
(19 มี.ค.) สำนักข่าวกาตาร์รายงานว่าซาอัด บิน เชริดา อัล-คาบี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการพลังงานของกาตาร์ เผยว่าเหตุโจมตีเมืองอุตสาหกรรม ราส ลัฟฟาน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หลักในกาตาร์ ได้ขัดขวางการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์ราวร้อยละ 17
สำนักข่าวฯ อ้างอิงอัล-คาบี กรรมการผู้จัดการและซีอีโอของกาตาร์ เอเนอร์จี (QatarEnergy) ผู้ให้บริการด้านพลังงานของกาตาร์ รายงานว่าเหตุโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่หน่วยแปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลว 2 หน่วย จากทั้งหมด 14 หน่วยของประเทศ รวมถึงโรงงานเปลี่ยนก๊าซเป็นของเหลว (GTL) อีก 1 ใน 2 แห่ง
อัล-คาบีเผยว่าความเสียหายดังกล่าวอาจส่งผลให้สูญเสียรายได้ต่อปีราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.54 แสนล้านบาท) และสร้างความเสี่ยงต่อการจัดส่งพลังงานไปยังยุโรปและเอเชีย ขณะที่งานซ่อมแซมอาจกระทบกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวราว 12.8 ล้านตันต่อปี เป็นระยะเวลา 3-5 ปี
เอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil) บริษัทพลังงานของสหรัฐฯ ถือหุ้นอยู่ในโรงงานที่ได้รับผลกระทบด้วย โดยถือหุ้นร้อยละ 34 ในหน่วยผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว เอส4 (LNG S4) และร้อยละ 30 ในหน่วยเอส6 (LNG S6)
นอกจากนี้ มีการประเมินว่าค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างหน่วยผลิตที่ได้รับความเสียหายนั้น คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.48 แสนล้านบาท)
เมื่อวันพุธ (18 มี.ค.) กาตาร์ เอเนอร์จี ยืนยันว่าเมืองอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน โดยได้มีการระดมทีมรับมือเหตุฉุกเฉินเพื่อควบคุมไฟ
Advertisement