
วันนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2569) เมื่อเวลา 15.45 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเปิดเผยภายหลังการประชุมภายในพรรคเพื่อไทยว่า ไม่ใช่การประชุมกรรมการบริหารพรรค แต่มีผู้ใหญ่หลายคนมานั่งคุย ถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน รวมถึงถอดบทเรียนเบื้องต้นและต้องไปทํางานต่อ พร้อมยอมรับเสียใจเล็กน้อย แต่วันนี้ก็ต้องตั้งหลัก และรับเอาความไว้วางใจของประชาชนที่ส่งมอบให้แล้วเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อ
เมื่อถามว่า จํานวนสส.ที่ได้ต่ํากว่าเป้าไปเยอะมาก นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า ก็คาดหวังไว้เยอะ แต่เป็นเรื่องธรรมดา แต่เป็นเรื่องธรรมดา ที่เลือกตั้งต้องตั้งเป้าหมายให้ไปไกล เพื่อไปให้ได้มากที่สุด เพราะเราเชื่อมั่นในนโยบายว่าเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ก็ยอมรับการตัดสินใจของประชาชนที่ออกเสียงมา แล้วเราก็เดินหน้า
ส่วนการเชื้อเชิญเข้าร่วมรัฐบาล มีการพูดคุยกันหรือไม่ เนื่องจากมีนักวิเคราะห์มองว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย จะส่งผลทําให้ตลาดทุนฟื้นขึ้นมาแรง นายจุลพันธ์ ตอบว่ายังไม่มีการพูดคุยกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย ตอนนี้เป็นเรื่องของพรรคที่ได้เสียงสูงที่สุดในสภาในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งก็เป็นเรื่องของเขาที่จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร หน้าตารัฐบาลเป็นอย่างไร ส่วนของพรรคเพื่อไทยคงไม่ต้องริเริ่มดำเนินการ แค่รอฟังสถานการณ์
เมื่อถามย้ำว่า เพื่อไทยพร้อมร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า จริง ๆ ก็ได้ประกาศบนเวทีหาเสียงเลือกตั้งว่าเราไม่มีข้อจํากัด แต่ต้องดูอุดมการณ์ แนวคิด นโยบาย ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุย
เมื่อถามต่อว่าแสดงว่าเป็นไปได้ใช่หรือหไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นไปได้ทุกอย่าง ถ้าถามแบบนี้
เมื่อถามว่ามีการประเมินแล้วหรือไม่ว่าเหตุใดพรรคเพื่อไทยถึงแพ้ยับ นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า การแพ้ในแต่ละทฤษฎี มีแพ้มาก แพ้ในแต่ละพื้นที่ มีแพ้มากแพ้น้อย และต้องยอมรับว่าตั้งแต่มีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล เราก็ประสบกับอุปสรรคมาพอสมควร แต่ถือว่าตั้งหลักได้เร็ว ทั้งยังคงรักษาฐานเสียงได้เป็นจํานวนมากในสภาก็มี สส.อยู่ แปดสิบ คน ก็ไม่ใช่น้อย และยังสามารถทํางานที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนได้
