(30 ส.ค. 2568) แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แถลงข่าวประกาศจุดยืนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในวันพรุ่งนี้ หลังพรรคเพื่อไทยประกาศว่าจะยังคงเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่จุดยืนของกลุ่มพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยยังคงเหมือนเดิม โดย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. ระบุว่าไม่เห็นด้วยและคัดค้านอย่างเต็มที่ เพราะพรรคเพื่อไทยที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศจะเป็นการนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมองว่าอาจเป็นอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดินและไม่มีความเหมาะสมใดๆ ทั้งสิ้น
และถึงแม้เมื่อวานนี้จะเป็นชัยชนะเบื้องต้น แต่ภารกิจของประชาชนยังต้องดำเนินต่อไปเพราะพรรคเพื่อไทย และ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังไม่ยอมแพ้ ยังต้องแสวงหาอำนาจรัฐเพื่อเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน
ด้าน นพ.วรงค์ เดชวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ หากมองผิวเผินคล้ายกับประชาชนได้รับชัยชนะ แต่ยืนยันว่าทางการเมืองประชาชนไม่เคยชนะจริงๆ และยั่งยืน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเมื่อวานนี้จะนำไปสู่ปัญหาใหญ่และปัญหาอื่นๆ ที่ประชาชนต้องแก้ไข จึงมีความจำเป็นที่คณะพลังแผ่นดินฯ จะต้องจัดชุมนุมเพื่อให้ความรู้กับประชาชน
หมอวงรงค์ ระบุอีกว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เหมือนเตะหมูเข้าปากหมา ซึ่งเหตุการณ์เมื่อวานนี้ทำให้เกิดความชุลมุนวุ่นวายทางการเมือง สิ่งที่ไม่สบายใจคือหาก นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 3 ของพรรคเพื่อไทย เป็นนายกฯ เป็นหุ่นเชิดภายใต้ระบบของ นายทักษิณ จุดนี้เป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมือง
ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ระบุว่าเนื่องจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เกิดขึ้นจากรัฐบาลภายใต้พรรคเพื่อไทย คณะฯ ได้แสดงการคัดค้านการดำรงตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ไม่เช่นนั้นสงครามและการเจรจาก็จะไม่จบ ตราบใดที่ยังมีผลประโยชน์ทับซ้อนกันไปมา ส่วนสถานการณ์ขณะนี้ต้องเพิ่มเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2
พร้อมย้ำว่าหากบรรดานักการเมืองต้องการสร้างปัญหาต่อไปก็ให้เลือกแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ปัญหาไทย-กัมพูชา ก็จะไม่จบ และต้องแลกกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกมาตรา ซึ่งจะถูกแรงต้านจากประชาชนและไม่มีวันเป็นไปได้ก็จะมีปัญหาอีกเรื่อยๆ
เพราะฉะนั้นจึงอยากบอกประชาชนว่าตอนนี้ยังไม่ชนะกับการที่นางสาวแพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกฯ เพราะยังมีความพยายามจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสืบทอดอำนาจกันต่อไป เพียงแต่เปลี่ยนหน้า นายกฯ ซึ่งยังอยู่พรรคเดียวกัน
และเนื่องจากสถานการณ์อ่อนไหวมาก การนัดชุมนุมในวันพรุ่งนี้หลายคนแสดงความห่วงใยว่าคนจะมาร่วมชุมนุมน้อยวันนี้จึงนัดประชุมกันอีกครั้ง พร้อมยอมรับว่ากังวลว่าคนจะออกมาชุมนุมน้อย แต่หากเหลือเพียงเท่านี้ก็จะเดินหน้าต่อ
Advertisement