“กกต.” แจกใบแดง “มุกดาวรรณ” สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย

12 ม.ค. 67

“กกต.” แจกใบแดง “มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล” สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคภูมิใจไทย และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) มีหนังสือถึง นายสุเทพ บุณยเกียรติ ผู้ร้องเรื่อง แจ้งมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยหนังสือ ที่ ลต (นศ) 0003/20 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช 55 หมู่ที่ 3 ตำบลนาสาร อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000 ลงวันที่ 5 มกราคม 2567 เรื่องแจ้งมติคณะกรรมการการเลือกตั้งความว่า

เรียน นายสุเทพ บุณยเกียรติ ตามที่ท่านได้ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ 8 ซึ่งจัดให้มีการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 (สำนวนที่ นศ.สส. 8/2566) ความละเอียดทราบแล้วนั้น

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชขอเรียนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ นางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล ผู้ถูกร้องที่ 1 สั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ 8 แทน นางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล ผู้ถูกร้องที่ 1 และให้ผู้ถูกร้องที่ 1 รับผิดในค่าใช้จ่าย

สำหรับการเลือกตั้งครั้งที่เป็นเหตุ ให้ศาลฎีกามีคำสั่งดังกล่าวในประเด็นที่ 1 ประเด็นที่ 2 และประเด็นที่ 9 นายวีระศักดิ์ คชเชนทร์ ผู้ถูกร้องที่ 3 ในประเด็นที่ 2 และ จ.ส.อ.ถาวร แก้วศรีอ่อน ผู้ถูกร้องที่ 1 ในประเด็นที่ 1 และประเด็นที่ 9 ส่วนประเด็นที่ 3 ถึงประเด็นที่ 8 ให้ยกคำร้อง

ขณะนี้ อยู่ระหว่างการจัดทำคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะแจ้งให้ทราบต่อไป จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อ (นายสัญญา กรุงแก้ว) ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้ในการประชุม กกต.นครศรีธรรมราช เมื่อวันอังคาร 26 ธ.ค. 2566 ที่ผ่านมา ได้มีมติให้ใบแดง นางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคภูมิใจไทย ที่เอาชนะ ปุณณ์สิริ บุณยเกียรติ ลูกสาวนายชินวรณ์ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ เข้าสภาไปได้ และเป็น 1 ใน 2 เขตของภูมิใจไทย ที่ชนะเลือกตั้งในพื้นที่ จ.นครศรธรรมราช ครั้งที่ผ่านมา

โดยนางมุกดาวรรณ ถูกร้องคัดค้านเรื่องการแจกเงินไปลงคะแนนให้ตัวเอง หัวละ 500 บาท รวมเป็นเงิน 25,000 บาท และเรื่องการแจกเงินให้ไปฟังการปราศรัยด้วย ขั้นตอนหลังจากนี้ กกต.จะส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา เพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งต้องไปต่อสู้พิสูจน์ความจริงในชั้นศาล แต่ทันทีที่ศาลรับคำร้องไว้ ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.จนกว่าจะมีคำตัดสิน

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวการเมือง เป็นกระแส