
วันที่ 12 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านพักของ นางสาววราภรณ์ หรือหมิว สร้อยเสน ชาวอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้พิการร่างเล็ก ที่เคยเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ประจำปีการศึกษา2560-2562 เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2565 ซึ่งปัจจุบันเธอทำงานอยู่ที่ธนาคารออมสินสาขาสตึก เจ้าตัวเล่า ย้อนเหตุการณ์เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรกับพระองค์ท่านว่าความประทับใจของพระองค์ท่าน คือ หลังจากจบการศึกษา
ซึ่งตัวเธอเองนั้น เป็นนักศึกษาทุนของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงอยากเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเหมือนคนปกติทั่วไป ให้ได้มากที่สุดจึง ได้แจ้งต่อคณะอาจารย์ว่า ต้องการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร กับพระองค์ท่าน เพื่อให้ได้ชื่นชมพระบารมีและมีภาพถ่ายเอาไว้ ซึ่งเดิมทีนั้นตัวเธอได้เกียรตินิยมอันดับ2จะต้องเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นลำดับแรกแต่ด้วยสภาพร่างกาย จึงถูกให้จัดอยู่ในลำดับท้ายสุดและอาจจะไม่ได้ ประกาศว่าได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2
ซึ่งตอนนั้นตนเองก็ต้องยินยอมขอแค่ได้ไปชื่นชมพระบารมีพระองค์ท่านและมีภาพถ่ายเป็นเกรยรติประวัติ ก่อนที่จะเข้าสู่การซักซ้อมก่อนวันพระราชทานปริญญาบัตรจริง ก็มีการดูถึงความพร้อมของตัวเธอว่าจะต้องนั่งวีลแชร์ แต่ก็เจอปัญหาว่าผนักกั้นวีลแชร์จะบังตัวเธอคณะอาจารย์จึงไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ผู้ติดตามพระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ท่านก็มีเมตตารับสั่งให้ตัวเธอสามารถเดินเข้ามาหาได้เลย จะประทับรอ และหลังจากนั้น ผู้ติดตามก็กังวลว่าตัวเธอนั้นจะยื่นมือไปรับพระราชทานปริญญาบัตรไม่ถึงพระองค์ท่าน
จึงจะเตรียมแท่นรองให้ตัวเธอขึ้นยืนอีกชั้นหนึ่ง เพราะกังวลว่าพระองค์ท่านอาจจะเอื้อมพระหัตย์ลงมาแท่นที่ประทับไม่ถึงแต่ตัวเธอก็แจ้งว่ากังวลว่าสภาพร่างกายจะไม่สามารถก้าวขึ้นแท่นรองนั้นเจ้าหน้าที่จึงกราบบังคมทูลอีกครั้งถึงข้อจำกัดของตัวเธออีก และพระองค์ท่านก็ส่งมีเมตตาว่า แล้วแต่ความต้องการของตัวเธอเลยขอให้เข้ามาใกล้มากที่สุด และพระองค์ก็ มีรับสั่งให้อ่านประกาศรายชื่อให้มีประโยคที่ตนเองได้รับเกียรตินิยมด้วยและให้สามารถมองพระพักตร์พระองค์ท่านและยิ้มให้ได้ไม่ต้องกลัว ทำให้ตัวเธอประทับใจในพระองค์ท่านมากตั้งแต่การซักซ้อม
พอถึง วันเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจริงแม้ว่าบัณฑิตจะมีหลายพันคน แต่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมามอบปริญญาบัตรให้กับบัณฑิตอย่างรวดเร็วจนถึงตัวเธอคนสุดท้าย ในวินาทีนั้น ก็พยายามเดินไปหน้าแท่นที่ประทับให้ได้มากที่สุดก่อนที่พระองค์ท่านจะโน้มพระวรกาย และพระราชทานปริญญาบัตรกับมือตนเองก่อนที่พระองค์จะแย้มพระสรวล และพยักพระพักตร์ให้ เป็นความประทับใจที่ไม่รู้ลืมและรู้สึกรักพระองค์
ท่านเป็นอย่างมากหลัง เพราะตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ตนเองยังจดจำได้และมองว่านั่นเป็น พระหัตถ์แห่งรักจริงๆที่ยื่นให้ตัวเธอ เพราะเธอเชื่อว่า พระองค์ก็ทรงเห็นว่าตัวเธอเองนั้นก็มีความพยายามแม้ว่าร่างกายมีข้อจำกัด แต่ความพยายามของตนเองไม่ลดน้อย
จากเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรกับพระองค์ท่านแล้วก็เข้าทำงานที่ธนาคารออมสิน จนทราบข่าวว่าพระองค์ท่านทรงประทวนก็ตกใจและไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นก็ได้แต่สวดมนต์ให้กับพระองค์ท่านให้หายจากอาการพระประชวรมาตลอด
จนเมื่อคืนนี้เริ่มมีกระแสข่าวก็ไม่อยากให้เป็นความจริงจนมีการประกาศเมื่อช่วงเช้ายิ่งทำให้เสียใจเป็นอย่างมากและอยากกลับมาคมทูลกับพระองค์ท่านว่าตนเองรักและเทิดทูนพระองค์ท่าน และพระองค์ท่านจะไม่หายไปจากใจตนเอง ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรค์ นางสาววราภรณ์กล่าวพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า
Advertisement