Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อ.เชน ลั่นยกเครื่องพัฒนาปทุมทั้งระบบยกระดับคนละครึ่ง"มากกว่าพลัส70:30"

อ.เชน ลั่นยกเครื่องพัฒนาปทุมทั้งระบบยกระดับคนละครึ่ง"มากกว่าพลัส70:30"

19 ม.ค. 69
21:32 น.
แชร์

"อ.เชน"ประกาศยกเครื่อง พัฒนาปทุมทั้งระบบ ยกระดับคนละครึ่ง"มากกว่าพลัส70:30"ลุยต่อรถไฟฟ้า20บาทเชื่อมกับฟีดเดอร์ถึงในซอยลึกODOS แย้ม23ม.ค.เปิดนโยบายใหญ่

ที่ลานกินซ่า โลตัสรังสิต จ.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทยปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ทั้ง 8 เขตหาเสียง นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย , นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย และแกนนำพรรคเพื่อไทยจำนวนมาก โดยมีประชาชนชาวปทุมธานีและปริมณฑลเข้าร่วมการรับฟังปราศรัยราว 10,000 คน

ศ.ดร.ยศชนัน ได้เริ่มต้นการปราศรัยด้วยการรำลึกถึงความผูกพันที่มีต่อจังหวัดปทุมธานี โดยระบุว่าตนเองใช้ชีวิตศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นเวลา 4 ปีเต็ม จึงมีความรู้สึกผูกพันเสมือนเป็นลูกหลานที่มี "เลือดเนื้อเชื้อไขของคนปทุม" การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นการมาขอโอกาสจากพี่น้องชาวปทุมธานีเพื่อเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ ในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่าสำหรับพรรคเพื่อไทยและผู้สนับสนุนแล้ว วันนี้ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไป แต่คือ "วันเริ่มต้นแห่งความหวัง" ที่จะเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริง หากพรรคได้รับชัยชนะแบบถล่มทลาย

ศ.ดร.ยศชนัน ได้หยิบยกปัญหาผลกระทบจากโควิด-19 ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ประชาชนจำนวนมาก "ล้มลง" และยังไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ กลายเป็นหนี้สินทั้งในและนอกระบบ พรรคเพื่อไทยจึงประกาศนโยบาย "ทำสงครามกับความยากจน" อย่างจริงจัง โดยมุ่งเน้นการแก้หนี้ทั้งระบบ ทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้เกษตรกร และประกาศเป้าหมายสำคัญว่าทันทีที่เริ่มงาน คนไทยจะต้อง "ไร้จน" และเมื่อหายจนแล้ว จะต้องไม่กลับมาจนอีก ด้วยการสร้างรายได้และลดรายจ่ายควบคู่กันไป

ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวถึงปัญหาครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ ซึ่งลูกหลานวัยทำงานต้องแบ่งรายได้มาดูแล ทำให้ขาดสภาพคล่อง พรรคเพื่อไทยจึงเสนอนโยบายเติมเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000 บาท ให้กับกลุ่มเปราะบางเหล่านี้ โดยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ "หาเงินเป็น" จึงสามารถจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ได้ เพื่อธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ไม่ใช่เรื่องที่ให้มากเกินไปเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบัน

ศ.ดร.ยศชนัน ยังกล่าวถึงนโยบาย “มากกว่าพลัส 70:30” ซึ่งจะเข้ามาปิดจุดอ่อนของโครงการ "คนละครึ่ง" เดิมว่า แม้จะเป็นโครงการที่ดี แต่ในสภาวะวิกฤตปัจจุบันที่ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ ทำให้ยังมีวงเงินเหลือค้างระบบนับหมื่นล้านบาท เพราะประชาชนไม่มีเงินจ่ายในส่วน 50% ของตนเอง พรรคเพื่อไทยจึงเสนอโมเดลใหม่เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ คือรัฐบาลช่วยจ่าย 70% และประชาชนจ่ายเพียง 30% (มากกว่าพลัง 70 : 30) เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง และเติมเงินเข้ากระเป๋าพี่น้องประชาชน

ศ.ดร.ยศชนัน ยังกล่าวต่อว่า เรื่องการลดภาระค่าใช้จ่ายและโครงสร้างพื้นฐาน มีการประกาศปรับลดค่าไฟฟ้าทันทีให้เหลือ 3.70 บาทต่อหน่วย โดยอาศัยการปลดล็อกข้อจำกัดด้านพลังงานสะอาด ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งการลดค่าไฟและคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ชาวปทุมธานี พร้อมทั้งประกาศทำต่อ "บ้านเพื่อคนไทย" ภายในปี 2569 ส่วนด้านการคมนาคม ได้ยืนยันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และแก้ปัญหาการเดินทางเข้า-ออกซอยลึกด้วยระบบ Feeder หรือรถขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อถึงหน้าบ้าน

ประเด็นการพัฒนาทักษะแรงงานและอาชีพ สำหรับพี่น้องในภาคอุตสาหกรรมและโรงงานย่านปทุมธานี รัฐบาลจะมี "คูปองทักษะ" เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้เพิ่มเติมและ Reskill/Upskill โดยไม่จำกัดอายุ เพื่อเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ที่สูงขึ้น ในชื่อนโยบาย “เรียนได้ครบ จบได้งาน”

ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของปทุมธานี ศ.ดร.ยศชนัน อธิบายถึงภูมิศาสตร์ของจังหวัดที่ต้องรับน้ำจากสองทาง คือน้ำเหนือจากเขื่อนเจ้าพระยาและน้ำทะเลหนุนสูง จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงการระบายลงอ่าวไทย โดยพรรคเพื่อไทยมีแผนแม่บทที่ชัดเจนเพื่อรับประกันว่า "น้ำต้องไม่ท่วม และน้ำต้องไม่แล้ง"

ด้านสาธารณสุขและการศึกษา ได้เสนอนโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ยุค "30 บาท AI" ซึ่งจะเชื่อมโยงฐานข้อมูลสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศเข้าด้วยกัน ทำให้แพทย์ทุกโรงพยาบาลสามารถเข้าถึงข้อมูลการรักษาได้ทันที เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลชีวิตประชาชน ส่วนด้านการศึกษา จะสานต่อโครงการ "1 อำเภอ 1 ทุน" โดยส่งเสริมให้เรียนจบถึงระดับปริญญาเอก และเน้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพิ่มงบประมาณให้โรงเรียนในพื้นที่ เพื่อให้ปทุมธานีมีโรงเรียนที่ดีที่สุดใกล้บ้าน

"วันศุกร์นี้พี่น้องรอปราศรัยใหญ่ แผนจัดการน้ำทั้งระบบของพรรคเพื่อไทยครับ น้ำต้องไม่ท่วม และน้ำต้องไม่แล้ง"

ด้านนายณัฐวุฒิ ปราศรัยเริ่มต้นด้วยการอ้อนวอนชาวปทุมธานี ซึ่งเปรียบเสมือนคนหัวใจสีแดง ให้กลับมาเลือกพรรคเพื่อไทย โดยเปรียบเทียบการเลือกตั้งครั้งก่อนว่าประชาชนอาจจะ "น้ำส้มดีดเข้าตา" (เผลอไปเลือกพรรคอื่น) ทำให้คะแนนเสียงตกไปเป็นของพรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน) ซึ่งตนเปรียบเปรยว่า "อย่าฝากปลาย่างไว้กับแมว" แต่นี่กลับฝากประเทศไว้กับ "หนู" และยังกล่าวอีกว่า "ส้ม" (พรรคก้าวไกล/ประชาชน) ไม่ได้เป็นแค่ผลไม้ แต่เป็น "อาหารหนู" (พรรคภูมิใจไทย) หมายความว่าเมื่อเลือกส้มไปแล้ว สุดท้ายผลประโยชน์กลับไปตกที่พรรคภูมิใจไทย ทำให้มีอำนาจต่อรองมากขึ้น

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงการแข่งขันในพื้นที่ปทุมธานีที่มี "3 ลุง" (ลุงแจ๊ส, ลุงชาญ, ลุงเบี้ยว) แข่งขันกันเอง โดยนายณัฐวุฒิระบุว่าหากเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็จะเกิดความขัดแย้งไม่จบสิ้น แนะนำให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ เพื่อส่งลุงทั้ง 3 คนกลับไปพักผ่อนที่บ้าน และให้พรรคเพื่อไทยที่เป็น "บ้านใหญ่หัวใจเดิม" เข้ามาทำงานแทน ส่วน ”ลุงแม้ว“ (ทักษิณ) ว่าแม้ตัวจะมาไม่ได้ แต่ได้ส่งลูกชาย (พานทองแท้ ชินวัตร) มาเป็นตัวแทน และยืนยันว่าหัวใจของนายทักษิณยังคงเดิมในการทำงานเพื่อประชาชนและผลักดันนโยบายต่างๆ

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า แม้โยบายเงินหมื่นดิจิทัลมีความล่าช้าเนื่องจากถูกขัดขวางและตรวจสอบจากองค์กรอิสระและหน่วยงานต่างๆ เช่น ป.ป.ช. และแบงก์ชาติ แต่รัฐบาลก็พยายามปรับรูปแบบจนสามารถแจกให้กลุ่มเปราะบางไปแล้ว 17 ล้านคน และยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการต่อในเฟสถัดไปหากไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า ประกาศว่าหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งและกลับมาเป็นรัฐบาล จะเดินหน้านโยบายทันทีภายใน 3 เดือนแรก เช่น รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, โครงการบ้านเพื่อคนไทย (ผ่อนเดือนละ 4,000 บาท), หวยเกษียณ, และการล้างหนี้

สำหรับทีมผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 8 เขต ของปทุมธานี ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรหลากหลายความเชี่ยวชาญ ทั้งอดีตรัฐมนตรี นักกฎหมาย นักบริหารธุรกิจ นายตำรวจมือปราบ และนักการเมืองท้องถิ่นที่มีประสบการณ์ อาทิ นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เบอร์ 3 นายศุภชัย นพขำ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เบอร์ 1 นายภัทรพล ฐิติภวัตสกุล ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 เบอร์ 8 นายสุทิน นพขำ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 เบอร์ 4 นายภานุวัฒน์ ณ ระนอง ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 เบอร์ 2 นายอธิวัฒน์ สอนเนย ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 เบอร์ 3 นายบุญเริ่ม อรชุน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 7 เบอร์ 6 และนายยงยุทธ มั่นบุปผชาติ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 เบอร์ 4

Advertisement

แชร์
อ.เชน ลั่นยกเครื่องพัฒนาปทุมทั้งระบบยกระดับคนละครึ่ง"มากกว่าพลัส70:30"