
วันที่ 20 ม.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวย้ำถึงการหาเสียงว่า อยากจะหาเสียงหลังเวลาราชการ ถ้าเลี่ยงได้ก็อยากจะเลี่ยง แม้จะลาได้แต่ก็ไม่อยากทำ รวมทั้งการหาเสียงในช่วงบ่ายประชาชนยังคงทำงานกันอยู่
ส่วนกรณีที่นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี สวมเสื้อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงหาเสียง ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ ว่า ไม่รู้เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ มันเกิดขึ้นเมื่อวานหรือไม่ ซึ่งได้รับการชี้แจงจากนางสาวสุดารัตน์ ว่า ขณะนี้สีผมเป็นสีดำ แต่ในคลิปเป็นสีผมไฮไลท์ ดังนั้น ”ผมจะไปแคร์อะไร“ ในเมื่อเป็นผู้สมัคร สส.ของพรรคภูมิใจไทยแล้วก็ขอให้ได้รับเลือกเป็น สส.ของพรรคภูมิใจไทยแค่นั้นตนพอใจแล้ว
ส่วนความมั่นใจว่าจะได้คะแนนเสียงจากฐานเสียงเดิมที่เป็นของพรรคอื่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าตนยังไม่ได้ลงพื้นที่ไปยังจังหวัดอุบลราชธานี แต่เท่าที่รับทราบก็ยังแข็งแรงดี และยังไม่ต้องการให้ตนลงไปในพื้นที่ ขณะที่นางสาวสุดารัตน์ ได้โทรมาปรึกษาหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า มีคนที่รับผิดชอบโดยแบ่งเป็นโซนไป
ขณะที่ในพื้นที่อีสานใต้พรรคภูมิใจไทยยังคงมีฐานเสียงแข็งแรงใช่หรือไม่ นายอนุทิน ได้หันไปหานางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลพื้นที่อีสานใต้ พร้อมกล่าวว่า “แข็งแกร่งเลยค่ะ”
ขณะที่กรณีการแจกเงินซื้อเสียง 7,500 บาท มีการเรียกร้องให้พรรคการเมืองลงสัตยาบันร่วมกันว่าจะไม่ซื้อเสียงนั้น นายอนุทิน ถึงขั้นย้อนกลับมาถามว่าประเด็นอะไร 7,500 บาท ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่ามีผลโพลว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ซื้อเสียงกันถึง 7,500 บาทต่อคน นายอนุทิน ทำหน้าตกใจ ย้อนคำพูดว่า ซื้อเสียง 7,500 บาท ก่อนจะกล่าวว่าซื้อเขาควาย 700 บาทเอง ใครเป็นคนจ่าย 7,500 บาท แจ้งด้วยเดี๋ยวจะซื้อเขาควายครอบให้
เมื่อถามย้ำว่าการซื้อเสียงในราคา 7,500 บาทต่อคน เป็นไปไม่ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมไม่รู้ ผมไม่กล้าบอก ผมไม่เคยทำ” ตนรู้ว่าจะมาหลอกให้ตอบว่าไม่ถึงหรอก
นายอนุทิน ยังกล่าวถึง การแข่งขันที่ดุเดือดในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า สู้กันดุเดือดตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว ขอให้สู้กันในเกมตนไม่มีปัญหา เพราะการแข่งขันเป็นเรื่องงดงาม ต้องเป็นไปตามกติกาและมีสปิริท
ขณะที่กรณีไม่ขึ้นเวทีดีเบต กับหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตพรรคการเมืองอื่น จะเป็นการเสียโอกาสหรือไม่ ว่า แล้วแต่จะคิด ส่วนตัวไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะนำเสนอวิสัยทัศน์ทุกวัน ผ่านการทำงาน
ส่วนการหาเสียงแบบออร์แกนิคมั่นใจ ว่าจะโน้มน้าวความรู้สึกของประชาชนได้หรือไม่ว่า นายอนุทิน กล่าวว่า คำว่า “ออร์แกนิค” ไม่มีรูปแบบ ไม่ได้คาดหวังอะไร ทำไปด้วยจิตใจที่อยากทำ และได้ประโยชน์จากการลงพื้นที่เพื่อฟังเสียงจากพี่น้องประชาชน โดยตรงไม่ได้เป็นการสื่อสารฝ่ายเดียว เป็นการทำให้เขาเข้าถึงตัวเรา รับฟังสิ่งที่พึงพอใจและสิ่งที่ไม่พึงพอใจ สิ่งที่อยากได้หรือไม่อยากได้ ได้รับรู้ถึงปัญหาที่เผชิญอยู่และอยากให้เราช่วยแก้ไข นี่คือสิ่งที่ตนได้มาจากการลงพื้นที่แบบออร์แกนิค ผมไม่ได้หาเสียงเลย แทบจะไม่ได้พูดเบอร์ 37 หรือเบอร์ผู้สมัครในเขตนั้นเลย
ส่วนโค้งสุดท้ายจะมีไม้เด็ดอะไรออกมาหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ไม่มี เราทำงาน และใช้วิธี ประชาสัมพันธ์ในทุกรูปแบบในทุกช่องทางให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าพรรคภูมิใจไทยของตนจะนำเสนออะไรให้กับพี่น้องประชาชนได้บ้าง หากได้รับเลือกตั้งเข้ามา
ห่วงอะไรที่สุดในช่วงโค้งสุดท้าย นายอนุทิน โยกคอเล็กน้อยพร้อมบอก “ทำดีที่สุด มีอะไรก็เอามาทำให้ประชาชนให้มากที่สุด“ หากถามว่าห่วงหรือไม่ก็ไม่ได้ห่วงอะไรเพราะว่าการตัดสินใจเป็นของโหวตเตอร์ เป็นของประชาชน
ส่วนกำลังใจในการลงพื้นที่ตอนนี้อยู่ที่ตรงไหน นายอนุทิน กล่าวว่า คือ การให้เกียรติทหารหลายอย่าง พี่น้องประชาชนเอามาให้ไม่ขาดสาย
ส่วนเวทีการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยคึกคักมองอย่างไร นายอนุทิน ระบุว่า ต่างคนต่างมีความเชื่อมั่น วิธีการมีหลายรูปแบบใครอยากทำอะไรแล้วเชื่อมั่นก็ทำไป พรรคภูมิใจไทยก็เชื่อมั่นในวิธีการนี้ และเชื่อมั่นว่าวิธีการหาเสียงแบบนี้ก็เป็นวิธีการที่เหมาะสมในสไตล์ของพรรคภูมิใจไทย
ส่วนคำพูดที่บอกว่าพรรคเพื่อไทยตอนนี้ประมาทไม่ได้ นายอนุทิน ระบุว่า ไม่เคยประมาทใครอยู่แล้ว และเป็นกำลังใจให้กับผู้สมัครทุกคนทุกพรรค
ส่วนทุกพรรคมีโอกาสจะจับมือกันได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจ
Advertisement