
วันที่ 21 มี.ค. 69 นาย ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า องค์กรฯได้ทำหนังสือด่วนเดินทางไปยื่นถึงนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการตั้งนาย พิพัฒน์ รัชกิจประการ ให้มาคุมผู้ค้าน้ำมันป้องกันภาวะการขาดน้ำมันฯ และขอให้ปลดตัวแทนกลุ่มทุนพลังงานรวม 3 คนออกจาก ศบก. เป็นการเร่งด่วน เพราะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมาย ป.ป.ช.2561
ทั้งนี้สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 53/2569 จัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ.2569 โดยมอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เป็นผู้อำนวยการฯ แก้ไขปัญหาและติดตามผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง และติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมันให้เป็นไปตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดโดยให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 (ผู้ค้ารายใหญ่) และผู้ค้าตามมาตรา 10 (ผู้ค้ารายย่อย) ติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งมาตราการอื่นๆ อีกมากมาย
แต่เนื่องจากนายพิพัฒน์นั้น เคยเป็นเจ้าของและผู้บริหารธุรกิจน้ำมัน มีปั๊มน้ำมันมากมายทั้งประเทศ และมีธุรกิจขนส่งน้ำมัน (Jobber) มาก่อน แม้จะผ่องถ่ายให้น้องชายหรือเครือญาติดูแล ย่อมเข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา 184, 185 และ 186 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ พรป.ป.ป.ช.2561 โดยชัดเจน การให้มาทำหน้าที่ ผอ.ศบก. และตรวจสอบน้ำมันป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ตลอดระยะเวลากว่า 20 วันที่ผ่านสะท้อนให้เห็นผลลัพธ์และความล้มเหลว สถานีบริการน้ำมันไม่มีน้ำมันบริการประชาชนอย่างเพียงพอ แค่ 214 ปั๊มในจังหวัดสงขลาจังหวัดเดียวก็เอาไม่รอดแล้ว
นอกจากนั้นกรรมการ ศบก.อย่างน้อยอีก 2 คน คือ รมว.พลังงาน ซึ่งเคยเป็น CEO ของ ปตท.มาก่อน และยังเอาประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เข้ามานั่งในบอร์ด ศบก.อีก จะทำให้สังคมเชื่อมั่นได้อย่างไรว่า ศบก. จะออกมาการใดๆ มาไม่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทน้ำมันดังกล่าว ที่เป็นเจ้าของสถานีบริการน้ำมันมากที่สุด รวมทั้งเป็นเจ้าของและมีหุ้นในโรงกลั่นน้ำมันเกือบทั้งหมดในประเทศไทย ผลที่ปรากฎคือ ศบก.ไม่กล้าที่จะสั่งให้ลดค่าการกลั่นที่ทะยานจาก 2.14 บาทไปกว่า 6.04 บาทแล้วในขณะนี้ เพราะลูบหน้าปะจมูกกันอยู่หรือไม่
ด้วยเหตุดังกล่าว หากนายกรัฐมนตรีจะทำให้คนไทยทั้งประเทศรวยๆๆ จนไม่รู้จะเก็บเงินไว้ที่ไหน จนต้องอุทานออกมาว่าพอแล้วๆๆ ตามที่หาเสียงไว้นั้น ต้องกล้าตัดสินใจปลดนายทุนพลังงานทั้ง 3 คนดังกล่าวออกจาก ศบก.และหรือกรรมการอื่นเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลนโดยเร็ว จึงจะชอบ หากไม่ดำเนินการ คงต้องถึงมือ ป.ป.ช.ต่อไป
Advertisement