
จากกรณีเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุเครนถล่มทับรถยนต์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ล่าสุด เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุไฟไหม้ บริเวณจุดเกิดเหตุเดิม ส่งผลให้มีกลุ่มควันสีดำปกคลุมบริเวณจุดที่กำลังมีการรื้อซากเครนที่ถล่มลงมาเมื่อไม่กี่วันก่อน
ทีมข่าวได้สอบถามความคืบหน้าไปยัง พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุไฟไหม้ดังกล่าวตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าควบคุมพื้นที่ และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนที่สถานการณ์จะสงบลง โดยที่ไม่มีใครได้รับอันตรายถึงชีวิต
ต่อมาเวลา 13.00 น. คนงานได้กลับมาเริ่มการรื้อถอนซากเครน และแผ่นพื้นสะพานที่ถล่มลงมา โดนการนำหัวเจาะ มาเจาะย่อยชิ้นส่วนของซากแผ่นพื้นสะพาน และเอาเครนยกชิ้นส่วนที่เป็นเหล็กของจากจุดเกิดเหตุ ขณะเดียวกันทีมข่าวยังพบว่าได้มีการนำรถน้ำ มาจอดฉีดน้ำบริเวณซากจุดเกิดเหตุที่เพิ่งเกิดไฟไหม้เมื่อช่วงเช้าเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ส่วนภายในไซด์งานมีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) และ เจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวง มาคอยตรวจสอบความเรียบร้อย และความปลอดภัยภายในไซด์งานตลอดการเคลื่อนย้าย
ส่วนการจราจรรอบจุดเกิดเหตุ ทางตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้มาอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เนื่องจากขณะนี้เปิดให้สัญจรเพียงแค่ทางคู่ขนาน 2 ช่องทาง คือ ฝั่งทั้งขาเข้า และขาออกเท่านั้น ซึ่งเบื้องต้นพบว่า การจราจรโดยรอบจุดเกิดเหตุมีรถสะสมเป็นระยะทางยาวกว่า 5 กิโลเมตร รถเคลื่อนตัวได้ค่อนข้างช้า
สำหรับสาเหตุของเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ เกิดจากเหตุเครนถล่มก่อนหน้านี้ซึ่งทับรถบรรทุกที่ยังมีน้ำมันคงเหลืออยู่ภายใน รวมถึงเป็นรถบรรทุกโฟมที่ยังมีเศษโฟมอยู่ในตัวรถ ต่อมาในวันนี้ คนงานได้เข้าไปเคลื่อนย้ายเศษวัสดุ และตัดเหล็กเพื่อแยกชิ้นส่วน ทำให้เกิดประกายไฟและลุกไหม้ขึ้นเล็กน้อย คาดว่าจะไม่เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก เนื่องจากเชื้อเพลิงน้ำมันที่อยู่ภายในรถได้หมดลงแล้ว
Advertisement