
ร้อนสะเทือนวงการ เมื่อ "ปู กนกวรรณ" ภรรยา "เด๋อ ดอกสะเดา" ดาราตลกระดับตำนานที่ล้มป่วยด้วยอาการโรคสโตรก ออกมาโพสต์ว่า "หากไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น จะไม่รู้เลยว่ามีคนรักเราขนาดนี้ ขอบคุณทุกคนที่ได้พูดคุย ช่วยดึงเราออกมา ตอนนี้พร้อมยอมรับความจริง ถือว่าหมดบุญกันแค่นี้ วันนี้ปูไปขอวีซ่า อยากไปหาลูกแล้ว ลูกคือโลกใบเดียวของปูค่ะ" ก่อนที่จะโพสต์ต่ออีกว่า "ถ้าจะไป ขอไปพี่อ้อย พี่ฉอดนะคะ"
ล่าสุด "ปู กนกวรรณ" ได้เปิดใจครั้งแรกในรายการ Club Friday ก่อนจะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยเจ้าตัวเผยว่า " โดยเจ้าตัวเผยว่า ตนเลิกกับ อาเด๋อ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายนปีที่แล้ว หากใครดู Facebook จะทราบเรื่องราว ซึ่งสาเหตุที่เลิกเพราะว่าไปเจอผู้หญิงอีกคนเมื่อ 29 ปีมาเฝ้าอยู่ แต่ผู้หญิงคนนี้มาวนเวียนในชีวิตตั้งแต่ 29 ปีที่แล้ว และเราจับได้ว่ามีคนนี้มาก่อน เพราะเราเห็นรถ “อาเด๋อ” ไปจอดอพาร์ทเม้นท์ของผู้หญิงคนนี้
พอถามเขาก็บอกว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นเด็กของลูกน้องในคณะ แต่เรารู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยบอกให้เขาออกจากบ้านเราไปเลย เขาก็บอกว่าเดี๋ยวไปเคลียร์ให้ แล้วขอโอกาสอีกครั้ง เราก็เลยได้ให้โอกาส หลังจากนั้นผู้หญิงคนนี้ก็จะโทรมาตลอด ช่วงที่ทำลูกชิ้น มีเบอร์ร้านติดอยู่หน้าซอง ผู้หญิงก็จะโทรเข้ามาที่เบอร์บ้านบอกว่า ขอสาย พี่เด๋อ หน่อย แต่เราคิดว่าเขาคงน่าจะโทรมาขอเงินเรา
ถามว่ามีโอกาสได้คุยกับผู้หญิงไหม เจ้าตัวบอกว่า ได้มีโอกาสคุยแค่โทรศัพท์และไม่ได้ถามชัดเจนว่าสถานะอะไร เขามักจะถามหาแต่ว่า ขอสาย พี่เด๋อ หน่อย แต่ทาง พี่เด๋อ เขาจะไม่คุย และช่วงที่ท้องอยู่ เขาก็จะพูดว่าเขาก็มีลูกเหมือนกันทำนองนี้ พอหลังจากนั้นได้มาเปิดโปรไฟล์เขาดู เพิ่งจะได้เห็นหน้าว่า คนที่โทรมาตลอด 29 ปี คือหน้าตาแบบไหน
จนได้มาเจอตัวจริงที่ศูนย์ฯ ในวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตนไปถามเค้าว่า ชื่ออะไร? เพื่อเช็คความถูกต้องว่าคือคนเดียวกัน ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนและพูดว่า "ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันหรอกโน๊ะ แก่ๆกันแล้ว" ทาง พี่เด๋อ เลยทำมือบอกให้ออกไป เขาก็บอกว่า ผู้หญิงมาหา 2 ครั้งแล้ว ทำเอาตนร้องให้และได้พูดบอกเขาว่า "คุณทำอะไรกับปูไว้ รู้อยู่แก่ใจและขอให้คุณหายเร็วๆ แต่ปูไปแล้วนะ"
ส่วนเรื่องทะเบียนสมรส ตนไม่ได้จดทะเบียนกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ตนยอมรับว่า เจ็บมาก เพราะถูกกล่าวหาว่าไม่ดูแล อยากให้คนที่กล่าวหาโทรมาถามว่า ไม่ดูแลจริงไหม เพราะเรามีสลิปที่ดูแลค่าใช้จ่ายรวมๆ กว่า 200,000 บาท จะให้เราไปยืนข้างเตียงและมีเมีย 2 คน มันก็ไม่ใช่
