
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 ก.พ. 69 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. 396 เขต เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 69 เป็นวันแรก จากนั้นระหว่างวันที่ 26-27 ก.พ. และ วันที่ 2-6 มี.ค. 69 ผู้ชนะการเลือกตั้งจากพรรคต่างๆ ทยอยไปรับเอกสารจากสำนักงานกกต. เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้เเทนราษฎรตามลำดับ โดย กกต.มีเวลา 60 วันตามกฎหมายในการรับรองผลการเลือกตั้งสส. การประกาศผลคะเเนน และจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เเต่กกต.ใช้เวลารับรองผลการเลือกตั้ง 17 วัน สำหรับ สส.เขต เเละสัปดาห์หน้าจะประกาศรับรองผล สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน
ทั้งนี้เเหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต.เเจ้งว่า ตามกฎหมายเเล้วเงื่อนเวลา 60 วันนั้น กกต.กำลังดำเนินการตรวจสอบผลการเลือกตั้ง การทุจริตเลือกตั้งทุกระดับใน 400 เขต อย่างโปร่งใส เเละถูกต้อง ก่อนจะประกาศอย่างเป็นทางการ ส่วนข้อสังเกตว่าทำไม กกต.ใช้เวลา 17 วัน รับรองผล 396 เขตนั้น ข้อเท็จจริงคือหากเขตเลือกตั้งนั้นๆ มีการทุจริตการเลือกตั้งประชาชน-ผู้สมัคร สส. สามารถเเจ้งเหตุทุจริตกับสำนักงานกกต.ได้ภายใน 30 วัน
“เเต่พบว่าหลังวันที่ 9 – 25 ก.พ. ในพื้นที่เหล่านี้ไม่มีการร้องเรียนเเจ้งเหตุทุจริตมาที่สำนักงาน กกต. เเม้เเต่เขตที่พรรคประชาชนเเพ้การเลือกตั้งในเขตเหล่านั้นก็ตาม ดังนั้นสำนักงาน กกต.จึงประกาศรับรองเลือกตั้งในเขตเหล่านี้ เเละกฎหมายยังให้อำนาจ กกต.ในการตรวจสอบการทุจริตในเวลาหนึ่งปี”
เเหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต.กล่าวว่า ส่วนการที่ภาคประชาสังคม นักวิชาการ นักการเมืองบางพรรค อดีตกกต. เอ็นจีโอ ตั้งข้อสังเกตว่าบัตรลงคะเเนนเลือกตั้ง สส.สองระบบที่มีคิวอาร์ โค้ด-บาร์โค้ด อาจตรวจสอบได้ว่าการลงคะเเนนไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญ เเละมีการฟ้องร้องสำนักงาน กกต.จำนวนมากต่อหลายหน่วยงานนั้น น่าสังเกตว่า การร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ของกกต.-กปน.ประจำหน่วยเลือกตั้งนั้น ตามกฎหมายเเล้วทุกฝ่ายร้องเรียนมาที่สำนักงานกกต.ได้หากพบสิ่งผิดปกติ เเต่พบว่าภาคส่วนต่างๆ มีการร้องเรียนฟ้องดำเนินคดีสำนักงานกกต.ในกระบวนการยุติธรรมไปเเล้วนั้น ดังนั้นสำนักงาน กกต.จะใช้สิทธิ์ทางกฎหมายชี้เเจงข้อกล่าวหาในกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนทุกประการ
เเหล่งข่าวกล่าวว่า น่าสังเกตว่า พรรคต่างๆ ที่เคลื่อนไหวในตอนนี้ เช่น พรรคประชาชน พรรคไทยสร้างไทยนั้น ต้องติดตามว่า ผู้สมัคร สส.ของพรรคเหล่านี้จะไปรับเอกสารจาก กกต.เเละไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้เเทนราษฎรหรือไม่ เพราะพรรคเหล่านี้คัดค้านผลการเลือกตั้งว่าไม่โปร่งใส เเต่หากผู้ชนะการเลือกตั้งของพรรคเหล่านี้ไปรับเอกสารจาก กกต. เเละไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้เเทนราษฎรนั้นเท่ากับว่ายอมรับผลการเลือกตั้งโดยปริยาย เเละอาจย้อนเเย้งกับข้อเรียกร้อง คำฟ้องร้องที่พรรคต้นสังกัดได้ดำเนินการไปเเล้วหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น่าสังเกตว่าบัตรลงคะเเนนประชามติเเก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่มีคิวอาร์ โค้ด-บาร์โค้ดนั้น ไม่มีการเรียกร้องให้ตรวจสอบ เพราะผลปรากฏว่าประชาชนเห็นชอบให้มีการเเก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่การทำประชามติกระทำพร้อมการลงคะเเนนเลือกตั้ง สส.สองระบบ
เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต.เเจ้งว่า ส่วนกรณีวันที่ 25 ก.พ. 69 คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เเละคณะ จัดประชุม เพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 2569 ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเพื่อตรวจสอบ การทุจริตการเลือกตั้ง การตรวจสอบ กกต.ข้อเสนอ และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปองค์กรอิสระ โดยนาย สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 มี.ค. 69 เวลา 13.30 น. จะสาธิตการเลือกตั้งจำลอง โดยใช้บัตรเลือกตั้งจำลอง ซึ่งจะมีรูปร่างคล้ายบัตรเลือกตั้งของ กกต. จากนั้นจะตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงตัวแทนนักเรียน นักศึกษา เพื่อถอดรหัสว่าบัตรเลือกตั้งแต่ละใบเป็นของใครนั้น
เเหล่งข่าวรายเดิม กล่าวว่า น่าพิจารณาว่า บัตรเลือกตั้งจำลองนั้น นำรูปแบบมาจากไหน เเละตรงตามคุณลักษณะบัตรเลือกตั้งที่ กกต. นำมาใช้หรือไม่ เเละทราบรายละเอียดขั้นตอนการสืบค้นว่าประชาชนลงคะเเนนให้ใคร พรรคใด อย่าลืมว่าบัตรเลือกตั้งคือ ทรัพย์เเละเป็นเอกสารทางราชการที่เป็นความลับ หากมีการจำลองขึ้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจผิดกฎหมายได้ว่าปลอม เเละใช้เอกสารทางราชการปลอม เเละขั้นตอนการสืบค้นที่จะจำลองนั้นจะตรงกับหลักเกณฑ์ที่ กกต.วางไว้หรือไม่ หากพิสูจน์ได้ว่าการจำลองดังกล่าวไม่มีข้อมูลและหลักฐาน กล่าวอ้างลอยๆ โดยตั้งสมมติฐานขึ้นเองตรงนี้ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายมาตรา
Advertisement