
นายภัทรพงศ์ ศุภอักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการเพื่อยื่นหนังสือ รวบรวมหลักฐานถึงกกต. เนื่องจากเห็นว่าการเลือกตั้ง สมาชิกผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้นเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุด และสมควรที่กกต. จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 และเป็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่พร้อมให้กกต. ประกาศว่าการเลือกตั้งครั้งนี้นี้เป็นโมฆะจะต้องมีการการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศพร้อมกัน
ซึ่งประชาชนประจักษ์ด้วยสายตาตัวเองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งที่สกปรกที่สุด สวนทางกับงบประมาณที่กกต. ใช้ทุกคนต้องการการเลือกตั้งที่สุจริตเป็นไปตามเจตจำนงของพี่น้องประชาชนแต่ในครั้งนี้มันสวนทาง เรากลับได้การเลือกตั้งที่สกปรก
และตนเองได้ลงพื้นที่ทั้งจังหวัดชลบุรี และกำลังจะเดินทางไปที่จังหวัดมหาสารคาม รวมถึงจังหวัดอื่นๆ แต่ทาง 7 กกต. และนายแสวงไม่เคยลงไปเผชิญสืบข้อเท็จจริงนั่งอยู่แต่ในสำนักงาน ซึ่งตอนที่ตนเองเดินทางไปจังหวัดชลบุรีเพื่อทักทายนายชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. แต่กลายเป็นว่า กกต. กลับส่งคนใบ้ไปในพื้นที่ไม่ได้ประโยชน์อะไร สถานการณ์แบบนี้เหมือนน้ำผึ้งหยดเดียว ต้องทำอะไรสักอย่าง ต้องพยายามสื่อสารแต่นายชนินทร์กลับบอกว่า “ถ้าเปิดสิ จะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว” ตนจึงตั้งคำถามในประโยคนี้ว่าหมายถึงอะไรหมายถึงว่าความลับของ กกต. จะแตกหรือไม่
พร้อมบอกว่าการเลือกตั้งจะต้องสุจริตและเที่ยงธรรมซึ่งเป็นหน้าที่ของกกต. แต่ในวันนี้กกต. ทำหน้าที่นั้นไม่ได้เพราะฉะนั้นต้องถือว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ถือว่าเป็นโมฆะ สำหรับบริบททางการเมืองทั่วประเทศขณะนี้ ทุกพรรคการเมืองมีหน้าที่ต้องส่งเสริมประชาธิปไตยแต่ก็แปลกมีพรรคบางการเมืองบางพรรค เห็นรับรู้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้นบางพรรคการเมืองดันเปลี่ยนโลโก้พรรคเอาพรรคสีน้ำเงินมาใส่สังคมจะเอาว่าพวกคุณกระจอก
จึงต้องมาเรียกร้องด้วยกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ควรเป็นโมฆะ วันนี้มองว่ายังไม่สาย และเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองออกมาเรียกร้องให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นโมฆะ และขอประกาศตรงนี้ว่าตนจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับกกต. 7 คนในฐานะที่ตนมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตนเป็นหนึ่งในคนที่ออกเสียง เสียงของตัวเองมีค่าอยากเรียกร้องให้คนไทยทั้งประเทศออกมาร่วมลงชื่อเอาผิดกับ กกต. ให้กกต.ทั้ง 7 คนรวมถึงนายแสวงไปติดคุกให้ได้ พร้อมบอกว่ากรณีของคะแนนพรรคเพื่อไทยคะแนนมันต่ำในระดับที่เท่ากันตนเชื่อว่าน่าจะมีกลไกทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้ามาดีดตัวเลขได้เอง จึงตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมแบบนี้มันคล้ายกับระบบสแกมเมอร์เข้ามาช่วย
ทนายอั๋น บอกว่าเมื่อวานนี้ที่ลงพื้นที่ จังหวัดชลบุรี พบว่ามีบัตรลงคะแนนทิ้งเกลื่อนกลาดในขยะและพบว่า กระดานที่มีการเขียนคะแนนมีการจำลองไว้แต่ยังไม่มีการกรอกคะแนน จึงตั้งข้อสังเกตว่าทำโดยบ้านหลังใหญ่ที่จังหวัดชลบุรีหรือไม่ ยืนยันว่าทุกอย่างตนได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานหมดแล้ว
พร้อมฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่ได้มีการไปแสดงความคิดเห็นในเพจข่าวตนเชื่อว่าการเป็นผู้นำประเทศควรเป็น ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนนิสิตนักศึกษารณรงค์อ่านหนังสือให้ครบถ้วนความ ซึ่งตนเขียนทุกอย่างไว้อย่างครบถ้วนพร้อมบอกว่า ผู้สมัครสส. ในจังหวัดบุรีรัมย์จะต้องไปสาบานที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งตนได้โพสต์ย้ำถึง 3 ครั้งจึงฝากถามนายกว่าทำไมไม่อ่านให้ครบเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนไม่ใช่อ่านแค่สองบรรทัดแล้วตัดจบ แต่การท้ากันไปกันมาไม่ใช่วิสัยของตนเอง ทนายอั๋น บอกว่า ตนได้เสนอไปแล้วแต่เขาไม่สนอง
ส่วนกรณีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น บอกว่าถ้าหากนับคะแนนใหม่แล้วคะแนนเท่าเดิมใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ทนายอั๋น ระบุว่าขณะนี้ขณะนี้แล้วมีคนรับผิดชอบแล้ว คือพญ. ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ หรือ "หมอของขวัญ และเชื่อว่าถ้าหากนับคะแนนใหม่แล้วคะแนนไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน
ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ระวังการออกมาเรียกร้องร้องเรียนแบบนี้อาจจะเป็นการปลุกระดมปลุกปั่น ทนายอั๋น บอกว่า ตนต่อสู้ในภาคของนักกฎหมาย จะไปห้ามพี่น้องประชาชนรวมถึงนิสิตนักศึกษาที่ตื่นตัวทางการเมือง ซึ่งรับไม่ได้กับผลการเลือกตั้ง
เพราะถือว่าเป็นความชอบธรรม และเจตจำนงที่ประชาชนทุกคนใช้สิทธิ์ลงเสียงเพื่ออยากได้ สส. หลายคนตั้งคำถามว่ากกต.ทำอะไรอยู่แม้จะเห็นความผิดปกติเกิดขึ้นแต่ก็ยังนิ่งเฉย แต่ตนเองทราบว่า ขณะนี้กกต. คงนั่งตรวจสอบอยู่ว่าเขตไหนที่ทำสำเร็จ
ทนายอั๋น บอกว่าให้รอคืนนี้ตนจะนำคลิปวิดีโอที่ สส. และปัจจุบันเป็นว่าที่ สส. พรรคการเมืองหนึ่ง พร้อมกับหัวคะแนนรวมจำนวน 3 คนเดินแจกเงินซื้อเสียงด้วยตนเอง ส่วนจะเป็นพรรคการเมืองไหนนั้นให้ประชาชนไปเดาเอง แต่ตนคิดว่าคงไม่ใช่พรรคสีส้มๆ แต่ออกไม่ขาวๆ ไม่นวลๆ ออกไปทางมืดสักหน่อย
Advertisement