เมื่อถามว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยถึง 2 คน ก็เป็นคนเชียงใหม่ แต่รอบนี้พรรคไม่ได้สส.ที่เชียงใหม่เลยถือว่าปิดฉากหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่มีปิดฉาก อย่าไปคิดว่าประชาชนเป็นของตายของพรรคใดพรรคหนึ่ง พรรคเพื่อไทยก็ไม่เคยพูดว่า ที่ไหนเป็นพื้นที่ของเรา แล้วจะไม่มีการแปรเปลี่ยนจิตใจหรือความคิดของประชาชน เมื่อประชาชนตัดสินใจมา สิ่งที่เราทําได้ คือไปปรับปรุงตัวเอง ไปปรับปรุงนโยบายที่จะตอบโจทย์ประชาชน และปรับปรุงตัวบุคคลที่จะตอบโจทย์ แล้วมาวัดกันใหม่ในครั้งถัดไป ซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมือง อย่างไรก็เดินหน้าในการเลือกตั้งครั้งถัดไป ซึ่งก็ต้องเริ่มคิดเริ่มทํากันแล้ว
เมื่อถามว่าแสดงว่านโยบายและตัวบุคคลของพรรคเพื่อไทยไม่ตอบโจทย์หรือไม่ อย่างเชียงใหม่บ้านเกิดใหม่บ้านเกิดของตระกูลชินวัตร รอบนี้ก็สูญเลย นายจุลพันธ์กล่าวว่าเรื่องการเลือกตั้งมีองค์ประกอบมากกว่านั้น ทั้งบุคคลและปัจจัย อื่น ๆ ที่เข้ามาประกอบที่เข้าร่วมการแข่งขัน ก็เป็นตัวเลือกที่ประชาชนตัดสินใจได้ ซึ่งเราก็ต้องยอมรับการตัดสินใจ
เมื่อถามว่านอกจากปัจจัยภายใน เพื่อไทยได้ประเมินปัจจัยภายนอกที่ทําให้คะแนนต่ํากว่าร้อยหรือไม่ นาย จุลพันธ์กล่าวว่า มีคุย แต่ขอสรุปวันหลัง วันนี้ไม่ใช่วาระที่เหมาะสม แต่ยังไงก็จะมีการพูดคุยกับสื่อถึงปัจจัยที่เกิดขึ้น ส่วนข้อสงสัยก็มีจริง ๆ นั่นแหละ แต่ตอนนี้ประชาชนเพิ่งผ่านการลงมติเลือกตั้ง จึงไม่ใช่เวลาที่จะมาสรุปในเวลานี้
ส่วนที่นายกรัฐมนตรีมองว่าประเด็นชาตินิยม เป็นหนึ่งประเด็นที่ทําให้พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเพิ่ม ซึ่งเพื่อไทยมีปัญหาเรื่องคลิปอังเคิล เลยทําให้คะแนนตกหรือไม่ นายจุลพันธ์ยอมรับว่า ถ้าถามว่ามีส่วนหรือไม่ ก็เป็นไปได้บางส่วน แต่ปัจจัยมันเยอะ คงไม่ใช่แค่เรื่องเดียว มันมีหลายสิ่งประกอบกัน รวมถึงหลายพื้นที่ก็มีปัจจัยแต่ละอย่างมากน้อยแตกต่างกัน แต่เรามีการพูดคุยกันและมอบหมายให้นายประเสริฐ จันทรรวงทองและตนก็จะลงพื้นที่ไปถอดบทเรียนแต่ละจุด ดูทั้งผู้สมัคร สถานการณ์พื้นที่ ว่าปัจจัยอะไรที่ทําให้เราพ่ายแพ้ และบุคลากรที่ยังแข็งแรงสามารถเข้าสภาได้ เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อไทยจะได้กลับมาอย่างแข็งแรง
เมื่อถามว่าหลายจังหวัดที่คิดว่าผู้สมัครแข็งแรงหรือพื้นที่แข็งแรง แต่ก็ถูกยกจังหวัดไปเลย นายจุลพันธ์กล่าวว่ามันก็เกิดขึ้นได้ไม่ใช่เรื่องแปลก
ขณะที่ช่วงท้ายผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายจุลพันธ์ว่า ส่วนที่นักวิเคราะห์บอกว่าพรรคเพื่อไทยสูญพันธุ์แล้ว เพราะบางจังหวัดพรรคเพื่อไทยถูกปิดประตูตายไปเลย นายจุลพันธ์จึงตอบว่า จะสูญพันธุ์ได้อย่างไรได้ สส. 80 ที่นั่ง ก็ถือว่าเป็นพรรคใหญ่แล้วไม่น้อยนะ
ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยตอบคําถามผู้สื่อข่าว ถามว่ามีแนวโน้มที่พรรคภูมิใจไทยจะติดต่อมาทาบทามพรรคเพื่อไทยให้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายสุริยะ หยุดคิด ก่อนหันมาถามผู้สื่อข่าวว่า นายจุลพันธ์ หัวหน้าพรรคได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ก็เอาตามนั้น
Advertisement