
วันที่ 2 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ในมุมมองด้านการพาณิชย์ ผลกระทบยังอยู่ในวงที่จำกัด ประเมินว่าสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นจากการค้าขาย ทั้งนำเข้าและส่งออกยังเป็นปริมาณไม่มาก เช่น อิสราเอลมีสัดส่วนที่ร้อยละ 0.2 ของจำนวนการส่งออกทั้งหมดของประเทศ อิหร่านก็เป็นสัดส่วนร้อยละ 0.02 เพราะฉะนั้น ไม่ได้กระทบมากโดยตรงกับประเทศคู่ขัดแย้ง แต่สิ่งที่เราต้องพึงระวังคือภาพรวมโดยรวมของภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะตลาดของตะวันออกกลางก็ยังมีมูลค่าของการที่เราค้าขายระหว่างการอยู่ประมาณ 4-5% ถือว่าไม่มากนัก สิ่งที่ต้องระวังอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นผลกระทบทางอ้อม คือการพาณิชย์กับภูมิภาคอื่น เพราะอาจจะกระทบเรื่องของการขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของยุโรป ซึ่งอาจจะมีประเด็นที่ต้องระวังเพิ่มเติมมากขึ้น ระยะทางที่ต้องอ้อมในจุดที่มีการปิดการขนส่ง เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้องเฝ้าระวังต่อไป กระทรวงพาณิชย์เองจะมีมาตรการหลักใหญ่อยู่ประมาณ 6 มาตรการ
เรื่องแรก ต้องดูแลการบริหารจัดการราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ ไม่ให้มีการเสียโอกาสในการขึ้นราคาที่ไม่ถูกต้องสอดคล้องกับต้นทุน
เรื่องที่สอง คือต้องจัดหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตสำรอง เพราะเรามีวัตถุดิบและสิ่งที่เราได้นำเข้า โดยเฉพาะเรื่องพลังงานที่มาจากบริเวณตะวันออกกลาง ดังนั้นต้อง ร่วมกับเอกชนในการหาแหล่งวัตถุดิบและสำรอง
เรื่องที่สามและสี่ คือเรื่องการตั้งศูนย์รับข้อชี้แนะและให้คำปรึกษา ซึ่งสามารถติดต่อได้ที่ 1169 ตลอดเวลา ทั้งเรื่องการขนส่ง การประสานงานกับผู้บริการขนส่งทางเรือ ซึ่งเป็นศูนย์ที่เราตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจในกิจกรรมนี้ อีกด้านหนึ่งคือเรื่องการบริหารการทำงานร่วมกันเชิงรุกกับทูตพาณิชย์ที่อยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มของประเทศที่มีผลกระทบโดยตรง ให้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดและให้รายงานรายงานสถานการณ์ทางการค้ามา เพื่อเราจะได้มีการจัดการได้อย่างถูกวิธี ต้องมีการช่วยกันวิเคราะห์เรื่องผลกระทบ อัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพร่วมกันกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ
ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่ามีความห่วงใยสถานการณ์ตะวันออกกลางในขณะนี้ ผลกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก รวมถึงเศรษฐกิจของโลก สิ่งที่เราต้องการ คือ เห็นการแก้ไขโดยสันติวิธี การเจรจาทางการทูต และอยากเห็นความสงบของประเทศในภูมิภาค ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของคนไทยในภูมิภาค โดยรวมนั้นมีประมาณ 100,000 กว่าคน ซึ่งมีแผนการดูแลเรื่องความปลอดภัย การช่วยเหลือคนไทยให้กลับมาประเทศไทย และการอพยพคนไทยจากสถานที่ต่างๆ โดยนายกรัฐมนตรีให้ความห่วงใยเป็นพิเศษที่ประเทศอิหร่าน เนื่องจากมีการโจมตีหนัก ไม่ว่าจะจากสหรัฐฯ หรืออิสราเอล โดยมีคนไทยอยู่ประมาณ 200- 300 คน ซึ่งมีการประสานอย่างใกล้ชิดกับคนไทยที่อยู่อิหร่าน ที่มีความประสงค์ให้สถานทูตและกระทรวงการจากต่างประเทศ อำนวยความสะดวกเดินทางกลับบ้าน ซึ่งตอนนี้มีประมาณ 40 กว่าคน แต่การเดินทางอาจลำบากเพราะต้องเดินทางทางบกมายังชายแดนประเทศตุรกี ซึ่งเรามีศูนย์ปฏิบัติการบริเวณชายแดนอิหร่าน - ตุรกี และมีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไปประจำการเพิ่มเติม หากเดินทางกลับจำนวนไม่มากสามารถจองที่นั่งสายการบินพาณิชย์ได้ แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถจัดเที่ยวบินพิเศษ ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ก็มีแผนการเตรียมพร้อมไว้แล้วเช่นเดียวกัน
Advertisement