
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการการเมืองระหว่างประเทศอีกครั้ง หลังออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการของ Fox News เมื่อวันพฤษภาคมที่ 26 มีนาคม 2569 โดยอ้างว่าได้รับข้อมูลจากสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ว่า โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน แท้จริงแล้วเป็นเกย์
ในระหว่างการพูดคุยกับ เจสซี วัตเตอร์ส พิธีกรชื่อดัง ทรัมป์ถูกยิงคำถามโดยตรงว่า CIA ได้รายงานเรื่องรสนิยมทางเพศของผู้นำอิหร่านให้เขาทราบจริงหรือไม่
ซึ่งทรัมป์ตอบกลับว่า "พวกเขาก็บอกแบบนั้นนะ แต่ผมไม่รู้ว่ามีแค่พวกเครื่องกรองพวกนี้หรือเปล่า เพราะผมคิดว่าตอนนี้ใครๆ ก็พูดเรื่องนี้กันทั้งนั้น"
ทรัมป์ ยังกล่าวเสริมเชิงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ข้อมูลนี้ถือเป็นการ "เริ่มต้นที่ไม่สวยนัก" สำหรับโมจตาบา เนื่องจากในประเทศอิหร่าน รสนิยมทางเพศในลักษณะดังกล่าวถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายขั้นร้ายแรงตามหลักศาสนา และมีบทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต
รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า ข้อมูลนี้อาจถูกนำมาใช้เป็นอาวุธทางจิตวิทยาเพื่อทำลายความชอบธรรมของโมจตาบา ซึ่งเพิ่งก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งต่อจากบิดา (อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี) ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
มีการอ้างข้อมูลที่ ระบุว่า โมจตาบามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับครูฝึกส่วนตัวในวัยเด็ก และเคยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเจ้าหน้าที่ชายในช่วงที่เขาเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล
นับตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 โมจตาบายังไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนแม้แต่ครั้งเดียว โดยมีเพียงการส่งข้อความผ่านสื่อรัฐบาลเท่านั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับสภาพร่างกายและอำนาจการควบคุมประเทศที่แท้จริง
ทางด้านรัฐบาลเตหะราน ยังไม่มีการแถลงโต้ตอบอย่างเป็นทางการต่อคำกล่าวหาของทรัมป์ในครั้งนี้ แต่นักวิเคราะห์มองว่านี่คือส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ "Maximum Pressure" หรือการกดดันขั้นสูงสุดของสหรัฐฯ เพื่อสร้างความแตกแยกภายในกลุ่มชนชั้นนำของอิหร่าน ในขณะที่สงครามในตะวันออกกลางกำลังทวีความรุนแรง
Advertisement