โดยตลอด 29 ปีที่ผ่านมา ตนคิดว่า ต้องยอมรับความจริง เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่มีพวก ตอนที่อยู่ด้วยกันก็ไม่ได้มีความรู้สึกรักอะไร เพราะเราเป็นเสาหลักของครอบครัวหาเงินเข้าบ้าน เวลาเขาออกไปไหน เขาก็บอกว่าออกไปทำบุญกับพี่ๆ ตนอยู่แต่บ้านคนเดียว เราคิดอยู่เสมอว่า คนจะไปล่ามโซ่มันก็ไป ส่วนหน้าที่ของสามีเขาก็ทำได้ดี ซื้อกับข้าวหุงข้าว พาไปทำตอนเช้า ที่ผ่านมาค่าใช้จ่าย เฉพาะ พี่เด๋อ คนเดียว รวมค่ากับข้าวด้วยตก 80,000- 90,000 ต่อเดือน บางทีเราก็คิดว่า "เขามองเราเป็นคู่ชีวิตหรือม้าใช้"
ในช่วงที่เขาป่วยเราทำให้ทั้งหมดเลย แต่เวลาดีๆ เขาก็ไป เวลาไข้เขาถึงกลับมา มันทำให้ร่างตนพังเลย จนเราต้องไปกายภาพ หรือเวลาเค้าอยู่บนเตียง ตัวไหล ตนกับลูกก็ต้องช่วยกันดึงขึ้นเตียง และที่ไม่บอกคนอื่น เพราะเราอยากให้ความลับมันตายไปเลย
ถามว่าวันนี้เตรียมใจหรือยัง ตนบอกว่า มันเป็นความจริงที่เราต้องยอมมัน เพราะที่ที่ผ่านมาเราก็โดนโจมตีมาเหมือนกัน เป็นสิ่งที่เราอึดอัด เราก็คิดย้อนไปว่าถ้ามีผู้หญิงแล้ว เขาจะมายุ่งกับเราทำไม จะมาตัดโอกาสเราทำไม รู้สึกว่าใจร้ายมาก ตนอยู่กับ พี่เด๋อ มา 29 ปี แต่ผู้หญิงคนนั้นเขามาก่อน เขาไม่บอกเรา เพราะเค้ารู้นิสัยเราดีว่า ถ้าบอกเราคงจากไป
ส่วนเรื่องผู้หญิงคนนั้นจดทะเบียนสมรสมาไหม หรือมีลูกไหม ตนก็ไม่ทราบ ตนไม่สงสัยเลยที่เขาตอนช่วงที่ป่วย ยอมรับว่า ถ้ารู้ก็จะไป เพราะหาเงินได้ด้วยตัวเอง เรายังคิดไม่ออกเลยว่าเขามาทำไม
ส่วนการวางแผนเรื่องจะไปอยู่ต่างประเทศ เรื่องนี้ เจ้าตัวบอกว่า ความจริงแล้ว ลูกสาว น้องปราย จะรับปริญญาตอนช่วงมิถุนายน ตนเลยจะไปรับปริญญาลูก
ถามว่าอยากจะบอกอะไรกับ พี่เด๋อ ไหม ตนคิดว่า เขาไม่น่าจะรู้อยู่แล้ว ลูกเขาคงไม่ให้เห็นโซเชียล ก็เป็นความตั้งใจของเราว่า เราอยู่ด้วยกันมานานผ่านสุขผ่านทุกข์กันมากมายเรื่องดีๆ ที่เค้าทำมันก็มีแต่เรื่องผู้หญิงเป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้เพราะเราเคยมีกติการ่วมกันกันอยู่แล้ว อีกทั้งก็เรื่องที่ดิน 4 ไร่ ที่ จ.สุพรรณบุรี อันนั้นเป็นเงินตนซื้อ แต่เป็นชื่อของ เด๋อ เรายืนยันยกให้เขาไปเลย เราไม่เอา ตนขอไปกับลูกอย่างเดียว และนอกจากที่ดินนั้น ทรัพย์สินอื่นๆเราไม่รู้ และไม่ยุ่ง ตนออกมาเต็มตัวและไม่ทราบว่าทรัพย์สินเค้าเท่าไหร่ ไม่ได้สนใจและไม่ได้อยากได้ เราไร้พันธะกันตั้งแต่ 22 พฤศจิกายนแล้ว ยอมรับว่า ให้อภัยเขาแล้ว เพราะเราออกมาแล้ว คิดว่าเรื่องนี้ทั้งผู้หญิงและลูกเขาก็ไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ พี่เด๋อ คนเดียว ที่ไม่จัดการให้เด็ดขาด
ส่วนสภาพจิตใจตอนนี้ ตนบอกว่า ค่อยๆดีขึ้นแล้ว ทางแก๊งเพื่อนๆ เขารู้หมด อย่างเช่น ผัดไท ดีดีดี กับ ท็อป ดารุณีนุช เขาเพิ่งรู้มาก่อนหน้านี้เอง ก่อนจะบอกว่า คนเราอย่าเชื่อเรื่องของคำพูดต้องเดินได้ไปคู่กันและต้องละเอียดและรอบคอบ ยอมรับว่าแอบคิดว่าเสียดายนะ แต่ถ้าเลิกกับเขาตอนนั้นเราก็คงไม่ได้ลูก ถือว่าเราได้ของขวัญเป็นลูก แบบนี้ช่างมันเราเจ็บแป๊บเดียว เราก็อยากจะบอกตัวเองว่าเราทำดีที่สุดแล้ว
Advertisement