
วันที่ 19 ม.ค. 69 ที่กระทรวงคมนาคม นาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้า การดูแลสิทธิประโยชน์ และการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็งสูงถล่มทับรถไฟ ในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง
จากนั้นนายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้มีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) บริษัททิพยประกันภัย กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อสรุปความคืบหน้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยจากการตรวจสอบ และพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลด้วยดีเอ็นเอของฝ่ายแพทย์ ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่นอนอยู่ที่ 30 ราย ไม่ใช่ 32 ราย ตามที่มีการรายงานในช่วงแรก ส่วนกรณีผู้สูญหาย พบว่าเป็นผู้โดยสารที่ประสานแจ้งภายหลังว่าไม่ทันขึ้นรถไฟ หรือได้ลงจากขบวนรถระหว่างทาง
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ มีทั้งหมด 69 ราย โดยเดินทางกลับบ้านแล้ว 54 ราย และยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 15 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้บาดเจ็บสาหัส 6 ราย ส่วนใหญ่อาการปลอดภัย เหลือเพียงบางรายที่ต้องใช้ระยะเวลารักษานาน เนื่องจากมีอาการกระดูกหัก เช่น แขนหัก
ในด้านการเยียวยา นายพิพัฒน์ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตทุกรายอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับเงินสงเคราะห์พระราชทานรายละ 20,000 บาท ขณะที่บริษัททิพยประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนผู้เสียชีวิตรายละ 1,000,000 บาท การรถไฟแห่งประเทศไทยจ่ายรายละ 340,000 บาท และบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ให้การเยียวยาหน้างานศพรายละ 150,000 บาท รวมยอดเงินเยียวยาที่ผู้เสียชีวิตได้รับต่อรายเป็นจำนวน 1,510,000 บาท
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการจ่ายเงินเยียวยาไปแล้วบางส่วน และในวันพรุ่งนี้ (20 ม.ค. 69) เวลา 09.00 น. บริษัททิพยประกันภัย จะนำเงินเยียวยาส่วนที่เหลือไปมอบให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิต ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีและตนเองร่วมเป็นสักขีพยาน อย่างไรก็ตาม ยังมีบางรายที่เอกสารยังไม่ครบถ้วน ซึ่งบริษัททิพยประกันภัยจะนำเงินไปวางไว้กับศาล เมื่อเอกสารครบสามารถไปดำเนินการเบิกจ่ายได้
ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์ให้ญาติผู้เสียชีวิตที่มี ประกันชีวิตหรือประกันส่วนบุคคลเพิ่มเติม ดำเนินการเคลมสิทธิ์กับบริษัทประกันโดยตรง เนื่องจากกระทรวงอาจไม่ได้รับข้อมูลในส่วนนี้ ขณะเดียวกันมีผู้ได้รับผลกระทบบางรายได้ใช้สิทธิ์จากประกันสังคมแล้ว
สำหรับขั้นตอนต่อไป จะมีการประชุมหารือแนวทางทางกฎหมายระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยกับบริษัทก่อสร้าง รวมถึงการพิจารณาเลิกสัญญา ตามที่นายกรัฐมนตรีเคยระบุไว้ โดยยืนยันว่ามีความตั้งใจจะเลิกสัญญาอย่างแน่นอน แต่รายละเอียดในขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ต้องทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรอบด้าน โดยในอนาคตมีแนวคิดจัดทำประกันภัยให้กับผู้โดยสารรถไฟทุกคน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ และพยายามผลักดันให้แล้วเสร็จทันช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ส่วนค่าโดยสารนั้น อาจมีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แค่ความชัดเจนจะต้องมีการประชุมกันอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งจะมีการแถลงข่าวให้ทราบต่อไป
Advertisement