
(20 ม.ค. 2569) ที่ วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร กทม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากลงพื้นที่หาเสียงช่วย น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูล ผู้สมัครสส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ว่า วันนี้หาเสียงกระแสตอบรับดีถือว่าเป็นกำลังใจ เพราะว่าเพราะหลายคนมีการทำงานต่อเนื่อง มาในพื้นที่นี้ ช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่ได้นางสาววีร์ มาสานต่อหลายสิ่งหลายอย่าง นอกจากนี้ยังมีอดีตทีมสส. สก. มาช่วยเห็นได้ชัดว่า มีความผูกพันกับประชาชนในพื้นที่ ประชาชนได้เสนอความคิดเห็นที่ต้องการให้แก้ไขหลากหลาย อย่างปัญหาที่เกิดขึ้นจากข้อบัญญัติเรื่องหมาแมว รวมถึงเรื่องเศรษฐกิจและเบี้ยยังชีพของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้มีการปราศรัยที่จังหวัดสมุทรสาคร มีแต่กระแสดีแต่กลัวจะแพ้กระสุนนั้น รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก็มีการจับตาการทุจริต พรรคประชาธิปัตย์มีข้อมูลหรือมีคนส่งข้อมูลมาให้บ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็มีบ้างเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย ที่จะหาพยานหลักฐานมาอยากให้กกต. มีการทำงานเชิงรุก เพราะในอดีตที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็มาจับเอาหลังเลือกตั้ง แล้วก็ผู้ที่ซื้อเสียงก็เป็นสส.พยานก็ค่อนข้างกลัว อยากสามารถที่จะดำเนินการได้ก่อนการเลือกตั้งจะดีที่สุด ตอนนี้สิ่งที่ได้ยินมาเยอะมาก คือเรื่องของผู้ซื้อเสียงไปขอให้ผู้ที่รับเงินไปถ่ายรูปเวลาลงคะแนน ตนจึงอยากให้ กกต. เข้มงวดในเรื่องนี้
เมื่อถามย้ำว่าจะถ่ายอย่างไรนั้นเพราะว่าอยู่ในคูหาเลือกตั้ง หรือว่าให้แอบทำ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ห้ามถ่ายในคูหา แต่ว่าส่วนใหญ่สามารถเอากล้องเข้าไป มันคงไม่ได้ยาก พวกเราคงนึกออก ซึ่งหากมองจากสภาพความเป็นจริงของคูหา เพราะช่วงที่อยู่ในคูหาก็ไม่ให้ใครยืนดูข้างหลังผู้ลงคะแนน อันนี้ก็เป็นปัญหา ส่วนจะให้เจ้าหน้าที่มาคอยดูหรือไม่นั้น ตนมองว่า ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ อยากให้กกต.พิจารณา เพราะเป็นเรื่องที่ได้ยินมาเยอะมาก
เมื่อถามว่าบ้านใหญ่ใช้ยุทธศาสตร์ "กระสุน" นั้น เพื่อที่จะสาดเงิน ทางพรรคประชาธิปัตย์มองอย่างไรนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บ้านสีฟ้าเราก็อาศัยกระแส ส่วนกระแสจะสู้กระสุนได้หรือไม่ อยู่ที่ประชาชนประชาชนทุกคน ส่วนตัวอยากให้สู้ได้ เพราะไม่ใช่แค่การเลือกตั้งที่สุจริตแต่การเริ่มต้นทำให้บ้านเมืองสุจริตจริงๆ เพราะเงินเหล่านี้เข้ามาแล้ว ก็ย้อนกลับมาเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ โดยเฉพาะถ้าเป็นเงินที่ไม่สะอาดก็กลายเป็นเรื่องการใช้อำนาจไปคุ้มครองตนเองผ่านกระบวนการยุติธรรม ก็ทำให้เราจัดการกับปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้
เมื่อถามว่าการกลับมาครั้งนี้ตั้งใจทวงเก้าอี้ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะก่อนพร้อมกล่าวว่า เราอยากขอโอกาสให้คนของเราทุกคนรอบนี้ในกรุงเทพมหานครเราได้คนรุ่นใหม่ คนหน้าใหม่เข้ามา ซึ่งคิดว่าเป็นกำลังสำคัญให้กับประชาชนได้ในระยะยาว
ทิ้งท้ายนักข่าวถามว่า เมื่อสักครู่ตอนในตลาดมีคนบอกว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 33 หาเสียง นายภิสิทธิ์กล่าวว่าจริงๆถ้ากลับมาเป็นก็จะเป็นคนที่ 27 เขาไม่นับซ้ำ แต่ขอขอบคุณเพราะถือเป็นกำลังใจ
Advertisement