหยง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะที่อาคารสถานที่และทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย นั้น
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 และนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ร่วมอำนวยการเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามพฤติกรรมของคนร้าย ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา และให้เคลื่อนย้ายเก็บกวาดพื้นที่โดยรอบเพื่อกลับคืนสู่สภาพโดยเร็วนั้น
ล่าสุดพบว่าซากรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์คันดังกล่าว ถูกอนุภาพของระเบิดกระเด็นกระจัดกระจายเป็น 2 จุดใหญ่ คือ ที่บริเวณกำแพงรั้วของป้าย สภ.ตันหยง ที่ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ และที่บริเวณด้านขวามือของตัวอาคาร สภ.ตันหยงหลังเก่า และสร้างความเสียหายต่อตัวอาคาร กระจกหน้าต่างเกือบทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน กษ 1822 นครศรีธรรมราช ของ จ.ส.ต.อภิสิทธิ์ อนุชาติ 38 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.ตันหยง ที่จอดไว้หน้าอาคารด้านซ้ายมือ ห่างจากจุดคาร์บอมบ์ ประมาณ 10 ถึง 15 เมตร ถูกเพลิงไหม้และสะเก็ดของอนุภาพระเบิดได้รับความเสียหายทั้งคัน
นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า ระเบิดแสวงเครื่อง จำนวน 2 ลูก ที่คนร้ายนำมาซุกซ่อนในรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์ ได้ประกอบใส่ไว้ในภาชนะถังปิกนิค 1 ลูกน้ำหนักประมาณ 20 กก. และอีก 1 ลูก ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้ม หนักประมาณ 50 กก. รวม 2 ลูกหนัก 70 กก. ซึ่งคาดว่าต่อพวงจุดชนวนด้วยรีโมตฯ ที่ทำงานสมบูรณ์เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความพยายามในการตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม
ส่วนกรณีรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ตรวจสอบพบว่าเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิซิ รุ่นแลนด์เซอร์ ทะเบียน พค 4927 กทม. ที่คนร้ายได้ติดทะเบียนปลอม เจ้าของอาศัยอยู่นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่ได้มีการโอนลอยให้เจ้าของใหม่มาใช้ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ในระยะหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ทราบตัวบุคคลดังกล่าวแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่บ้านของภรรยา ในพื้นที่ ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส แต่ไม่พบตัวบุคคลดังกล่าว และจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลไปตรวจสอบบ้านพักซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของบุคคลดังกล่าว ในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี
และในช่วงคืนที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุ พล.ต.ท.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ได้สั่งเจ้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกจุดบนถนนที่มุงหน้าไปยัง สภ.ตันหยงหลังเก่า พบว่า คนร้ายจำนวน 2 คน ขับรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์ 1 คน และขี่รถ จยย. 1 คน ตามหลังรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์มาจากถนนแยกวงเวียน อบต.กะลุวอเหนือ เมื่อถึงบริเวณ 3 แยกได้ชะลอความเร็วรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์ เพื่อบังคับรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์ให้เลี้ยวขวา เมื่อเห็นว่ารถได้ไหลไปที่เป้าหมาย คนร้ายได้เปิดประตูรถยนต์เก๋งและกระโดดลงมาจากรถ แล้ววิ่งไปซ้อนท้ายรถ จยย.ที่คนร้ายอีกคนขี่ตามหลังมารับ ก่อนที่หัวหน้ากลุ่มระดับปฏิบัติการณ์ระเบิดขึ้นในเสี้ยววินาทีที่คนร้ายกำลังวิ่งไปซ้อนท้ายรถ จยย.ที่เพื่อนมารับหลบหนีไป โดยมุ่งหน้าไปเส้นทางข้าง สภ.ตันหยง ผ่านมัสยิด ที่สามารถไปยังพื้นที่ อ.ตากใบ
ซึ่งเหตุการณ์ที่คนร้ายได้ก่อเหตุลักษณะนี้ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ได้เกิดขึ้น 3 ครั้งแล้ว คือ 1. เมื่อวันที่ 29 กันยายน 67 ที่บริเวณหัวถนนปากซอยหน้าบ้านพักนายอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส 2.เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2568 บริเวณในที่ทำการอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ 3. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ที่บริเวณหน้าฐานปฏิบัติการณ์ ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ที่สร้างความเสียหายต่อสถานที่ราชการ และมุ่งสร้างความหวาดกลัวต่อเจ้าหน้าที่และประชาชน
ส่วนกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้คาดว่า เป็นกลุ่มระดับปฏิบัติการณ์ น่าจะเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น 3 ครั้งที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน ไปทำการตรวจสอบทางกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งชิ้นส่วนเศษซากของระเบิดที่เก็บรวบรวมได้ และซากเศษชิ้นส่วนของรถยนต์เก๋งคาร์บอมบ์ ที่คาดว่าน่าจะมีบางส่วนที่สามารถตรวจสอบพบคราบลายนิ้วมือแฝงและ ดีเอ็นเอ ที่คนร้ายเหลืออยู่
และล่าสุดในช่วงเช้าผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง พบว่า จุดเกิดเหตุได้ถูกเก็บกวาดเคลียร์พื้นที่โดยรอบ พร้อมเคลื่อนย้ายเศษซากชิ้นส่วนต่างๆ จนหมดเกลี้ยง รวมไปถึงใช้ผ้าสแลนกันแดดสีดำคลุมปกปิดสิ่งที่อุจาดตา และมีช่างกำลังซ่อมแซมส่วนที่เป็นรั้วกำแพง สภ.ตันหยง ที่ได้รับความเสียหายจากอนุภาพของระเบิด ให้คืนสู่สภาพปกติ
Advertisement